บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ >>>

คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

พระหฤทัยพระเยซู ราชา และศูนย์รวมแห่งดวงใจทั้งหลาย

          ในพระสมณสาสน์ Quas Primas ในปี ค.ศ. 1925 พระสันตะปาปาปีโอ ที่ 11 ทรงระบุคำสอนเกี่ยวกับความเป็นกษัตริย์ของพระคริสตเจ้า และทรงกำหนดให้จัดฉลองพระคริสตกษัตริย์ในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม คือวันอาทิตย์หลังจากวันอาทิตย์มิสซังโลก คำสอนนี้มีหลักการที่ดี และเห็นได้ถึงความเหมาะสมของการกำหนดให้เป็นวันอาทติย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม หลังจากการปรับปรุงพิธีกรรม จึงเปลี่ยนวันฉลองเป็นวันอาทิตย์สุดท้ายของปี อันเป็นจุดสูงสุดของการนมัสการของคริสตชน ดังนั้น วันฉลองนี้จึงมีความสำคัญเพิ่มขึ้น

 

          การกำหนดวันฉลองได้ให้ความสำคัญแก่ทั้งสองแง่มุมของความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ คือการชดเชยบาป และการถวายตัว วันฉลองพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจัดขึ้นตามประเพณีในวันศุกร์หลังวันฉลองพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า(Corpus Christi) นั้น เป็นไปตามความปรารถนาของพระเยซูเจ้า วันฉลองพระคริสตกษัตริย์เกิดจากความจำเป็นของยุคสมัย สภาสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 อธิบายหลักคำสอนเกี่ยวกับพระคริสตกษัตริย์ โดยการยกย่องพระเยซูผู้ทรงเป็นกษัตริย์ ให้เป็นทั้งครู พระสงฆ์ และผู้มีอำนาจปกครอง

 

          เราควรชี้แจงความหมายของคำว่า “ความจำเป็นของยุคสมัย” นับจากต้นศตวรรษที่ 20 และเป็นผลมาจากลัทธิ Modernism ซึ่งเป็นความคิดนอกรีตที่อันตราย และโดยเฉพาะหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 คนทั่วไปคิดถึงแต่ความฟุ้งเฟ้อ และความทะเยอทะยานทางโลก ทำให้หันเหไปจากพระเจ้า และพระคริสตเจ้า และไม่สนใจในผลประโยชน์นิรันดรของตนเอง พระสันตะปาปาทรงเห็นว่าความเป็นกษัตริย์ของพระคริสตเจ้าเป็นยาแก้พิษแนวโน้มเหล่านี้ เหมือนกับในศตวรรษที่ 17 ที่เสียงเรียกของพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ได้เคยเป็นยาแก้พิษสำหรับคำสั่งสอนตามลัทธิยานเซ็นมาแล้ว

 

          เราได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า แม้ว่าชาวอิสราเอล เคยอยู่ในอียิปต์ ซึ่งมีฟาโรห์ เป็นประมุข และดินแดนเมโสโปเตเมีย และบาบิโลนก็มีกษัตริย์ปกครอง แต่ชาวยิวยังไม่ซึมซับความคิดเรื่องกษัตริย์เป็นเวลานานหลายศตวรรษ จนกระทั่งชาวฟิลิสติน มีชัยเหนือผู้ปกครองของตน ชาวอิสราเอลจึงต้องการมีกษัตริย์ที่จะนำพวกเขาเข้าสู่สงคราม และมีชัยชนะ ซาอูลเป็นผู้เริ่มต้นระบอบกษัตริย์ ดาวิดขยายอำนาจของกษัตริย์ และท้ายที่สุด ซาโลมอนจึงกลายเป็นกษัตริย์อย่างสมบูรณ์ในอิสราเอล แม้ว่าชาวอิสราเอล ไม่เคยลืมว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่ที่สุด แต่ก็ยอมรับว่าบนแผ่นดินโลก กษัตริย์เป็นผู้ออกกฎหมาย เป็นผู้พิพากษา และเป็นแม้กระทั่งหัวหน้าสมณะ

 

          ตรงกันข้ามกับในพันธสัญญาใหม่ที่เราได้พบกับแนวคิดเรื่องความเป็นกษัตริย์มาตั้งแต่ต้น อัครเทวดากาเบรียล แจ้งต่อพระนางมารีย์ว่าบุตรของพระนางคือทายาทแห่งบัลลังก์กษัตริย์ดาวิด (ลก 1:31-33) โหราจารย์จากทิศตะวันออกก็ถามว่าเขาจะพบกษัตริย์ในอนาคตของชาวยิวได้ที่ใด (มธ 2:2)

 

          น่าแปลกที่ไม่มีการเน้นความเป็นกษัตริย์ของพระเยซูเจ้าในพันธสัญญาใหม่ ในคำสนทนาของพระองค์กับปิลาต พระเยซูเจ้าทรงยอมรับมากกว่าอ้างว่าพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ พระวรสารนักบุญยอห์น ลำดับเหตุการณ์ไว้อย่างน่าสนใจว่า “ปิลาตจึงถามพระองค์ว่า ‘ถ้าเช่นนั้น ท่านเป็นกษัตริย์ใช่ใหม’ พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า ‘ท่านพูดว่าเราเป็นกษัตริย์นั้นถูกต้องแล้ว เราเกิดมาเพื่อเป็นกษัตริย์ เรามาในโลกนี้เพื่อเป็นพยานถึงความจริง’“ ก่อนหน้านั้น ปิลาตได้ถามพระเยซูเจ้าว่า “ท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิวหรือ”…พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “อาณาจักรของเรามิได้มาจากโลกนี้ ถ้าอาณาจักรของเรามาจากโลกนี้ ผู้รับใช้ของเราก็คงจะต่อสู้เพื่อมิให้เราถูกมอบให้ชาวยิว แต่อาณาจักรของเราไม่ได้เป็นของโลกนี้” ยอห์น 18:33-39 ถูกเขียนขึ้นเพื่อประกาศแก่ทุกคนว่าพระเยซูเจ้าไม่ได้ทรงเป็นกษัตริย์ของโลกนี้ คำบอกเล่าพระทรมานอื่น ๆ แสดงให้เห็น ความเชื่อของคนทั่วไป ว่าพระเยซูเจ้าทรงต้องการสถาปนาระบอบกษัตริย์ขึ้นในอิสราเอลอีกครั้งหนึ่ง และเป็นความเชื่อที่ทหารผู้ประหารพระเยซูเจ้าก็ยอมรับ แม้แต่ในขบวนแห่ที่โบกใบปาล์ม และกิ่งมะกอก พระเยซูเจ้าก็ทรงแสดงว่าพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ต่ำต้อยตามคำทำนายของเศคาริยาห์ เท่านั้น

 

          เมื่อพูดในเชิงบวก ประวัติศาสตร์พระคัมภีร์ถือว่ากษัตริย์คือชุมพาบาลสำหรับประชากรของพระองค์ ขณะที่พระเจ้าทรงประณามความประพฤติของสมณะในฐานะชุมพาบาลในอิสราเอล ดังที่เสนอไว้ในคำทำนายของเอเสเคียล พระองค์ทรงสัญญาว่าจะส่งชุมพาบาลอีกคนหนึ่ง ซึ่งจะเป็นผู้ที่พระองค์พอพระทัย ในบริบทนี้ อุปมาเรื่องชุมพาบาลที่ดีที่พระเยซูเจ้าทรงเล่าแก่คนทั่วไปมีความหมายสำคัญเกี่ยวกับความเป็นผู้นำของพระองค์เพียงอย่างเดียว คำทำนายที่ระบุใน ลูกา 1:33 เกี่ยวกับพระบุตรของพระเจ้าที่ทรงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ก็ชัดเจน “เขาจะปกครองวงศ์ตระกูลของยาโคบ ตลอดไป และพระอาณาจักรของเขาจะไม่สิ้นสุดเลย”

 

          ตำแหน่งกษัตริย์ของพระเยซูเจ้าเป็นสิ่งที่ไม่อาจโต้แย้งได้ และนี่คือพื้นฐานของคำสอนของพระศาสนจักรเกี่ยวกับความเป็นกษัตริย์ของพระคริสตเจ้า ดังที่เราจะระบุได้ในที่นี้ 1) ความเกี่ยวข้องของพระองค์ กล่าวคือ สิทธิในฐานะพระบุตรของพระเจ้า ผู้ปกครองทุกสิ่งทุกอย่าง

 

2)  ความจริงที่ว่าตำแหน่งนี้เป็นของพระองค์ โดยการสรรค์สร้าง ดังที่นักบุญเปาโลยืนยันว่า “พระองค์ทรงเป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้าที่เรามองไม่เห็น ทรงเป็นบุตรหัวปีของสิ่งสร้างทั้งมวล เพราะทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นในพระองค์ ทุกสิ่งในสวรรค์ และบนแผ่นดิน ทั้งที่มองเห็นได้ และเห็นไม่ได้ ทั้งเทพนิกรบัลลังก์ เทพนิกรนาย เทพนิกรเจ้า หรือเทพนิกรอำนาจ ล้วนถูกสร้างโดยพระองค์ และเพื่อพระองค์ทั้งสิ้น”

 

3)  ตำแหน่งพระผู้ไถ่ของมนุษยชาติ โดยทรงจ่ายค่าไถ่ด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง และทรงสัญญาจะให้ชีวิตนิรันดร และสันติสุขในที่สุด

 

4)  ทรงได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้าให้ทรงเป็นผู้ตรากฎหมาย พระองค์ทรงเพิ่มเติมกฎหมายที่ประกาศใช้บนภูเขาซีนาย ซึ่งพระองค์ทรงบอกว่าพระองค์เสด็จมาเพื่อทรงทำให้สำเร็จไปด้วยอำนาจของพระองค์เอง ด้วยบทเทศนาบนภูเขา ซึ่งเริ่มต้นด้วยบุญลาภ 8 ประการ และจะเป็นกฎบัตรของคริสตศาสนาตราบจนวาระสุดท้าย

 

          แม้จะทรงมีตำแหน่งเป็นกษัตริย์ แต่เราก็ตระหนักดีว่า โดยพฤตินัยแล้ว พระเยซูเจ้ามิได้ทรงเป็นกษัตริย์! บทถวายตัวที่กำหนดให้สวดในวันฉลองพระคริสตกษัตริย์ ให้เราภาวนาขอให้พระองค์เสด็จมารับตำแหน่งของพระองค์ และขอให้พระองค์เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป!

 

          อาณาจักรของพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์คืออะไร? ในโลกนี้ อำนาจปกครองของพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ในฐานะกษัตริย์แห่งดวงใจทุกดวง มีอยู่ 4 ประการคือ กษัตริย์ของแต่ละคน ในครอบครัว ในรัฐ และในโลกทั้งมวล ในแต่ละวิญญาณ พระเยซูเจ้าทรงครองราชย์เมื่อบุคคลนั้นอุทิศตนรับใช้พระองค์ ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพระองค์ อย่างน้อยก็ด้วยความเคยชิน เช่นที่แสดงออกในบทถวายตัวเวลาเช้า พระเยซูเจ้าทรงต้องการครองราชย์ในครอบครัวอีกด้วย ที่ซึ่ง “พระองค์ทรงเป็นแขกที่ไม่มีใครมองเห็นระหว่างอาหารทุกมื้อ ทรงเป็นผู้รับฟังคำสนทนาทุกคำอย่างเงียบๆ” ผ่านการถวายครอบครัวอย่างสง่าแด่พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ และการตั้ง และแสดงความเคารพต่อภาพพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

 

          ประเทศชาติย่อมประสบความทุกข์เช่นเดียวกับบุคคลที่ปฏิเสธพระหรรษทานของพระเจ้า สถานการณ์ในออสเตรีย อันเกิดจากการถวายประเทศชาติแด่พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 1900 อาจกลายเป็นประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสในยุคหลังได้ ถ้าเพียงว่าพระเจ้าหลุยส์ ที่ 14 ทรงยอมรับฟังสารที่ส่งถึงพระองค์ผ่านมาร์กาเร็ต มารีย์ อาลาก๊อก ท้ายที่สุด คือโลกทั้งมวล หลังจากทรงพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 13 ทรงถวายโลกแด่พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้พระองค์ทรงครองราชย์เหนือเรา และให้เราระลึกในแต่ละวันว่าเราเป็นพสกนิกรผู้ซื่อสัตย์ของพระองค์ เพื่อรับใช้พระองค์

 

          ดังนั้น พระหฤทัยของพระเยซูเจ้าจึงกลายเป็น “ศูนย์กลางแห่งดวงใจทั้งหลาย”เมื่อนิวตันประกาศกฎของแรงดึงดูด เขาอธิบายว่าเป็นแรงที่ดึงดูดทุกคนไปสู่จุดศูนย์กลางของโลก และเป็นแรงดึงดูดที่ทำให้เราอยู่บนเปลือกโลก และเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ดุมล้อก็เป็นจุดเริ่มต้นของซี่ล้อ ซึ่งค้ำจุนวงล้อให้ตรึงอยู่กับที่ ไม่ส่าย และหมุนอย่างสง่างาม และช่วยให้ล้อนั้นสามารถรับน้ำหนักได้มากขณะที่เดินทางระยะไกล ในการเดินทางในชีวิตของเราก็เช่นกัน ความน่ารัก ความงาม ความดี และความรักอันไม่มีขอบเขตของพระหฤทัยพระเยซู ควรดึงเราเข้าไปหาพระหฤทัยนี้ และช่วยให้เราเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงสู่เป้าหมายของการเดินทางในชีวิตของเรา

เมื่อเราระลึกถึงความคิดที่ให้กำลังใจเช่นนี้ เราจึงควรสวดบทภาวนาสั้น ๆ นี้บ่อยครั้งว่า

            พระหฤทัยพระเยซู ราชา และศูนย์กลางแห่งดวงใจทั้งหลาย

            โปรดทรงสถาปนาพระราชัยแห่งความรักของพระองค์ในดวงใจมนุษย์ทุกคนเทอญ

พระหฤทัยพระเยซู บุตรแห่งพระบิดานิรันดร
พระหฤทัยพระเยซู ที่พระจิตทรงตกแต่งในครรโภทรแห่งพระมารดาพรหมจารี
พระหฤทัยพระเยซู ร่วมสภาวะกับพระวจนาตถ์แห่งพระเจ้า
พระหฤทัยพระเยซู ทรงมหิทธิศักดิ์ไม่มีขอบเขต
พระหฤทัยพระเยซู วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า
พระหฤทัยพระเยซู ตำหนักแห่งพระเจ้าสูงสุด
พระหฤทัยพระเยซู เคหะของพระเจ้า และประตูสวรรค์
พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก
พระหฤทัยพระเยซู เครื่องรองรับความยุติธรรม และความรัก
พระหฤทัยพระเยซู เปี่ยมด้วยคุณงาม และความรัก
พระหฤทัยพระเยซู ขุมฤทธิ์กุศลทั้งปวง
พระหฤทัยพระเยซู สมแก่คำสรรเสริญทุกประการ
พระหฤทัยพระเยซู ราชา และศูนย์รวมแห่งดวงใจทั้งหลาย
พระหฤทัยพระเยซู ขุมพระปรีชาญาณ และความรู้ทั้งปวง
พระหฤทัยพระเยซู ที่ประทับแห่งพระเทวภาพครบบริบูรณ์
พระหฤทัยพระเยซู ที่สบพระทัยแห่งพระบิดา
พระหฤทัยพระเยซู ที่เราได้รับทานจากความบริบูรณ์ของพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความปรารถนาแห่งเนินเขานิรันดร
พระหฤทัยพระเยซู ทรงอดทน และเมตตากรุณา
พระหฤทัยพระเยซู ความมั่งคั่งสำหรับทุกคนที่มาวิงวอนพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ธารแห่งชีวิต และความศักดิ์สิทธิ์
พระหฤทัยพระเยซู ทรงชดเชยบาปของเรา
พระหฤทัยพระเยซู ถูกสบประมาทอย่างท่วมท้น (Loaded with opprobrium)
พระหฤทัยพระเยซู แหลกราญด้วยอาชญากรรมของเรา
พระหฤทัยพระเยซู นอบน้อมจนสิ้นพระชนม์
พระหฤทัยพระเยซู ถูกแทงด้วยหอก
พระหฤทัยพระเยซู ธารความทุเลาบรรเทา
พระหฤทัยพระเยซู ชีวิต และการคืนชีพของเรา
พระหฤทัยพระเยซู สันติภาพ และการคืนดีของเรา
พระหฤทัยพระเยซู ยัญบูชาไถ่บาปมนุษย์
พระหฤทัยพระเยซู ความรอดของผู้วางใจในพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความวางใจของผู้ที่ตายในพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความโสมนัสปรีดาแห่งนักบุญทั้งหลาย

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook