บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

พระหฤทัยรักของพระเยซูคริสตเจ้า

 

บัดนี้ เราจะพูดถึงจุดที่สำคัญ และถกเถียงกันมากที่สุดเกี่ยวกับความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ มีเสียงภายในเตือนว่า “นักเดินทางเอ๋ย จงเดินอย่างระมัดระวัง ท่านกำลังเดินบนทรายดูด” เราจึงจะก้าวเดินอย่างนุ่มนวล โดยไม่เข้าไปยุ่งกับหัวข้อซึ่งเป็นข้อถกเถียง

 

เมื่อ 90 ปี ก่อน เมื่อมีการจัดทำสารานุกรมคาทอลิก ฌอง แบงเวล (Jean Bainvel) ผู้เขียนบทความชื่อ “พระหฤทัยของพระเยซูเจ้า” ได้กล่าวเตือนไว้ในย่อหน้าภายใต้หัวข้อ “สิ่งที่เป็นเป้าหมายพิเศษของความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์” ว่า “ลักษณะของปัญหานี้มีความซับซ้อน และบ่อยครั้งที่เพิ่มความซับซ้อนมากขึ้น เพราะปัญหาที่เกิดจากการบัญญัติศัพท์”ดังนั้นเราจะเลี่ยงหัวข้อที่มีความขัดแย้ง และจะเสนอต่อท่านผู้อ่านเพียงความคิดเห็นต่างๆ ของนักเทววิทยา และนักภาษาศาสตร์เท่านั้น

 

 

มนุษย์ในปัจจุบันมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์มากมาย โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับสรีระศาสตร์ของมนุษย์ จึงเป็นเรื่องน่าแปลกที่แม้จะกล่าวกันว่า สมองเป็นส่วนสำคัญที่สุดของร่างกายมนุษย์ แต่พจนานุกรมกลับอธิบายสมองด้วยประโยคเดียวคือ ศูนย์กลางของประสาทสัมผัสและความคิด แต่สำหรับคำว่า “หัวใจ”และคำที่แตกแขนงออกมาจากรากศัพท์นี้ และวลีที่เกี่ยวข้อง กลับมีคำอธิบายยาวมากถึงหนึ่งคอลัมน์ บทกวีและบทละครชิ้นเอกของอินเดีย ให้ความสัมพันธ์มากต่อใบหน้าและทรวงอก แต่ไม่ถือว่าหัวใจมีความสำคัญมากนัก ในขณะที่วรรณคดียุโรป และโลกตะวันตกจะผูกพันกับหัวใจมาก ในทำนองเดียวกัน เมื่อเราเดินเข้าไปในป่าละเมาะ หรือสวนสาธารณะในโลกตะวันตก บ่อยครั้งเราจะเห็นภาพของหัวใจเสียบด้วยลูกศร และมีชื่อเขียนกำกับอยู่บนลำต้นของต้นไม้ และกระบองเพชรทุกทิศทุกทาง ทุกคนรู้เหตุผลดี ชาวตะวันตกถือว่าหัวใจเป็นศูนย์กลางของอารมณ์ต่างๆ และโดยเฉพาะความรัก

 

เมื่อพิจารณาความหมายของคำนี้ให้ลึกลงไป สิ่งที่นักกายวิภาคถือว่าเป็นก้อนเนื้อเยื่อ และนักสรีระศาสตร์ถือว่าเป็นเครื่องจักรที่สูบฉีดโลหิตไหลเวียนไปทั่วร่างกาย กลับกลายเป็นอวัยวะที่วางแผนทั้งดีและชั่วในศิลปะการเขียนบทละคร พระคัมภีร์ก็มีวิธีตีความของตนเอง พจนานุกรมพระคัมภีร์ของฮาร์เปอร์ อธิบายความหมายของหัวใจว่า “หัวใจ น่าจะเป็นคำทางมานุษยวิทยาที่สำคัญที่สุดในพระคัมภีร์ฮีบรู ที่อ้างถึงหัวใจมนุษย์ (814 ครั้ง) พระหฤทัยของพระเจ้า (26 ครั้ง) หัวใจคือศูนย์กลางของอารมณ์ และความรู้สึก เป็นแหล่งกำเนิดของความคิด และการไตร่ตรอง และแสดงถึงสมรรถภาพทางสติปัญญา นอกจากนี้ยังหมายถึงการตัดสินใจ และจิตสำนึก เนื่องจากหัวใจเป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ (2 ซมอ 7:21) มันจึงเป็นตัวแทนของทั้งตัวตนของบุคคล บ่อยครั้งที่ผู้ประพันธ์หนังสือฝ่ายจิตของคริสตศาสนาเรียกหัวใจว่าแก่นแท้ของบุคลิกภาพของมนุษย์ และได้ใช้คำนี้ ในความหมายนี้ กับความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์”

 

พจนานุกรมเทววิทยาพระคัมภีร์เน้นด้านอื่นของหัวใจซึ่งต่างออกไปเล็กน้อย “ความหมายของคำว่าหัวใจนั้นต่างกันในภาษาฮีบรู และอังกฤษ สำหรับเรา หัวใจเกี่ยวข้องกับชีวิตด้านอารมณ์ กล่าวคือ มนุษย์คนหนึ่งจะรัก หรือเกลียด ปรารถนา หรือกลัวจากหัวใจของเขา แต่หัวใจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของสติปัญญา ชาวฮีบรูใช้หัวใจบ่งบอกความหมายที่กว้างกว่า ซึ่งรวมไว้ด้วยทุกส่วนที่อยู่ภายในตัวมนุษย์คนหนึ่ง” (หน้า 201)

 

ในบทความเรื่อง “พระหฤทัยของพระเยซูเจ้า” ในสารานุกรมคาทอลิก คุณพ่อแบงเวล บรรยายถึงหัวใจ และความหมายของหัวใจ และความเกี่ยวข้องกับความศรัทธานี้ “หัวใจที่เป็นเลือดเนื้อจะปลุกให้ตื่น และเป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันว่าเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตทางอารมณ์และศีลธรรม ซึ่งเรานำเอาหัวใจเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นคำว่าหัวใจจึงเป็นภาษาสัญลักษณ์ เช่นเดียวกับการใช้คำเดียวกันนี้กล่าวถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ใช้หัวใจเป็นสัญลักษณ์ เช่น ในสำนวนว่า ‘เปิดใจของเรา’ ‘มอบหัวใจของเรา’ เป็นต้น ในที่สุดสัญลักษณ์จึงไม่มีความหมายทางวัตถุ และเครื่องหมายถูกมองข้าม ให้เรามองเห็นแต่เพียงสิ่งที่มีสัญลักษณ์นั้นเป็นเครื่องหมาย…ในภาษาปัจจุบัน เราจะมองข้ามสิ่งที่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง (the part) และมองเห็นแต่สิ่งที่ครบบริบูรณ์ (the whole) เสมอ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะใช้คำว่าหัวใจเพื่อแทนตัวบุคคลหนึ่ง ความคิดเหล่านี้จะช่วยให้เรากำหนดได้ว่า อะไรคือเป้าหมายของความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

 

คาร์ล ราห์เนอร์ S.J. เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทววิทยาในสภาสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป หลังจากเขาได้อธิบายความหมายของ “คำ” ว่าหัวใจ (ไม่ใช่แนวคิด) ในหนังสือชื่อ การสืบสวนทางเทววิทยา (Theological Investigations) เล่มที่ 3 ภายใต้หัวข้อว่า “จงดูหัวใจนี้” (behold this heart) เขาได้สรุปทั้งหมดนี้ไว้ในตอนต้นของบทต่อไปในหัวข้อ “เทววิทยาแห่งความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์” ไว้ดังนี้ “หัวใจ ในความหมายดั้งเดิม เป็นคำพื้นฐาน กล่าวคือไม่ใช่คำที่นิยามขึ้นโดยเฉพาะโดยการนำแนวคิดที่รู้จักกันดีมาผสมผสานกัน และเป็นคำที่ใช้กันในหลายวัฒนธรรม ดังนั้น จึงเรียกได้ว่าเป็นคำพื้นฐาน และนำมาใช้เป็นศัพท์ในศาสนาโลกได้ง่าย เป็นคำที่ใช้เกี่ยวกับมนุษย์ ซึ่งอธิบายความเป็นจริงของมนุษย์ที่ครบบริบูรณ์ ไม่ใช่เพียงส่วนหนึ่งใดของร่างกาย เนื่องจากมนุษย์ที่ครบบริบูรณ์มีลักษณะเป็นวัตถุ คำว่า ‘หัวใจ’ จึงแสดงลักษณะที่เป็นวัตถุของหัวใจด้วย แต่ไม่ได้แสดงความหมายในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ หากแต่ในฐานะที่เป็นขณะหนึ่งภายในแนวคิดหนึ่งที่เกิดจากเอกภาพของมนุษย์ทั้งครบ (inner moment in a concept springing from man’s unity as a whole)…ในฐานะที่เป็นคำพื้นฐานของมนุษย์ หัวใจหมายถึงแก่นแท้ของตัวบุคคล ซึ่งใน ‘ภวันต์’ (being) อันเป็นรูปธรรมครบถ้วนนี้มีวิญญาณ ร่างกาย และจิต มาขมวดรวมกันที่จุดศูนย์กลาง และที่จุดนี้เองที่มนุษย์มีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น และพระเจ้า ผู้ทรงสนพระทัยในบุคคลนั้นในฐานะที่เป็นมนุษย์ที่ครบบริบูรณ์ และประทานพระหรรษทาน หรือคำแนะนำให้แก่หัวใจอันเป็นศูนย์กลางของมนุษย์”

 

จากข้อความข้างต้นนี้ เราไม่จำเป็นต้องสรุปว่าหัวใจหมายถึงความรัก เพราะหัวใจอาจไม่มีความรักเลย หรืออาจมีแต่ความเกลียดภายในหัวใจก็ได้ เราได้กล่าวไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าหัวใจเป็นศูนย์กลางของอารมณ์ต่างๆ  “แกนในสุดของความเป็นจริง คือความรัก และความรักคือส่วนในสุดของความเป็นจริง นี่คือสิ่งแรกที่มนุษย์ได้สัมผัสเมื่อเขาเริ่มรู้จักพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า”ที่เป็นดังนี้เพราะพระองค์ทรงเลือกที่จะแสดงให้เห็นหัวใจพร้อมกับบาดแผล (ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลที่เกิดจากการถูกแทงที่สีข้าง หรือเพียงเพราะหัวใจนั้นแตกสลายก็ตาม) มีโลหิต และน้ำ ดังที่เล่าไว้ในพระวรสาร มีรัศมี มงกุฎหนาม และกางเขนที่ตั้งอยู่เหนือทุกสิ่ง ดังนั้น จึงไม่อาจกล่าวได้ว่า เพียงเพราะว่านี่คือหัวใจ จึงต้องเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แต่เป็นเพราะพระเยซูเจ้าทรงประจักษ์มาพร้อมกับเครื่องหมายเหล่านี้ต่างหากที่เป็นการแสดงถึงความรักของพระองค์

 

ราห์เนอร์ เตือนไว้ด้วยว่า เราไม่สามารถเลิกคิดว่าหัวใจคือสัญลักษณ์ และหันไปพูดในเชิงนามธรรมว่าเป็น “แก่นแท้ของบุคคล” หรือ “ภายใน” อย่างที่บางคนกระทำเพื่อปกป้องความศรัทธานี้จากผู้ที่โจมตีว่าเป็นเรื่องของอารมณ์ที่อ่อนไหว นอกจากนี้ยังมีการเตือนมิให้แสดงภาพของหัวใจเป็นเครื่องหมายเพียงอย่างเดียวบนพระแท่น เพราะเป้าหมายของการนมัสการคือพระบุคคลของพระคริสตเจ้า นอกจากนี้ ราห์เนอร์ ยังเตือนมิให้แสดงภาพของพระเยซูเจ้าพร้อมด้วยพระหฤทัยในลักษณ์ะที่เหมือนธรรมชาติ (เสมือนว่าเรากำลังมองเข้าไปภายในพระกายของพระองค์) และเข้าใจความหมายของสัญลักษณ์นี้ผิดเพี้ยนไป จิตรกรที่ต้องการเขียนภาพพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าเพื่อให้เราใช้สักการะ ควรจำไว้ว่าหัวใจทางกายวิภาค จะเป็นได้เพียงสัญลักษณ์ตามธรรมชาติของศูนย์กลางของร่างกายและจิตของมนุษย์ที่ครบบริบูรณ์เท่านั้น (ร่างกาย วิญญาณ และจิต) จิตรกรควรวาดภาพไม่ให้เหมือนจริง และไม่ควรพยายามวาดให้ถูกต้องตามหลักกายวิภาค แต่สามารถเพิ่มเติมสิ่งอื่นๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ได้ เช่น มงกุฎหนาม เปลวไฟ และวางไว้ในตำแหน่งที่เป็นศูนย์กลางของมนุษย์

ความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ในอดีต และปัจจุบัน
รากฐานความเชื่อของความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า
คำขอร้องของพระสันตะปาปา
ความศรัทธานี้ และความศรัทธาอื่นๆ
พระหฤทัยรักของพระเยซูคริสตเจ้า
พระบุคคลของพระเยซูคริสตเจ้า
สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมาย
ความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ในปัจจุบัน
การชดเชยบาปต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์
การปลอบโยนพระเยซูเจ้า
คำสัญญา 9 ข้อ ของพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์
ความเหมาะสมของความศรัทธาในสหัสวรรษที่ 3
บทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ และบทเร้าวิงวอนอื่นๆ
บทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์
คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์
ภาคผนวก
  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook