บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ >>>

คำอธิบายคำวิงวอนในบทเร้าวิงวอนพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก

          รูปภาษาละตินของบทเร้าวิงวอนข้อนี้ คือ Cor Jesus fornax ardens caritatis ตามปกติคำว่า ardens มักแปลว่า “ลุกโชติช่วง (burning)” ไม่ใช่ “เปล่งแสงเรืองรอง (glow)” พจนานุกรม Oxford ฉบับพกพาอธิบายความหมายของคำว่า glow ว่า “การเปล่งแสง และให้ความร้อนโดยปราศจากเปลวไฟ” และ “การเปล่งแสงเหมือนสิ่งที่กำลังร้อนจัด” เนื่องจากบทเร้าวิงวอนข้อนี้กล่าวถึงความรัก (charity) และเรามักถือว่าความรักเกี่ยวข้องกับความอบอุ่น จึงควรแปลจากภาษาละติน เป็นภาษาอังกฤษว่า “พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก” (Heart of Jesus burning furnace of charity)

 

          ถ้าท่านเคยไปเยี่ยมโรงงานผลิตเหล็กกล้า ท่านจะเห็นเตาไฟหลอมเหล็ก การถลุงเหล็กต้องใช้ความร้อนเกือบ 2,000 องศาเซลเซียส แร่ที่มีธาตุเหล็กสูงจะถูกหักออกเป็นเสี่ยง นำมาผสมกับหินปูน และถ่านหิน และป้อนเข้าเตาหลอมที่ลุกเป็นไฟตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อปล่อยให้อากาศปริมาณมากเข้าไปในเตาหลอม อุณหภูมิจะสูงขึ้น เหล็กจะหลอมละลาย และไหลลงสู่หลุมตื้น ๆ และแข็งตัวกลายเป็นแท่งเหล็ก เมื่อเราเข้าใกล้เตาไฟประเภทนี้ เราจะสัมผัสกับความร้อนแม้ว่าจะอยู่ห่าง 40-50 ฟุต คนที่ทำงานในเตาหลอมเหล่านี้จะมีสีผิวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เป็นสีน้ำตาล จนดูเหมือนเกือบเป็นสีดำ

 

          พระคัมภีร์กล่าวถึงเตาไฟในหนังสือดาเนียล ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กสามคนที่เป็นเพื่อนเล่นกับดาเนียล กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ แห่งบาบิโลน หลงคิดว่าตนเองเป็นเทพเจ้า และสมควรได้รับการนมัสการ พระองค์รับสั่งให้สร้างเทวรูปทองคำขึ้น และตั้งไว้บนเสาให้คนทั่วอาณาจักรคุกเข่าลงบูชาทันทีที่ได้ยินเสียงจากเครื่องดนตรี เด็กสามคนจากอิสราเอล คือชิดรัค เมซาค และอาเบดเนโก เติบโตขึ้นมาภายในราชสำนักของเนบูคัดเนสซาร์ พร้อมกับดาเนียล ทั้งสามคนไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของกษัตริย์ พระองค์กริ้วมาก และสั่งให้โหมไฟในเตาให้ร้อนกว่าปกติถึง 7 เท่า และให้โยนเด็กทั้งสามลงไปในเตาไฟเพื่อลงโทษ เด็กทั้งสามเรียกพระนามของพระเจ้าแห่งสวรรค์ และแม้แต่ผมบนศีรษะก็ไม่ถูกไฟไหม้ เมื่อนั้น กษัตริย์จึงตระหนักว่าพระเจ้าของอิสราเอลเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ และทรงสั่งให้โยนผู้ที่ร้องเรียนว่าเด็กทั้งสามไม่เชื่อฟัง (คำสั่งให้นมัสการเทวรูปของกษัตริย์)เข้าไปในเตาไฟที่ลุกโชติช่วงนั้น พวกเขาถูกไฟเผาไหม้หมดในชั่วพริบตา

 

          เตาไฟแห่งบาบิโลนมีไว้เพื่อทำลาย เตาไฟอุตสาหกรรมก็มีไว้เพื่อสกัดโลหะโดยทำให้แร่บริสุทธิ์ หรือเปลี่ยนเหล็กให้เป็นเหล็กกล้า หรือถลุงทองคำ และเงินให้บริสุทธิ์ ไฟจะให้ผลคล้ายกันแม้ในกรณีที่ใช้เบ้าหลอม ดังนั้น สุภาษิตในพระคัมภีร์ จึงกล่าวว่า“เหมือนทองคำในเบ้าหลอม”

 

          ไฟเป็นสิ่งสำคัญในธรรมเนียมทางศาสนาของชนชาติตะวันออกใกล้ และในธรรมเนียมของยิว ไฟบนแท่นบูชาที่เผาเครื่องบูชาถวายนั้นจะต้องลุกโชนอยู่เสมอ (ลนต 6:12) เสมือนเป็นสัญลักษณ์ว่าพระเจ้าประทับอยู่ เชื่อกันว่าถ้าไฟเผาเครื่องบูชาจนหมด พระเจ้าจะทรงยอมรับเครื่องบูชานั้น การประจักษ์ของพระเจ้าท่ามกลางไฟก็บ่งชี้เช่นกันว่าพระเจ้าไม่ทรงมีร่างกายที่ไฟสามารถเผาผลาญได้ แต่ทรงเป็นจิตบริสุทธิ์ ซึ่งต่างจากวัตถุ ไฟไม่อาจทำลายพระองค์ได้ ตัวอย่างหนึ่งคือพุ่มไม้ที่ลุกเป็นไฟที่โมเสสเห็น ไฟเป็นเครื่องมือชำระให้บริสุทธิ์ ดังจะเห็นได้จากพิธีชำระริมฝีปากของอิสยาห์ให้บริสุทธิ์ด้วยถ่านไฟที่ลุกแดง นอกจากนี้ ไฟยังเป็นธาตุที่เหมาะสมกับพระเจ้า “พระยาเวห์ ทรงเป็นไฟที่เผาผลาญ” (ฉธบ 4:24)

 

          แต่เหนือกว่าทุกสิ่งที่กล่าวถึงนี้ พันธสัญญาใหม่มีข้อความที่สะดุดใจเรามากเป็นพิเศษว่า “เรามาเพื่อจุดไฟในโลก เราปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้โลกนี้ลุกเป็นไฟ” เราไม่อาจคิดว่าข้อความนี้เป็นเพียงปริศนาอย่างที่หลายคนคิด นี่คือความคิดที่จะทำให้เราเข้าใจบทเร้าวิงวอนข้อนี้ได้ง่าย ลูกา (12:29)พูดในเชิงเปรียบเทียบ แต่พระเยซูเจ้าไม่ได้หมายถึงไฟธรรมชาติ พระองค์อาจกำลังตรัสถึงการพิพากษาอย่างที่หลายคนสรุป แต่ก็อาจทรงหมายถึงความกระตือรือร้นของพระองค์ที่ทรงปรารถนาจะใช้ความรักจุดให้โลกนี้ลุกเป็นไฟ

 

          พระหฤทัยของพระเยซูเจ้าคือเตาไฟแห่งความรัก  ความรักนี้มาจากคำภาษาละตินว่า  caritas  ซึ่งคล้ายกับรากศัพท์ในภาษาสันสกฤติ ว่า “กามา”ซึ่งมีความหมายหลายอย่างเกี่ยวกับความรัก ความเคารพ การนับถือผู้อื่น เป็นต้น ความรักในวรรณกรรมศาสนาก็มีหลายความหมายเช่นกัน ในแง่ของเทววิทยา ความรักคือความรู้สึกที่พระยาเวห์ และชนชาติอิสราเอล มีต่อกัน โดยเฉพาะหลังจากยุคของประกาศกโฮเชยา พระยาเวห์ ทรงรักชนชาติอิสราเอลก่อน และความรักของชนชาติอิสราเอล เป็นการตอบสนอง พระยาเวห์ทรงเป็นผู้เริ่มต้นก่อนเสมอ ความรักคือสาเหตุที่ทรงเลือกอิสราเอล และเป็นความรักที่มั่นคงนิรันดร์ด้วย

 

          เมื่อนักบุญยอห์นอัครสาวกกล่าวถึงความรักของพระเจ้าในจดหมายของท่าน ท่านเจาะจงว่าท่านกำลังพูดถึงความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์ ซึ่งเป็นความรักที่หวงแหน นักบุญเปาโล กล่าวถึงความรักของพระเจ้าว่า ความรักนี้ถูกหลั่งลงในดวงใจของเรา (รม 5:5) เมื่อท่านเปลี่ยนคำอุปมาจากน้ำเป็นไฟ ความรักจะดูเหมือนเป็นไฟที่ลุกร้อน และเรืองรอง ในสมญาทั้งสี่ในตอนต้นของบทเร้าวิงวอนนี้ ความรักของพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกเสนอให้เราพิจารณา ไม่มีคำอุปมาใดที่จะแสดงความเข้มข้นของความรักได้เหมาะสมยิ่งกว่าไฟในเตาไฟที่ลุกโชติช่วงอยู่ภายในพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า ภาพพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏให้มาร์กาเร็ต มารีย์ เห็นนั้น แสดงให้เห็นหัวใจที่มีเปลวไฟพวยพุ่งออกมา และกระจายความร้อนไปทุกทิศทาง ในการประจักษ์ครั้งสำคัญครั้งแรก พระเยซูเจ้าตรัสแก่ข้ารับใช้ผู้ศรัทธาของพระองค์ว่า “ดวงใจของเราลุกร้อนด้วยความรักต่อมนุษย์ จนไม่อาจเก็บกักเปลวไฟแห่งความรักอันร้อนแรงไว้ภายในได้ และต้องกระจายออกไปภายนอกผ่านตัวเจ้า” ในการประจักษ์ครั้งที่สอง เธอบรรยายว่าพระหฤทัยเป็นเหมือน “ดวงอาทิตย์ที่เรืองรองด้วยแสงเจิดจ้า…ของเปลวไฟที่พวยพุ่งออกมา โดยเฉพาะจากพระอุระอันน่าบูชาของพระองค์ ซึ่งคล้ายกับเตาไฟ”

          ไม่มีข้อความใดที่เกินความจริงในคำบรรยายนี้ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่า พระคริสตเจ้าได้ตรัสในพระวรสารว่า “เรามาเพื่อจุดไฟในโลก เราปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้โลกนี้ลุกเป็นไฟ” เราอาจคิดถึงโอกาสทั้งสามที่เปลวไฟแห่งความรักที่ลุกร้อนที่สุดนี้เผาผลาญพระหฤทัยอันยิ่งใหญ่ของพระผู้ไถ่ ครั้งแรกคือระหว่างที่ทรงรับธรรมชาติมนุษย์ “พระเจ้าทรงรักโลกมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์” (ยน 3:16) ครั้งที่สองคือเมื่องานไถ่กู้สำเร็จลุล่วง ขณะที่พระเยซูเจ้าตรัสบนกางเขนว่า “สำเร็จบริบูรณ์แล้ว” (ยน 19:30) ยอห์น ยืนยันดังนี้ในพระวรสารของท่านว่า “เรื่องนี้ทำให้เรารู้จักความรักของพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงสละชีวิตของพระองค์เพื่อเรา” ครั้งที่สามคือการมอบบุญกุศลจากการไถ่กู้เพื่อเรา “เพื่อว่าทุกคนที่เชื่อในพระองค์จะไม่ตาย แต่จะมีชีวิตนิรันดร”

 

          ความรักเรียกร้องให้ตอบสนองด้วยความรัก สมควรที่เราจะระลึกถึงคำเตือนของพระเยซูเจ้าระหว่างการประจักษ์ครั้งหนึ่งว่า “ความศรัทธานี้คือความพยายามของความรักของเราเป็นครั้งสุดท้ายในยุคท้าย ๆ นี้ เพื่อโน้มน้าวให้มนุษย์รักดวงใจนี้” มีทางเดียวที่เปิดอยู่สำหรับเราคือการถวายตัวของเราให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระบิดาสวรรค์ และชักนำคนอื่น ๆ ทุกคนให้กระทำเช่นเดียวกัน

 

บทภาวนาสั้น : พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก โปรดจุดไฟขึ้นในดวงใจของเราด้วยความรักของพระองค์เทอญ!

พระหฤทัยพระเยซู บุตรแห่งพระบิดานิรันดร
พระหฤทัยพระเยซู ที่พระจิตทรงตกแต่งในครรโภทรแห่งพระมารดาพรหมจารี
พระหฤทัยพระเยซู ร่วมสภาวะกับพระวจนาตถ์แห่งพระเจ้า
พระหฤทัยพระเยซู ทรงมหิทธิศักดิ์ไม่มีขอบเขต
พระหฤทัยพระเยซู วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า
พระหฤทัยพระเยซู ตำหนักแห่งพระเจ้าสูงสุด
พระหฤทัยพระเยซู เคหะของพระเจ้า และประตูสวรรค์
พระหฤทัยพระเยซู เตาไฟโชติช่วงแห่งความรัก
พระหฤทัยพระเยซู เครื่องรองรับความยุติธรรม และความรัก
พระหฤทัยพระเยซู เปี่ยมด้วยคุณงาม และความรัก
พระหฤทัยพระเยซู ขุมฤทธิ์กุศลทั้งปวง
พระหฤทัยพระเยซู สมแก่คำสรรเสริญทุกประการ
พระหฤทัยพระเยซู ราชา และศูนย์รวมแห่งดวงใจทั้งหลาย
พระหฤทัยพระเยซู ขุมพระปรีชาญาณ และความรู้ทั้งปวง
พระหฤทัยพระเยซู ที่ประทับแห่งพระเทวภาพครบบริบูรณ์
พระหฤทัยพระเยซู ที่สบพระทัยแห่งพระบิดา
พระหฤทัยพระเยซู ที่เราได้รับทานจากความบริบูรณ์ของพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความปรารถนาแห่งเนินเขานิรันดร
พระหฤทัยพระเยซู ทรงอดทน และเมตตากรุณา
พระหฤทัยพระเยซู ความมั่งคั่งสำหรับทุกคนที่มาวิงวอนพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ธารแห่งชีวิต และความศักดิ์สิทธิ์
พระหฤทัยพระเยซู ทรงชดเชยบาปของเรา
พระหฤทัยพระเยซู ถูกสบประมาทอย่างท่วมท้น (Loaded with opprobrium)
พระหฤทัยพระเยซู แหลกราญด้วยอาชญากรรมของเรา
พระหฤทัยพระเยซู นอบน้อมจนสิ้นพระชนม์
พระหฤทัยพระเยซู ถูกแทงด้วยหอก
พระหฤทัยพระเยซู ธารความทุเลาบรรเทา
พระหฤทัยพระเยซู ชีวิต และการคืนชีพของเรา
พระหฤทัยพระเยซู สันติภาพ และการคืนดีของเรา
พระหฤทัยพระเยซู ยัญบูชาไถ่บาปมนุษย์
พระหฤทัยพระเยซู ความรอดของผู้วางใจในพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความวางใจของผู้ที่ตายในพระองค์
พระหฤทัยพระเยซู ความโสมนัสปรีดาแห่งนักบุญทั้งหลาย

กลับหน้า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook