บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ >>>

คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

พระหฤทัยพระเยซู ที่ประทับแห่งพระเทวภาพครบบริบูรณ์

          แม้ว่าตามปกติ เมื่อเราพิจารณาบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ เราจำเป็นต้องแสดงความเคารพเสมอ แต่บทเร้าวิงวอนข้อนี้เรียกร้องความเคารพ และความศรัทธามากยิ่งกว่า เพราะขณะนี้เรากำลังเผชิญหน้ากับพระเทวภาพ ดังนั้น ก่อนอื่น เราจึงควรยอมรับด้วยความสุภาพว่าเราเป็นเพียงความเปล่าเบื้องหน้าพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ ซึ่งความบริบูรณ์ของพระองค์ประทับอยู่ในพระหฤทัยพระเยซู พระเยซูเจ้าทรงเป็นเป้าหมายของการนมัสการแบบ Latriaซึ่งรวมไว้ด้วยการสักการะบูชาเต็มรูปแบบ แม้ว่าความรักย่อมขจัดความกลัว แต่เรายังสมควรมีความยำเกรงอยู่เสมอเมื่อเราอยู่เบื้องหน้าพระเจ้า ธรรมล้ำลึกของพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ ก็คือธรรมล้ำลึกของพระเจ้า

 

          พระเทวภาพมาจากภาษาละตินว่า divinum  ซึ่งเป็นรูปคุณศัพท์ของคำว่า deus คือพระเจ้า คำเหล่านี้สามารถสืบย้อนกลับไปถึงคำว่า “ทิวะ (div)” ในภาษาสันสกฤต ซึ่งหมายถึงแสงสว่าง เราถือว่าแสงสว่างเป็นคุณลักษณะหนึ่งของพระเจ้าเสมอ พระคัมภีร์กล่าวว่า “พระเจ้าทรงเป็นความสว่าง และไม่มีความมืดใด ๆ อยู่ในพระองค์เลย” (1 ยน 1:5) และจากคำนี้เป็นต้นกำเนิดของคุณลักษณะอื่น ๆ ของพระเจ้า เช่น ความจริง เป็นต้น คำว่าพระเจ้าในภาษาอังกฤษคือ God และในภาษาละตินคือ Deity คนรุ่นเก่าอาจจำบรรทัดแรกของบทเพลงที่ขับร้องระหว่างการตั้งศีลมหาสนิท (ซึ่งแต่งโดยนักบุญโทมัส อากวีนัส สำหรับพิธีฉลองพระคริสตวรกาย) ว่า Adoro Te, devote, latens deitas (ข้าพเจ้านมัสการพระเทวภาพที่ซ่อนอยู่ในที่นี้ด้วยความศรัทธา) ชาวกรีกเรียกพระเจ้าว่า Theos แต่เราใช้คำนี้เรียกพระบิดาของพระเยซูคริสตเจ้า (อันเป็นที่มาของคำว่า theology หรือเทววิทยา)

 

          คำว่า “พระยาเวห์ทรงมีชีวิต” เป็นการแสดงความเชื่อของชาวอิสราเอล ซึ่งเก่าแก่เท่ากับขุนเขา การแสดงพระองค์ของพระเจ้าที่ภูเขาโฮเร็บ เต็มไปด้วยวลีว่า “เราเห็น…เรารู้…เราส่งเจ้าไป” ซึ่งเตรียมโมเสส สำหรับคำสุดท้ายว่า “เราเป็น” พระเจ้าทรงแสดงแก่นแท้ของพระธรรมชาติของพระองค์ด้วยวลีที่ว่า “เราคือผู้บริสุทธิ์” (โฮเชยา 11:9) ชาวอิสราเอล นับถือพระเจ้าองค์เดียว มิใช่เพราะเป็นความคาดหมายทางปรัชญา แต่เพราะเป็นการเผยแสดงของพระเจ้า ในขณะที่ชนชาติอื่นหล่อรูปของพระเจ้าของตนตามลักษณะของมนุษย์ ชาวอิสราเอล เพียงชาติเดียวที่ประกาศอย่างกล้าหาญว่าพระเจ้าทรงเหนือกว่ามนุษย์ และนำมาเปรียบเทียบกับมนุษย์ไม่ได้ ขณะที่เรารู้จักตาย พระองค์เท่านั้นที่อยู่เหนือความตาย และเพราะพระองค์ทรงเหนือกว่าทุกสิ่ง พระองค์จึงทรงมีความครบบริบูรณ์แห่งพระเทวภาพ

                    

          บัดนี้ เราจะย้อนกลับไปพูดถึงความหมายของแสงสว่างที่กล่าวถึงในตอนต้น พระคัมภีร์กล่าวถึงการเป็นแสงสว่างอย่างเด่นชัดตั้งแต่หน้าแรก คือเรื่องราวของการสร้างโลก ในจุดเริ่มต้นของการสร้างโลก พระเจ้าทรงแยกความสว่างออกจากความมืด และประวัติศาสตร์แห่งความรอดสรุปลงด้วยสิ่งสร้างใหม่ ซึ่งในที่นี้ พระเจ้าทรงเป็นแสงสว่าง (วว 21:23) ระหว่างสองจุดนี้ ประวัติศาสตร์มนุษยชาติดูเหมือนเป็นความขัดแย้งระหว่างแสงสว่าง และพลังของความมืด ซึ่งเราจะสังเกตเห็นได้ในศาสนาอื่นเช่นกัน (เช่นศาสนาฮินดู ซึ่งฉลองความขัดแย้งนี้ในเทศกาล Deepavali ซึ่งเป็นที่นิยม)

 

          แม้ว่าความคิดนี้จะถูกนำเสนอค่อนข้างล่าช้า (คือในหนังสือปรีชาญาณ) แต่พระเจ้าของเราก็คือพระเจ้าแห่งความสว่าง หนังสือปรีชาญาณเองเป็นการหลั่งทะลักของพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า และเป็นภาพสะท้อนของแสงสว่างนิรันดร แสงสว่างคือลักษณะเด่นของการแสดงพระองค์ทุกครั้งของพระเจ้า บ่อยครั้งเช่นกันที่แสงสว่างดูเหมือนเป็นองค์ประกอบหนึ่งของพระยาเวห์ โดยเฉพาะเมื่อเป็นสัญลักษณ์ของพลังที่ช่วยให้รอดของพระองค์ บทสดุดี 104:2บรรยายว่าพระเจ้าทรงถูกห่อหุ้มด้วยแสงสว่าง พระองค์สว่างเจิดจ้าเหมือนเวลากลางวัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแสงสว่างก็ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งสร้างอีกอย่างหนึ่งของพระเจ้า พระเจ้าทรงส่งแสงสว่างลงมา และทรงเรียกกลับคืนไป และแสงสว่างก็เชื่อฟังพระองค์อย่างลนลาน ข้อความนี้อาจตีความได้ว่าเป็นพระเดชานุภาพของพระเจ้า ซึ่งทำให้มนุษย์ได้สัมผัสกับโฉมหน้าที่น่ากลัวของพระเจ้า และธรรมชาติ แต่ในเวลาเดียวกัน ก็หมายถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าเพื่อช่วยเหลือด้วย

 

          เมื่อประกาศกอ้างถึงแสงสว่างครั้งแล้วครั้งเล่า เราต้องมองในทรรศนะของวาระสุดท้าย ซึ่งเป็นทั้งคำสัญญาของพระเมสสิยาห์ ผู้จะทรงปรากฏมาในวันของพระยาเวห์ รวมทั้งในวาระสุดท้ายของประวัติศาสตร์ เมื่อผู้ชอบธรรมจะเปล่งแสงเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า (อสย 13:10) แสงสว่างในวาระสุดท้ายที่ประกาศกกล่าวถึงนี้ กลายเป็นความจริงในพันธสัญญาใหม่ คำพยากรณ์ของอิสยาห์ (9:1) กลายเป็นความจริง เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเทศน์สอนในกาลิลี (มธ 4:16) (พจนานุกรมเทววิทยาพระคัมภีร์ หน้า 279) บทเพลงของนักบุญลูกา ประกาศว่าพระองค์ทรงเป็นแสงสว่างตั้งแต่ในวัยทารก และทรงเป็นดวงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณที่ให้ความสว่างแก่ผู้ที่ตกอยู่ในความมืด (ลก 1:78) และทรงเป็นแสงสว่างส่องชนชาติต่าง ๆ (ลก 2:32)

 

          ท้ายที่สุด พระเยซูเจ้าเองทรงแสดงว่าพระองค์คือแสงสว่างทั้งด้วยพระวาจา และกิจการของพระองค์ การรักษาคนตาบอดมีความหมายสำคัญเป็นพิเศษ นักบุญยอห์นเน้นเรื่องนี้โดยเฉพาะในพระวรสารบทที่ 9 ของท่าน พระเยซูเจ้าทรงกล่าวประโยคที่แทงใจทุกคนที่ไม่เชื่อ ว่า “ตราบที่เรายังอยู่ในโลก เราเป็นแสงสว่างส่องโลก” ก่อนหน้านั้น (8:12) พระองค์ทรงประกาศว่า “ผู้ที่ตามเรามา จะไม่เดินในความมืด แต่จะมีแสงสว่างส่องชีวิต” “กิจการของพระองค์ก็มาจากสิ่งที่พระองค์ทรงเป็น คือพระวจนาตถ์ของพระเจ้า แสงสว่าง ชีวิตของมนุษย์ แสงสว่างแท้ซึ่งส่องสว่างมนุษย์ทุกคนที่เข้ามาในโลกนี้”

 

          แม้ว่าแสงสว่างที่อยู่ในองค์พระเยซูเจ้านี้ถูกซ่อนไว้เกือบตลอดชีวิตของพระองค์ แต่มีครั้งหนึ่งที่แสงสว่างนี้ปรากฏในเห็น คือระหว่างที่ทรงสำแดงพระองค์อย่างรุ่งเรืองบน “ภูเขาสูง” เมื่อนั้น พระพักตร์ของพระองค์เปล่งรัศมี และฉลองพระองค์มีสีขาวดุจแสงสว่าง นี่คือโอกาสที่พระเทวภาพในพระองค์ปรากฏให้ศิษย์สามคนที่มีเอกสิทธิ์ และจะเป็นผู้ที่เป็นพยานถึงความอัปยศของพระองค์ในสวนมะกอกเทศ (มธ 17:2)

 

          ความอุดมบริบูรณ์ของบทเร้าวิงวอนข้อนี้บรรจุอยู่ในคำเพียงคำเดียวที่เรายังต้องอธิบาย คือคำว่า “ความบริบูรณ์” ซึ่งเป็นคำแปลมาจากภาษากรีกว่า PLEROMA และเป็นคำที่ผู้ศึกษาจดหมายของนักบุญเปาโลจะคุ้นเคยดี แม้ว่าท่านอัครสาวกใช้คำนี้ในหลายความหมาย แต่ความหมายแท้จริงน่าจะเป็นไปตามบริบทที่ใช้ในจดหมายถึงชาวโคโลสี นักบุญเปาโล พอใจกับความก้าวหน้าของพระศาสนจักรที่โคโลสี อย่างแน่นอน แต่ท่านกังวลใจเมื่อได้รับรายงานจากเอปาฟรัส ว่าผู้สอนศาสนาบางคนในพื้นที่กำลังสร้างความปั่นป่วนโดยพูดถึงสื่อกลางต่าง ๆ ระหว่างพระเจ้าและจักรวาล ซึ่งสื่อกลางแต่ละอย่างนี้ถูกถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของความบริบูรณ์ของพระเทวภาพ “นักบุญเปาโล ต้องต่อต้านความคิดที่อันตรายนี้โดยชี้ให้เห็นถึงความบริบูรณ์อย่างเพียงพอของพระคริสตเจ้าในบทบาทของพระองค์ในจักรวาล ท่านต้องชี้ให้เห็นว่าบรรดาสื่อกลางทั้งหลายไม่ได้มีส่วนร่วมในความบริบูรณ์ของพระเทวภาพ แต่ความบริบูรณ์ของพระเจ้า และพลานุภาพของพระองค์อยู่ในตัวพระคริสตเจ้าเอง” (Jerome Biblical Commentary, 55:5) จากคำอธิบายบทเร้าวิงวอนที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ (1 ถึง 4) เราจะได้เห็นภาพที่สมบูรณ์ของพระเทวภาพซึ่งประทับอยู่ในพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า

 

          แต่เราไม่ควรมองข้ามความครบบริบูรณ์ของพระหรรษทานในธรรมชาติมนุษย์ของพระเยซูเจ้า ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าได้ช่วยเพิ่มทวีความครบบริบูรณ์นี้ หากว่าจะสามารถเข้าใจปรากฏการณ์เช่นนั้นได้ ถ้าอัครเทวดากาเบรียล สามารถทักทายพระนางมารีย์ ระหว่างการแจ้งสารที่นาซาแร็ธ เช่นนั้นได้ เราก็ควรกล่าวถึงพระเยซูเจ้าได้ในทำนองเดียวกัน นับตั้งแต่ความเป็นมนุษย์ของพระองค์ได้ปรากฏขึ้นบนโลกนี้เมื่อพระองค์ทรงรับเอาธรรมชาติมนุษย์ พระหรรษทานของพระนางมารีย์คือพระหรรษทานของพระเยซูเจ้าโดยสิ้นเชิง เพื่อคอยท่าการไถ่กู้ เราสามารถเข้าใจได้โดยง่ายว่า เราไม่สามารถให้สิ่งใดที่เราไม่มี จึงเห็นได้ชัดว่าพระเยซูเจ้าเองทรงบริบูรณ์ด้วยพระหรรษทานศักดิ์สิทธิกร ซึ่งเปลี่ยนสภาพพระองค์โดยสิ้นเชิง และทำให้ธรรมชาติมนุษย์ของพระองค์กลายเป็นธรรมชาติที่เหนือมนุษย์ ถ้านักเทววิทยาสามารถอธิบายได้ว่าพระหรรษทานศักดิ์สิทธิกรทำให้เรา “กลายเป็นพระเจ้า”ได้ พระหรรษทานศักดิ์สิทธิกรที่มีอยู่ในระดับสูงสุดในพระคริสตเจ้าจะไม่ยิ่งประดับตกแต่งธรรมชาติมนุษย์ของพระองค์ผู้ทรงเป็นมนุษย์พระให้งดงามยิ่งขึ้นหรือ

พระหฤทัยพระเยซู บุตรแห่งพระบิดานิรันดร
พระหฤทัยพระเยซู ที่พระจิตทรงตกแต่งในครรโภทรแห่งพระมารดาพรหมจารี
พระหฤทัยพระเยซู ร่วมสภาวะกับพระวจนาตถ์แห่งพระเจ้า
พระหฤทัยพระเยซู ทรงมหิทธิศักดิ์ไม่มีขอบเขต
พระหฤทัยพระเยซู วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า
พระหฤทัยพระเยซู ตำหนักแห่งพระเจ้าสูงสุด
พระหฤทัยพระเยซู เคหะของพระเจ้า และประตูสวรรค์
พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก
พระหฤทัยพระเยซู เครื่องรองรับความยุติธรรม และความรัก
พระหฤทัยพระเยซู เปี่ยมด้วยคุณงาม และความรัก
พระหฤทัยพระเยซู ขุมฤทธิ์กุศลทั้งปวง
พระหฤทัยพระเยซู สมแก่คำสรรเสริญทุกประการ
พระหฤทัยพระเยซู ราชา และศูนย์รวมแห่งดวงใจทั้งหลาย
พระหฤทัยพระเยซู ขุมพระปรีชาญาณ และความรู้ทั้งปวง
พระหฤทัยพระเยซู ที่ประทับแห่งพระเทวภาพครบบริบูรณ์
พระหฤทัยพระเยซู ที่สบพระทัยแห่งพระบิดา
พระหฤทัยพระเยซู ที่เราได้รับทานจากความบริบูรณ์ของพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความปรารถนาแห่งเนินเขานิรันดร
พระหฤทัยพระเยซู ทรงอดทน และเมตตากรุณา
พระหฤทัยพระเยซู ความมั่งคั่งสำหรับทุกคนที่มาวิงวอนพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ธารแห่งชีวิต และความศักดิ์สิทธิ์
พระหฤทัยพระเยซู ทรงชดเชยบาปของเรา
พระหฤทัยพระเยซู ถูกสบประมาทอย่างท่วมท้น (Loaded with opprobrium)
พระหฤทัยพระเยซู แหลกราญด้วยอาชญากรรมของเรา
พระหฤทัยพระเยซู นอบน้อมจนสิ้นพระชนม์
พระหฤทัยพระเยซู ถูกแทงด้วยหอก
พระหฤทัยพระเยซู ธารความทุเลาบรรเทา
พระหฤทัยพระเยซู ชีวิต และการคืนชีพของเรา
พระหฤทัยพระเยซู สันติภาพ และการคืนดีของเรา
พระหฤทัยพระเยซู ยัญบูชาไถ่บาปมนุษย์
พระหฤทัยพระเยซู ความรอดของผู้วางใจในพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความวางใจของผู้ที่ตายในพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความโสมนัสปรีดาแห่งนักบุญทั้งหลาย

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook