บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ >>>

คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

พระหฤทัยพระเยซู วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

          คงไม่มีคำนำใดที่เหมาะสมสำหรับบทเร้าวิงวอนข้อนี้มากไปกว่าข้อความในพจนานุกรมเทววิทยาพระคัมภีร์ภายใต้หัวข้อ“วิหาร”

 

          “ทุกศาสนาถือว่าวิหารเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคนทั่วไปคิดว่าเป็นที่สถิตของพระเจ้า เพื่อประทับอยู่กับมนุษย์ เพื่อรับการนมัสการ และให้มนุษย์มีส่วนร่วมในความกรุณา และในชีวิตของพระเจ้า ตามปกติ สถานที่ประทับของพระเจ้าย่อมไม่ได้อยู่บนโลกนี้แน่นอน แต่ก็ยังถือว่าวิหารเกี่ยวข้องกับพระเจ้า เพราะเป็นช่องทางให้มนุษย์ติดต่อกับโลกของพระเจ้า ในพันธสัญญาเดิม วิหารของกรุงเยรูซาเล็ม เป็นเครื่องหมายชั่วคราวที่จะถูกแทนที่ในพันธสัญญาใหม่ด้วยเครื่องหมายอีกประเภทหนึ่งคือ พระกายของพระคริสตเจ้า และพระศาสนจักรของพระองค์”

 

          แต่เดิมคำว่าtemplum ในภาษาละติน หมายถึงสถานที่เปิดโล่งเพื่อใช้สังเกตการณ์ ซึ่งนักพยากรณ์จะขีดเส้นกำหนดไว้ด้วยไม้เท้า ดังนั้นจึงทำให้มีความเกี่ยวข้องทางศาสนา หรือไสยศาสตร์กับวิหารของชาวโรมัน ในยุคต่อมาคำนี้หมายถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์โดยทั่วไปที่สร้างถวายให้แก่เทพเจ้า หรือสักการสถาน

 

          เราไม่จำเป็นต้องไปถึงอียิปต์ หรือเมโสโปเตเมีย เพื่อทำความรู้จักกับวิหาร ประเทศอินเดียมีวิหารมากยิ่งกว่าประเทศใดในโลก และเราไม่ต้องเดินทางไปถึงแคว้นพาราณสี เพื่อจะค้นหาวิหารฮินดู อันที่จริง สถาปัตยกรรมอินเดียเกี่ยวข้องกับการวางแผนสร้างวิหารมาตั้งแต่ยุคแรก ๆ ดังนั้น สถาปัตยกรรมจึงเก่าแก่พอ ๆ กับศาสนา นักบุญโทมัส อากวีนัส เป็นผู้บอกเราในบทเทศน์ของท่านสำหรับวันฉลองพระคริสตกายา (ในพิธีกรรมเก่า) ว่า “ในทุกที่ และทุกเวลา มนุษย์ปรารถนาให้พระเจ้าเข้ามาใกล้ชิดเขา และไม่มีชนชาติใดในโลกที่พระเจ้าเข้ามาใกล้ชิดกับมนุษย์เท่ากับพระเจ้าของเราทรงใกล้ชิดเรา” ท่านหมายถึงวัดคริสต์ และตู้ศีล ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งพระเยซูเจ้าประทับอยู่เป็นเพื่อนของเราในศีลมหาสนิท เมื่อนักบุญเปาโลเริ่มต้นเทศน์เป็นครั้งแรกที่เมืองเอเธนส์ ท่านกล่าวว่า “ชาวเอเธนส์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าพบว่าท่านมีความเลื่อมไสในศาสนามากจริง ๆ เมื่อข้าพเจ้าเดินชมเมือง สังเกตเห็นปูชนียวัตถุต่าง ๆ ของท่าน พบแท่นบูชาแท่นหนึ่งมีคำจารึกว่า ‘แด่พระเจ้าที่เราไม่รู้จัก’ “ (กจ 17:23)

          แต่เมื่อเราเริ่มต้นพูดในบริบทของชาวยิวที่เชื่อว่ามีพระเจ้าหนึ่งเดียว เราจำเป็นต้องพูดถึงวิหารของกรุงเยรูซาเล็ม ก่อนจะมีการนิยมสร้างวิหาร ชาวอิสราเอลมีเพียงกระโจมที่พวกเขานำติดตัวไปด้วยระหว่างการเดินทางในทะเลทราย หลังจากได้จัดตั้งสมาพันธ์ขึ้นในคานาอัน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าตั้งอยู่ที่กิลกัล และต่อมาก็ย้ายมาที่เชเคม และท้ายที่สุดที่ไชโล กษัตริย์ดาวิด เป็นผู้ปลดปล่อยหีบพันธสัญญาให้เป็นอิสระจากพวกฟิลิสติน พระองค์ทรงทำให้เยรูซาเล็ม เป็นสถานที่พักของหีบพันธสัญญา พระองค์ทรงต้องการทำให้เมืองนี้เป็นทั้งศูนย์กลางทางการเมือง และศาสนาของอิสราเอล ด้วยเจตนาเช่นนี้ หลังจากพระองค์ทรงสร้างสถานที่พำนักสำหรับพระองค์เองแล้ว พระองค์ได้ทรงปรึกษากับประกาศกเกี่ยวกับการสร้างสถานที่พำนักสำหรับพระยาเวห์ แต่พระเจ้าทรงขัดขวางแผนการของดาวิด เพราะดาวิดเป็นบุคคลที่มือเปื้อนเลือด ดังนั้น จึงตกเป็นหน้าที่ของกษัตริย์ซาโลมอน ที่จะสร้างวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม ด้วยเหตุนี้ เยรูซาเล็ม จึงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับชาวอิสราเอล เพราะเป็นศูนย์กลางของความต้องการของพวกเขา

 

          ผู้เชี่ยวชาญด้านพระวรสารชื่อคอร์นีเลียส อา ลาปิเด บรรยายถึงพระวิหารของซาโลมอน ไว้ดังนี้ “พระวิหารของซาโลมอน ประกอบด้วยส่วนสำคัญสองส่วน คือส่วนที่เป็นห้องโถงด้านหน้า และส่วนที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง (Holy of Holies) ในห้องโถงด้านหน้า หรือวิหารสำหรับฆราวาส เป็นที่ตั้งพระแท่นทองคำสำหรับวางกำยาน ซึ่งจะจุดไฟศักดิ์สิทธิ์ไว้ตลอดเวลา และกลิ่นหอมของกำยานจะลอยขึ้นไปยังพระบัลลังก์ของพระยาเวห์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่งนี้เป็นห้องด้านใน และเป็นส่วนที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่า ที่ซึ่งพระสงฆ์เท่านั้นสามารถเข้าไปได้ พระแท่นถวายยัญบูชาตั้งอยู่ที่นี่ และส่วนนี้คือส่วนที่เรียกว่า ‘พระวิหารของพระเจ้า’”

 

          เมื่อคิดถึงพระวิหาร เราอดคิดไม่ได้ว่านี่คือพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง นักบุญยอห์น ยูดส์ กล่าวถึงความเหมือนนี้ในบทความเกี่ยวกับดวงพระทัยของพระนางมารีย์ ว่า “พระจิตเจ้าทรงเป็นผู้สร้างพระวิหารอันเลิศล้ำนี้ ผนึกด้วยโลหิตพรหมจารีของพระนางมารีย์ เสกให้ศักดิ์สิทธิ์ด้วยน้ำมันเจิมแห่งพระเทวภาพ สร้างถวายแด่พระองค์ผู้ทรงเป็นความรักนิรันดร นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์กว่า มั่งคั่งกว่า และควรเคารพมากกว่าวิหารใด ไม่ว่าจะเป็นวิหารทางวัตถุ หรือวิหารฝ่ายจิต ซึ่งเคยมีอยู่บนแผ่นดิน หรือสวรรค์ ภายในพระวิหารซึ่งเหมาะสมคู่ควรกับพระองค์นี้เอง ที่พระเจ้าทรงได้รับการนมัสการอย่างเหมาะสม และเป็นอมตะ และจะล่วงละเมิดมิได้! ความปรักหักพัง หรือการจาบจ้วง หรือการทุราจารไม่อาจแตะต้องได้ พระวิหารนี้ตกแต่งด้วยความครบครันทุกประการ และคุณธรรมทุกประการ เสมือนรูปภาพมีชีวิตจำนวนมาก เป็นบุญของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในพระวิหารที่สร้างขึ้นด้วยพระหัตถ์ของพระเจ้า เพื่อจะได้ชื่นชมกับความมั่งคั่ง เพ่งพิศความหรูหรา และเพื่อจะมีชีวิต และสิ้นใจภายในวิหารนี้ในปิติศานต์แห่งความรักอันไร้ขอบเขต”

 

          พระเยซูเจ้าเองอาจเป็นผู้เสนอแนะบทเร้าวิงวอนข้อนี้ ระหว่างชีวิตสาธารณะของพระองค์ พระคริสตเจ้าตรัสถึงพระกายศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ในฐานะพระวิหาร เมื่อชาวยิวถามพระองค์ว่า “ท่านมีเครื่องหมายอะไรแสดงให้เรารู้ว่าท่านมีอำนาจทำดังนี้” (เมื่อพระองค์ทรงขับไล่ทั้งลูกค้า และพ่อค้าออกไปนอกพระวิหาร) พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “จงทำลายพระวิหารนี้ แล้วเราจะสร้างขึ้นใหม่ภายในสามวัน” ชาวยิวพูดว่า “วิหารหลังนี้ต้องใช้เวลาสร้างถึงสี่สิบหกปี แล้วท่านจะสร้างขึ้นใหม่ในสามวันหรือ?” แต่พระองค์กำลังตรัสถึงพระวิหารซึ่งหมายถึงพระกายของพระองค์” (ยน 2:18-20) เห็นได้ชัดว่าพระเยซูเจ้าไม่ได้กำลังตรัสถึงพระวิหารที่สร้างด้วยหิน และปูน แต่ทรงหมายถึงการฟื้นคืนชีพของพระองค์ สามวันหลังจากทรงถูกตรึงกางเขน และถูกฝัง

 

เป็นการสมควรที่จะอธิบายข้อความที่ยอห์น ยูดส์ กล่าวไว้ข้างต้นนี้ให้ชัดเจน

 

          พระหฤทัยของพระเยซูเจ้าไม่ได้เป็นเพียงพระวิหาร แต่ยังเป็นพระแท่นถวายยัญบูชาด้วย ในที่นี้ ไฟศักดิ์สิทธิ์แห่งความรักของพระเจ้าลุกไหม้อยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน ในที่นี้ องค์มหาปุโรหิตเป็นผู้ถวายยัญบูชาอันทรงค่าไร้ขอบเขต โดยทรงถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาล้ำค่าเพื่อพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า และความรอดของมนุษย์ ท้ายที่สุด พระองค์ทรงเป็นพระแท่น ซึ่งจากพระแท่นนี้ คำภาวนาอันทรงพลังลอยขึ้นเสมือนหมอกควันกำยานจากเตาทองคำ อันเป็นสัญลักษณ์ของการนมัสการพระเจ้า

 

          การนมัสการของคริสตชนไม่ใช่การนมัสการส่วนตัวของแต่ละบุคคล แต่มีมิติทางสังคมรวมอยู่ด้วย ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีหน้าที่ถวายคำภาวนา และนมัสการพระเจ้าเป็นประจำในฐานะหมู่คณะ การนมัสการของเราอาจเรียกได้ว่าเป็นการถวายเกียรติ ขอบพระคุณ และวิงวอนขอ การถวายเกียรติของเราเองนั้นปราศจากความสำคัญโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องนำมารวมกับพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ซึ่งทรงถวายเกียรติ และนมัสการพระเจ้าอยู่เสมอ ด้วยวิธีเดียวกันนี้ คำโมทนาคุณของเราสำหรับพระคุณอันไม่มีวันหมดสิ้นของพระเจ้า เมื่อนำมารวมกับยัญบูชาในศีลมหาสนิทแล้วย่อมมีความหมายมากขึ้น เราต้องระลึกไว้เสมอว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นคนกลางหนึ่งเดียวที่ประทับยืนเบื้องหน้าพระบิดาเพื่อวิงวอนขอในนามของเรา(ฮบ 9:15)

พระหฤทัยพระเยซู บุตรแห่งพระบิดานิรันดร
พระหฤทัยพระเยซู ที่พระจิตทรงตกแต่งในครรโภทรแห่งพระมารดาพรหมจารี
พระหฤทัยพระเยซู ร่วมสภาวะกับพระวจนาตถ์แห่งพระเจ้า
พระหฤทัยพระเยซู ทรงมหิทธิศักดิ์ไม่มีขอบเขต
พระหฤทัยพระเยซู วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า
พระหฤทัยพระเยซู ตำหนักแห่งพระเจ้าสูงสุด
พระหฤทัยพระเยซู เคหะของพระเจ้า และประตูสวรรค์
พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก
พระหฤทัยพระเยซู เครื่องรองรับความยุติธรรม และความรัก
พระหฤทัยพระเยซู เปี่ยมด้วยคุณงาม และความรัก
พระหฤทัยพระเยซู ขุมฤทธิ์กุศลทั้งปวง
พระหฤทัยพระเยซู สมแก่คำสรรเสริญทุกประการ
พระหฤทัยพระเยซู ราชา และศูนย์รวมแห่งดวงใจทั้งหลาย
พระหฤทัยพระเยซู ขุมพระปรีชาญาณ และความรู้ทั้งปวง
พระหฤทัยพระเยซู ที่ประทับแห่งพระเทวภาพครบบริบูรณ์
พระหฤทัยพระเยซู ที่สบพระทัยแห่งพระบิดา
พระหฤทัยพระเยซู ที่เราได้รับทานจากความบริบูรณ์ของพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความปรารถนาแห่งเนินเขานิรันดร
พระหฤทัยพระเยซู ทรงอดทน และเมตตากรุณา
พระหฤทัยพระเยซู ความมั่งคั่งสำหรับทุกคนที่มาวิงวอนพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ธารแห่งชีวิต และความศักดิ์สิทธิ์
พระหฤทัยพระเยซู ทรงชดเชยบาปของเรา
พระหฤทัยพระเยซู ถูกสบประมาทอย่างท่วมท้น (Loaded with opprobrium)
พระหฤทัยพระเยซู แหลกราญด้วยอาชญากรรมของเรา
พระหฤทัยพระเยซู นอบน้อมจนสิ้นพระชนม์
พระหฤทัยพระเยซู ถูกแทงด้วยหอก
พระหฤทัยพระเยซู ธารความทุเลาบรรเทา
พระหฤทัยพระเยซู ชีวิต และการคืนชีพของเรา
พระหฤทัยพระเยซู สันติภาพ และการคืนดีของเรา
พระหฤทัยพระเยซู ยัญบูชาไถ่บาปมนุษย์
พระหฤทัยพระเยซู ความรอดของผู้วางใจในพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความวางใจของผู้ที่ตายในพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความโสมนัสปรีดาแห่งนักบุญทั้งหลาย

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook