บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

คำขอร้องของพระสันตะปาปา

 

“เมื่อพระศาสนจักรถูกกดขี่ภายใต้บุคคลที่คิดว่าตนเองเป็นซีซาร์ จักรพรรดิหนุ่มพระองค์หนึ่ง ชื่อคอนแสตนติน ได้มองเห็นกางเขนบนท้องฟ้า ซึ่งเป็นลางดีอย่างหนึ่ง และเป็นเหตุให้ได้รับชัยชนะในเวลาต่อมา วันนี้ก็มีเครื่องหมายจากสวรรค์อย่างหนึ่งปรากฏให้เราเห็น คือพระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า พร้อมกับกางเขนที่ตั้งอยู่เหนือพระหฤทัยนี้ ซึ่งส่องแสงสว่างเรืองรองท่ามกลางเปลวไฟแห่งความรัก ในพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์นี้เองที่เราควรวางความหวังทั้งหมดของเรา และจากพระหฤทัยนี้ เราควรแสวงหาความรอดของมนุษย์อย่างมั่นใจ” (พระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 13 ปีศักดิ์สิทธิ์)

 

ความรอดนิรันดรของมนุษย์ คือเป้าหมายสูงสุดของการดำรงอยู่ของพระศาสนจักรในโลกนี้ ในตอนต้นของศตวรรษที่ 5 คอนสแตนติน เห็นภาพนิมิตของกางเขนบนท้องฟ้า และได้ยินสารว่า “ในเครื่องหมายนี้ ท่านจะได้รับชัยชนะ” พระองค์ทรงติดเครื่องหมายกางเขนบนธงของพระองค์ คอนสแตนติน เดินทัพภายใต้ธงกางเขน และได้รับชัยชนะ ทำให้คริสตชนประสบสันติสุขในกรุงโรม ในยุคของเรา ในภาพประจักษ์ต่อมาร์กาเร็ต มารีย์ อาลาก๊อก พระเยซูเจ้าทรงแสดงพระหฤทัยของพระองค์ที่ล้อมด้วยมงกุฎหนาม และมีกางเขนตั้งอยู่ด้านบน มีเปลวไฟแห่งความรักของพระเจ้าพวยพุ่งออกมาจากพระหฤทัยนี้ ภาพนี้ถูกนำเสนอต่อหน้าคริสตชนทั้งหลายเสมือนเป็นสัญลักษณ์ที่พระเยซูเจ้าทรงใช้เป็นศูนย์รวมของความศรัทธานี้

 

ในสมณสาสน์ Miserentissimus Redemptor ของพระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 11 พระองค์ตรัสว่า ในความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ บรรจุไว้ด้วยข้อสรุปของศาสนาของเรา “เมื่อความรักเมตตาของคริสตชนจืดจางลง ความรักของพระเจ้าจึงถูกนำมาเสนอเพื่อให้ได้รับการถวายเกียรติด้วยการสักการะแบบพิเศษ และความอุดมบริบูรณ์ของความรักนี้ก็ปรากฏให้เห็นจากรูปแบบของความศรัทธานั้น ซึ่งสักการะพระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า” พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 13 ตรัสว่า เราต้องตั้งความหวังทั้งหมดของเราไว้ในพระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า และต้องแสวงหาความรอดของมนุษย์จากพระหฤทัยนี้ “เพราะข้อสรุปของทุกศาสนา และแบบแผนสำหรับการดำรงชีวิตอย่างครบครันยิ่งขึ้น บรรจุอยู่ในเครื่องหมายอันประเสริฐสุดนั้น และในรูปแบบของความศรัทธาที่เกิดจากเครื่องหมายนั้นมิใช่หรือ?”

 

ศาสนาคือบทสรุปของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า ศาสนาบอกให้มนุษย์นมัสการพระเจ้า สรรเสริญ และโมทนาคุณพระองค์ การนมัสการเช่นนี้ถูกเรียกว่า Latria ซึ่งรวมถึงการสักการะด้วย พระศาสนจักรบอกเราว่า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความศรัทธา (ซึ่งมิใช่อะไรอื่น แต่เป็นพระบุคคลของพระเยซูเจ้า) ควรคู่แก่การสักการะ สรรเสริญ และโมทนาคุณ ตามประวัติศาสตร์ ความศรัทธานี้ถูกเปิดเผยแก่นักบุญมาร์กาเร็ต มารีย์ เมื่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้มนุษย์สูญเสียอัตลักษณ์ของตน และกลายเป็นเพียงฟันเฟืองชิ้นหนึ่งในล้อเฟือง และศาสนาแท้ถูกเย้ยหยันจากพวกนิยมลัทธิยานเซน พระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 11เตือนให้คริสตชนทุกคน ยอมรับว่าพระคริสตเจ้าเป็นกษัตริย์ และผู้ปกครองมนุษย์ทุกคน และจักรวาล

 

สมณสาสน์ Haurietis Aquas ของพระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 12 คือคำอธิบายอย่างครบถ้วนเกี่ยวกับความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ และเป็นเอกสารที่ต้องอ่านเพื่อให้เข้าใจเทววิทยาของความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างถ่องแท้ พระสันตะปาปาทรงบอกเราว่าความศรัทธานี้คือ “กิจศรัทธาอันล้ำเลิศที่สุดของศาสนา”พระหฤทัยไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ แต่เป็นบทสรุปของธรรมล้ำลึกแห่งการไถ่กู้เรา

 

“ความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ คือกิจศรัทธาอันล้ำเลิศที่สุดของศาสนา เพราะเป็นการเรียกร้องเราให้ยอมจำนน และถวายหัวใจของเราทั้งหมด และอย่างครบถ้วนแด่พระผู้ไถ่ พระหฤทัยที่มีบาดแผลของพระองค์คือเครื่องหมายอันมีชีวิตของความรักที่พระองค์ทรงมีต่อเรา มันชัดเจนเช่นเดียวกันว่าความรักและความศรัทธานี้มีจุดมุ่งหมายให้เราตอบสนองความรักของพระเจ้าด้วยความรักของเราเอง…ความก้าวหน้าของความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้นเพราะความศรัทธานี้สอดคล้องกับหลักของคริสตศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาแห่งความรัก ดังนั้นเราจึงไม่อาจกล่าวได้ว่าความศรัทธานี้เกิดขึ้นเพราะพระเจ้าทรงเผยแสดงเป็นการส่วนตัว หรือเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใดในพระศาสนจักร หากแต่เบ่งบานอย่างไม่มีใครบังคับเนื่องจากความเชื่อที่มั่นคง และมีชีวิต ซึ่งทำให้มนุษย์ที่ได้รับพระหรรษทานเหนือธรรมชาติอย่างเต็มเปี่ยม ถูกโน้มน้าวให้แสดงความเคารพต่อพระผู้ไถ่ และบาดแผลอันรุ่งโรจน์ของพระองค์ ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงความรักอันมหาศาลของพระองค์ ที่จะทำให้จิตใจมนุษย์สะเทือนใจอย่างลึกซึ้ง…ด้วยเหตุนี้ จึงต้องถือว่าการแสดงความเคารพต่อพระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า เป็นการยืนยันความเชื่อของคริสตศาสนาที่ล้ำเลิศที่สุด ถ้าเราคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ และการปฏิบัติกิจศรัทธานี้ ทั้งนี้เพราะศาสนาของพระเยซูเจ้าต้องพึ่งพระผู้ทรงเป็นคนกลาง ผู้ทรงเป็นทั้งมนุษย์ และพระเจ้า เพื่อว่าจะไม่มีใครเข้าถึงพระหฤทัยของพระเจ้าได้ นอกจากผ่านทางพระหฤทัยของพระคริสตเจ้า”

 

ประโยคสุดท้ายที่ยกมาอ้างนี้จำเป็นต้องอ่านซ้ำ ไม่มีพระสันตะปาปาองค์ใดตรัสอย่างมั่นใจเช่นนี้เท่ากับพระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 12 เมื่อพระองค์ทรงออกสมณสาสน์ฉบับนี้ ผู้ที่พูดถึงความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์อย่างคล่องแคล่ว แต่ไม่จริงใจ สมควรได้ยินประโยคสุดท้ายนี้ซ้ำอีกครั้งว่า “ไม่มีใครเข้าถึงพระหฤทัยของพระเจ้าได้ นอกจากผ่านทางพระหฤทัยของพระคริสตเจ้า!”

 

เราจำเป็นต้องหยุด ณ จุดนี้ และใคร่ครวญบางประโยคในสมณสาสน์ฉบับนี้ สิ่งแรก คือการอ้างถึงการเผยแสดงส่วนตัว ซึ่งความหมายของพระสันตะปาปาไม่คลุมเครือเลย คือพระองค์ทรงอ้างถึงการเผยแสดงต่อนักบุญมาร์กาเร็ต มารีย์ ในศตวรรษที่ 17 อย่างเห็นได้ชัด ขณะที่เล่าเรื่องราวของความศรัทธานี้ เราได้ชี้ให้เห็นแล้วว่าความศรัทธานี้เริ่มต้นตั้งแต่เนินเขากัลวารีโอ ความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์มีอายุยืนยาวเท่ากับคริสตศาสนา เก่าแก่เท่ากับพระวรสาร เพราะแม้ว่าพระวรสารของนักบุญยอห์น เป็นฉบับสุดท้ายที่เขียนขึ้น และเป็นช่วงปลายของศตวรรษที่หนึ่ง แต่นักบุญยอห์นไม่ได้ “สร้าง” หลักฐานขึ้น เพียงแต่ “เล่าเรื่อง” ที่เกิดขึ้นระหว่างการตรึงกางเขนพระเยซูเจ้า คือกล่าวถึงบาดแผลทั้งห้าบนพระกายของพระเยซูเจ้า ซึ่งจากบาดแผลนี้ พระโลหิตได้หลั่งออกมาเพื่อไถ่บาปเรา ชาวยิวเชื่อว่า ชีวิตอยู่ในโลหิต เมื่อโลหิตหลั่งออกมาจากพระกายของพระเยซูเจ้าจนหมด ชีวิตก็ดับลงด้วย และถูกถวายเป็นเครื่องบูชาแด่พระบิดา ยอห์นไม่ได้เป็นเพียงพยานยืนยันต่อประชากรในยุคของท่าน แต่ยืนยันต่อคนรุ่นต่อมาด้วย

คำบรรยายของพระสันตะปาปาที่ตรงกับความเป็นจริง และเหมือนบทกวีในเวลาเดียวกัน ที่ว่าความศรัทธานี้ “เบ่งบานโดยไม่มีใครบังคับ” ควรทำให้เรามองเห็นจุดยืนของพระองค์ ส่วนประกอบสำคัญที่เราพบได้ในดอกไม้จะมีอยู่ในดอกตูม ดอกไม้อาจมีกลิ่นหอม สีสดไส และมีเกสร แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ส่วนประกอบสำคัญ ความศรัทธาต่อบาดแผลทั้งห้าซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เนินเขากัลวารีโอ และพัฒนากลายเป็นความศรัทธาที่สำคัญที่สุดของยุคกลาง ได้รับการสนับสนุนและหล่อเลี้ยงด้วยความเชื่อของคนทั่วไปนี้ มีองค์ประกอบสำคัญของงานไถ่กู้ และพื้นฐานของคำสั่งสอน กล่าวคือความเวทนาสงสาร และความเมตตาของพระเจ้า ซึ่งทำให้พระองค์ทรงหายพิโรธ และมนุษยชาติได้คืนดีกับพระองค์ บทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์เตือนให้ระลึกถึงทุกสิ่งเหล่านี้ แม้แต่การใช้หัวใจเป็นสัญลักษณ์ก็ไม่ได้เป็นสิ่งใหม่ในการแสดงความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ เราจะอธิบายความหมายของ “หัวใจ” ในความศรัทธานี้โดยละเอียดในภายหลัง และเราจะกล่าวในที่นี้เพียงว่า “หัวใจ” ซึ่งเป็นแก่นแท้ของบุคลิกของแต่ละบุคคล เป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึงตลอดพันธสัญญาเดิม เช่น คำที่ใช้กันบ่อยที่สุดว่า “ลูกเอ๋ย จงมอบหัวใจของลูกแก่เราเถิด”

 

สิ่งที่อาจถือได้ว่าเป็นสิ่งใหม่ คือการรวมองค์ประกอบสองอย่างไว้อย่างชัดเจน คือการชดเชยบาป และการถวายตัว ซึ่งพระเยซูเจ้าทรงร้องขอ และคำสัญญาที่พระองค์ทรงย้ำหลายครั้งระหว่างการประจักษ์แก่นักบุญมาร์กาเร็ต มารีย์ เราจะกล่าวถึงเรื่องนี้โดยละเอียดในภายหลังด้วยเช่นกัน รวมทั้งเรื่องของกิจศรัทธาในวันศุกร์ต้นเดือน คณะธรรมทูตแห่งการภาวนา เป็นต้น ซึ่งเป็นกิจศรัทธา และไม่ได้เป็นแก่นแท้ของความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น จึงสมควรแล้วที่พระสันตะปาปาทรงยืนยันว่า “การเผยแสดงต่อนักบุญมาร์กาเร็ต มารีย์ ไม่ได้เสนอพื้นฐานความเชื่อใหม่ ๆ ของนิกายคาทอลิก ในการเผยแสดงของพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงย้ำสิ่งที่จำเป็นสำหรับยุคของเรา คือความเมตตา การให้อภัย และความรัก มนุษยชาติต้องการสิ่งเหล่านี้มากที่สุด ดอกไม้ตูมจะบานเมื่อได้สัมผัสกับรังสีของดวงอาทิตย์เป็นครั้งแรก ธรรมชาติมีกำหนดเวลาของตนเอง ไม่มีใครเร่งให้ดอกไม้ตูมเบ่งบานได้ เมื่อดวงอาทิตย์แห่งความยุติธรรม และความรักฉายแสง เมื่อนั้นความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์จึงเบ่งบาน นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงหลังจากการประจักษ์ของพระเยซูเจ้าแก่มาร์กาเร็ต มารีย์ อาลาก๊อก ในวัดของคณะ Visitandine ที่ปาเรย์ เลอ โมนีอัล ในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างปี ค.ศ. 1674-1675

 

มีบางคนตั้งคำถามว่า ทั้งที่ความศรัทธานี้มีความสำคัญ เหตุใดสภาสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 จึงไม่ออกเอกสารใดเลยเกี่ยวกับความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ เหตุผลเห็นได้ชัด สภาสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 มีเป้าหมายอยู่ที่การปรับเปลี่ยนพระศาสนจักรให้ทันสมัย ความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นสิ่งใหม่ และกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง การเข้าไปแตะต้อง อาจทำให้ความศรัทธานี้หยุดชะงักและเสื่อมถอย และนั่นย่อมจะขัดต่อสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงเสนอต่อผู้มีความศรัทธา อันที่จริง เอกสารส่วนที่ 1 ของ Gaudium et Spes (พระธรรมนูญการอภิบาล : พระศาสนจักรในโลกยุคใหม่) กล่าวถึงศักดิ์ศรีของบุคคล ซึ่งตรงกับจุดประสงค์ของความศรัทธาที่ถูกมอบให้แก่ชาวโลกที่ได้ทำลายความเป็นคนของมนุษย์ หลายคนอาจสนใจที่จะทราบว่า ในบทที่ 1 ของเอกสารนี้ สภาสังคายนาวาติกัน ใช้คำว่า “หัวใจ” 15ครั้ง เพื่อบ่งบอกถึงจุดศูนย์กลางภายในที่ลึกที่สุดของตัวบุคคล ถ้านี่คือความจริงสำหรับมนุษย์ ก็ย่อมเป็นความจริงสำหรับพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นทั้งพระเจ้าและมนุษย์ รากฐานของความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์คือความจริงที่ว่า พระคริสตเจ้าทรงรักเราด้วยหัวใจมนุษย์

 

พระสันตะปาปา ปอล ที่6 ไม่ได้ทรงออกสมณสาสน์เกี่ยวกับพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ เพราะพระสันตะปาปาหลายองค์ก่อนหน้านั้นได้ทรงอธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียดแล้ว แต่ในจดหมายอภิบาลชื่อ “ขุมทรัพย์อันสุดจะหยั่งได้ของพระคริสตเจ้า”พระองค์ทรงเชื่อมโยงความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์เข้ากับศีลมหาสนิทอย่างชัดเจน พระองค์ทรงเน้นย้ำถึงองค์ประกอบของการนมัสการในความศรัทธาต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าว่า “ทุกคนควรถือว่าความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์เป็นการแสดงความยำเกรงพระเจ้าในรูปแบบที่สูงส่งและเหมาะสมอย่างแท้จริง ซึ่งในปัจจุบัน โดยเฉพาะภายหลังสภาสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2เราควรสนับสนุนให้มีความยำเกรงเช่นนี้ต่อพระบุคคลของพระเยซูคริสตเจ้า…เนื่องจากสภาสังคายนาวาติกันแนะนำให้ปฏิบัติ ‘ความศรัทธาซึ่งเป็นที่นิยม’ ของคริสตชน โดยเฉพาะความศรัทธาตามคำสั่งของสันตะสำนัก ความศรัทธาในรูปแบบนี้จึงดูเหมือนว่าจะเสนอตนเองให้เป็นพิเศษ”

ความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ในอดีต และปัจจุบัน
รากฐานความเชื่อของความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า
คำขอร้องของพระสันตะปาปา
ความศรัทธานี้ และความศรัทธาอื่นๆ
พระหฤทัยรักของพระเยซูคริสตเจ้า
พระบุคคลของพระเยซูคริสตเจ้า
สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมาย
ความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ในปัจจุบัน
การชดเชยบาปต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์
การปลอบโยนพระเยซูเจ้า
คำสัญญา 9 ข้อ ของพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์
ความเหมาะสมของความศรัทธาในสหัสวรรษที่ 3
บทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ และบทเร้าวิงวอนอื่นๆ
บทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์
คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์
ภาคผนวก
  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook