บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

สัมภเวสี

ขอกลับมาเกิด

เรื่องต่อไปนี้ นับเป็นเรื่องประหลาดมหัศจรรย์ที่ได้เกิดขึ้น ผู้เล่าชื่อคุณบรรจง ชาญทนานนท์ อยู่แขวงคลองสานธนบุรี คุณบรรจง ก็เริ่มเล่าสาเหตุที่บุตรสาวของตนถึงแก่กรรมให้ฟังว่า

บุตรสาวผมชื่อว่า ด.ญ. มิ่งขวัญอายุ ๑๐ ขวบ มีพี่เลี้ยงชื่อ นางละม่อม อายุ ๕๐ กว่า ด.ญ.มิ่งขวัญ มีชื่อเล่นว่าปังตามปกติเด็กหญิงมิ่งขวัญแกรักนางละม่อมมาก เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ๆ ลับหลังผมและภรรยา เด็กหญิงมิ่งขวัญก็จะเรียก นางละม่อมว่าแม่ และชอบเคล้าเคลียกับนางละม่อม รักใคร่อย่างสนิทสนม ตามปกติ ผมกับภรรยาออกจากบ้านไปทำงานแต่เช้ากลับตอนเย็น ปล่อยให้ลูกอยู่กับพี่เลี้ยง

เหตุเกิดขึ้นวันนั้น ผมยังจำได้ดีว่าเป็นวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๑ เวลานั้นโรงเรียนใกล้จะเปิดอยู่แล้ว นางละม่อมได้พาลูกสาวผมไปด้วย จะไปฝากลูกชายแกเข้าโรงเรียนที่วัดแจงร้อน ส่วนลูกสาวผมได้เรียนอยู่ที่วัดใกล้บ้าน

หลังจากฝากเรียนเรียบร้อยแล้ว นางละม่อมกับลูกสาวผม ก็ยืนรอรถประจำทางที่ราษฎร์บูรณะ เพื่อขึ้นรถพาลูกสาวผมกลับบ้าน ในขณะยืนรอรถอยุ่นั้นก็พอดีมีรถบรรทุกสิบล้อกับรถห้องเย็นได้สวนมาชนกันอย่างแรง รถถอยหลังมาชนเอานางละม่อมกับลูกสาวผมที่ยืนอยู่อย่างไม่ทันรู้ตัว เพราะชนกันรถกระแทก จึงถอยอย่างแรงทำให้ลูกผมและคนเลี้ยงได้ตกไปอยู่ข้างทาง จมอยู่ในน้ำตายทั้งคู่ เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครรู้ว่าชะตากรรมของลูกผมกับพี่เลี้ยงจะจบอย่างนี้

ผมกับภรรยา พอรู้เรื่องใจหายลมจะจับ ทำอะไรไม่ถูก มือเท้าอ่อนหมดแรง เพราะลูกอยู่ในบ้านเดียวกัน เมื่อผมกลับมาจากทำงานก็เห็นหน้าลูกเช้าเย็น เมื่อมาบ้านไม่เห็นหน้าลูกนึกแล้วใจหาย ลูกสาวผมเป็นคนฉลาดน่ารัก อ่อนหวาน เป็นที่รักของคนในหมู่บ้านที่รู้จัก

เมื่อลูกผมตายจากไปแล้ว บางคนในหมู่บ้านรู้ข่าวก็เสียใจร้องไห้เลยป่วยเป็นไข้ก็มี เรื่องนี้คุณประสิทธิ์และคุณประวัติได้สัมภาษณ์ผู้อยู่ใกล้บ้านมาแล้ว

คุณบรรจงบอกว่า ผมคิดว่าตัวผมเป็นพ่อบ้านหัวหน้าครอบครัว ถ้าจะทำใจอ่อนแอไปด้วย ผมจึงตัดสินใจคิดว่า คนเรามีกรรมเป็นของตัวเอง เมื่อตายไปแล้วจะเสียอกเสียใจปานใดเด็กก็ไม่ฟื้น ผมก็หักใจได้ จึงปลอบคนในบ้านให้หายความเศร้าลงบ้าง

หลังจากวันตายของ ลูกสาวผมกับนางละม่อมพี่เลี้ยงได้ผ่านไปแล้วประมาณ ๑ เดือน

คืนหนึ่งผมรู้สึกว่าผมฝันไป แต่คล้ายกับเป็นความจริงในความฝันรู้สึกว่า ผมตื่นลุกขึ้นมานั่งเวลาประมาณตีหนึ่ง มองเห็นนางละม่อมเดินเข้ามา ผมก็เข้าไปทักว่า

“น้าม่อมตั้งแต่เสียไปแล้วยังไม่เคยพบเลย”

เวลานั้นผมรู้ว่าแกตายไปแล้ว ผมเดินเข้าไปจับมือ นางละม่อมนั่งคอยหลีกเลี่ยง ที่สุดผมก็จับมือได้ ทำให้ผมสะดุ้งเพราะมือนางละม่อมเย็นยังกับแช่น้ำแข็ง จึงคิดว่าคนตายตัวเย็นอย่างนี้เอง และเมื่อเห็นนางละม่อมลุกขึ้นผมก็บอกว่า

“น้าม่อมอย่าเพิ่งไปซิ ยังไม่ได้ถามอะไรเลย”

แกตอบว่า “ยังไม่ไปไหนหรอก เพราะขออนุญาตเขามามีเวลาชั่วโมงหนึ่ง”

ผมก็บอกว่า “ดีแล้วผมไม่โทษหรอก เพราะเรื่องเหล่านี้แล้วแต่เป็นเรื่องของกรรมแต่ละคน โทษกันไม่ได้ เพราะเกิดอุบัติเหตุไม่มีทางป้องกัน”

นางละม่อมก็บอกว่า “ดีแล้วฉันจะได้สบายใจ”

ผมก็บอกว่า “ที่ผมทำบุญสังฆทานอุทิศส่วนกุศลไปให้น้าม่อมได้รับหรือเปล่า”

แกก็บอกว่า “ได้รับ”

ผมก็บอกว่าได้เรียกร้องเงินจากเจ้าของรถมาได้เท่าไร ผมก็มอบให้ครอบครัวน้าม่อมหมด ส่วนค่าทำศพ ซื้อ,ดง และทำบุญเลี้ยงพระผมเป็นคนออกให้ทั้งสิ้น จากนั้นผมยังให้ลูกชายบวชหน้าไฟเมื่อเวลาเผาศพ ผมเป็นเจ้าภาพตลอดงาน เป็นงเนส่วนตัว และได้พูดถึงสามีแกเขาจะทำบุญบ้าน จะช่วยอะไรได้บ้างไหม

แกบอกว่า “อย่าไปยุ่งกับเขาเลย ให้เขาทำตามเรื่องของเขา”

ผมก็บอกว่า “ผมถือว่าน้าม่อมเหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัวเราผู้หนึ่ง มีอะไรต้องช่วยกันเท่าที่จะช่วยได้ การเสียเงินเสียทองไม่เป็นไร”

เสียงนางละม่อมพูดว่า “ถ้าคิดอย่างนั้นก็ตามใจ” แล้วแกพุดอย่างหนักแน่นว่า

การที่ฉันพาปังไปตายคราวนี้อย่าเสียใจเลย ปีหน้าฉันจะพามาส่งคืน คราวนี้จะได้ลูกสาวอันแท้จริงมาเกิด”

ผมก็ถามอย่างตื่นเต้นว่า “น้าม่อมพูดมานี้ เป็นความจิรงหรือ ฉันจะได้ลูกคืน”

นางละม่อมพูดอย่างหนักแน่นว่า “จริง ๆ”

แต่เล้วในความรู้สึกของผมว่าเป็นเวลาประมาณตี ๒ กว่าผมล้มตัวลงนอนหลับไป คิดว่าเป็นเวลาพอดีหนึ่งชั่วโมงที่นางละม่อมได้รับอนุญาตให้มาได้

รุ่งเช้าผมตื่นนอนแล้วมาคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ที่ผมฝัน จะว่าเป็นความฝันก็ไม่ได้ เพราะมันแจ่มแจ้งชัดเจน หรือจะพูดว่าครึ่งหลับ ครึ่งตื่นก็ไม่ใช่ เหมือนรู้สึกตัวว่าตื่นมากกว่าหลับถ้อยคำทุกตอนผมยังจำได้แม่นยำ น้ำเสียงของนางละม่อมที่พูดยังก้องหูไม่จาง ผิดกว่าความฝันธรรมดา ซึ่งตื่นขึ้นกลับจับต้นชนปลายไม่ถูก ผมได้เล่าความฝันให้แม่บ้านและคนในบ้านฟังด้วยความตื่นเต้น ทำให้ผมคิดสงสัยว่า จะเป็นความจริงไปได้หรือ เราพระยะที่ผมคลอดเด็กหญิงมิ่งขวัญผ่านมาสิบปีไม่มีวี่แววจะเกิดบุตรอีกแม้ ๓ ปีแรก จะคุมกำเนิด

ทำให้ผมอยากจะไปหาคนที่ทรงเจ้าเข้าผีจะได้สอบถาม ให้รู้เรื่องว่าจะตรงกับความฝันไหม ที่สุดผมได้ข่าวว่าฝั่งธนฯ มีคนทรงเจ้าจีน ผมกับภรรยาก็เดินทางไปหา พบกับคนทรง ดูท่าทางคนทรงอายุประมาณ ๓๐ กว่า จึงบอกความประสงค์ เขาถามว่า จะต้องการทรงวิญญาณชื่ออะไร ผมก็บอกว่าอยากพบกับวิญญาณของนางละม่อม เมื่อทางคนเข้าทรงทราบความประสงค์ก็มีการท่องชื่อนางละม่อม ให้สำเนียงเรียกชื่อให้ถูกต้องและท่องบ่น เป็นภาษาจีน ฟังเสียงคล้องจอง เป็นคำอัญเชิญวิญญาณของนางละม่อม เพราะได้กล่าวชื่อนางละม่อมทุกระยะ สักครู่หนึ่งก็รู้สึกว่า คนทรงมีกิริยาท่าทางเปลี่ยนไป รู้สึกว่าวิญญาณกำลังจะเข้าสิงในร่างคนทรง แต่แล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นวิญญาณของนางละม่อม ก่อนจะพูดเรื่องอะไรก็มีเสียงถามผมว่า “อยู่สบายดีหรือ”

ผมว่าสบายดี แล้วก็ถามถึงคนโน้นคนนี้ ที่แกเคยรู้จักชอบพอเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ทุกคนที่นางละม่อมถามถึง ผมก็บอกว่าอยู่สบายดี และถามถึงบุตรชายของผมว่าทำไมไม่พามาด้วย ผมก็บอกว่ามาไม่ได้เพราะกำลังเรียนหนังสือ แล้วผมถามว่า น้าม่อมเป็นอย่างไร สบายดีหรือ แกก็บอกว่า สบายดี ผมถามว่าน้าม่อมได้รับผลบุญที่ใส่บาตรและทำสังฆทานกรวดน้ำไปให้ได้รับหรือเปล่า แกก็บอกว่าได้รับแล้ว ไม่รู้จะว่าอย่างไร ขอขอบใจมาก ๆ นะ กิริยาท่าทางเหมือนเมื่อนางละม่อมครั้งยังมีชีวิตอยู่ ผมถามว่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว น้าม่อมได้ไปเข้าฝันฉันที่บ้าน น้าม่อมต้องการอะไรที่ขาดเหลืออะไรบ้าง ฉันจะได้ทำบุญอุทิศมาให้ นางละม่อมพูดว่าวันนั้นฉันบอกว่าการทำบุญให้ฉันก็ขอบใจแล้ว ไปเยี่ยมบอกข่าวเรื่องลูกสาวเท่านั้น วันนี้ฉันก็อยู่นานไม่ได้ต้องลาไปก่อน ขอบใจมากนะ อุตส่าห์มาเยี่ยมฉัน ขอให้โชคดีนะ

เมื่อพูดเสร็จก็รู้สึกว่า วิญญาณของนางละม่อมออก จากร่างคนทรงไป กิริยาท่าทางเหมือนเมื่อนางละม่อมครั้งเมื่อยังมีชีวิตอยู่เมื่อคนทรงรู้สึกตัวแล้ว ผมก็ขอร้องให้ชาวจีนคนทรงขอให้เรียกวิญญาณลูกสาว ผมบอกชื่อเล่นว่าปัง แต่แล้วก็ได้ยินเสียงคนเหล่านั้นพูดเป็นภาษาจีนแบบเดิม นอกจากเปลี่ยนชื่อเป็น อาปังหลายครั้ง เพื่อเรียกวิญญาณของลูกสาวผมมาเข้าร่าง สักครู่หนึ่งเขาก็หยุดดูกิริยาท่าทางของคนทรง กำลังจะมีวิญญาณเข้ามาในร่าง สักครู่หนึ่งก็พูดอ้อแอ้เป็นภาษาไทย ผมก็ถามว่า ปังลูกพ่อใช่ไหม เสียงตอบว่า “ใช่จ้ะ”

ผมก็ถามต่อไปว่า “ปัง ลูกสบายดีหรือ”

เสียงตอบว่า “ ปังสบายดีอยู่กับน้าม่อม พี่ใหญ่ไม่เห็นมาและพี่รองก็ไม่เห็นมาเลย พวกที่บ้านเขาสบายดีหรือ”

ผมก็บอกว่า “สบายดี ทุกคนเขาก็เป็นห่วงปัง คิดถึงปัง ปังเป็นห่วงพ่อแม่พี่น้องบ้างหรือเปล่า”

เสียงออกจากคนทรงว่า “ปังเป็นห่วง ปังคิดถึงพ่อแม่ ปังมีพี่น้อง ๔ คน เดี๋ยวนี้เหลือ ๓ คนเท่านั้น”

ผมรู้สึกแปลก ๆ ที่วิญญาณลูกผมรู้จักว่ามีพี่น้อง ๔ คน เวลานี้เหลือ ๓ คน ซึ่งสิ่งเหล่านี้พวกคนทรงไม่มีใครรู้เรื่อง ผมจึงถามปังว่า “ลูกต้องการอะไรที่ขาดเหลือ พ่อจะหามาทำบุญอุทิศส่วนกุศลมาให้”

เสียงปังพูดว่า “ไม่ต่องหรอก เพราะลูกจะเกิดใหม่ ลูกเกิดเป็นลูกพ่อแม่ในปีหน้านี้แล้ว”

ผมถามว่า “ลูกมาเกิดเป็นลูกแล้วจะมีอะไรเป็นเครื่องหมายให้พ่อแม่รู้ว่าลุกกลับมาเกิดแน่”

ปังบอกว่า “ถ้าหนูมาเกิดคราวนี้ ก็จะให้ลาภกับพ่อแม่นะ และมีเครื่องหมายที่แขนและที่ตัว”

ผมจึงบอกว่า “ถ้าลูกมาเกิดคราวนี้ ขอให้มีอายุยืนยาวอยู่นาน ๆ นะ”

เสียงแม่บ้านผมเขาถามว่า “แม่อุทิศเสื้อผ้าไปให้ลูกนั้นได้รับหรือเปล่า แล้วใส่ได้ไหม”

แกตอบว่า “ได้รับและใส่ได้ ลูจะไปละนะ อยู่นานไม่ได้ลุกจะต้องลาก่อนละนะ เมื่อลูกมาเกิดจะให้ลาภพ่อแม่นะ”



หลังจากวันนั้นที่เข้าทรงแล้ว เมื่อลูกผมบอกว่าจะกลับมาเกิดใหม่ตรงกับนางละม่อมบอกในฝันครั้งแรก ผมจึงแน่ใจ ก็บอกกับหมู่ญาติและเพื่อนบ้านใกล้เคียง ปังลูกสาวผมจะกลับมาเกิดใหม่ในปีหน้า

คุณประสิทธิ์ถามว่า เหตุใดคุณบรรจงจึงแน่ใจว่าลูกสาวคุณต้องกลับมาเกิดใหม่ มีอะไรทำให้แน่ใจ คุณบรรจงบอกว่าที่ผมแน่ใจครั้งแรกผมฝันถึงนางละม่อมมากบอกว่า “จะนำลูกอันแท้จริงมาคืนให้ในปีหน้า เมื่อไปเข้าทรงลุกสาวผมก็บอกจะกลับมาเกิดเป็นลูกผม นี่เหตุผล เพราะมันตรงกันไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ ผมจึงไปบอกเพื่อบ้านและญาติเพื่อให้รับรู้ไว้ก่อน ต่อมาภรรยาผมตั้งครรภ์ ผมก็ดีใจ เพราะในระยะหลังจากเด็กหญิงปังหรือเด็กหญิงมิ่งขวัญเกิดแล้ว ภรรยาผมก็ไม่เคยมีลูกอีกเลย

ต่อจากนั้น วันเวลาผ่านไปครรภ์ก็ค่อย ๆ เติบโต จนถึงวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๒๒ พอดีครบรอบปีตรงกับวันตายของลูกสาวผม เช้ามืดวันนั้นภรรยาผมตื่นขึ้นมาจัดการทำบุญใส่บาตรพระตอนเช้า แต่ทำบุญเสร็จก็บ่นว่าชักจะเจ็บท้อง เวลานั้นเป็นเวลาย่ำรุ่งกว่า ๆ ผมก็เลยบอกให้รีบอาบน้ำแล้วไปกราบพระพุทธ เสร็จแล้วผมก็รีบนำแกขึ้นรถไปส่งที่โรงเพยาบาลหัวเฉียว ถึงโรงพยาบาลประมาณ ๗ โมงกว่า ๆ

เมื่ออยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ ๘ โมงเช้าคลอดบุตรออกมาเป็นหญิง เมื่อคุณบรรจงเล่าแล้วก็ชี้ให้เราดูเด็กหญิงเล็ก ๆ กำลังหลับสนิทอยู่ในเปลผ้า พี่เลี้ยงกำลังแกว่งไกวไปมา

ข้าพเจ้ามองดูแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า เด็กหญิงเล็ก ๆ ผู้เพิ่งจะลืมตาดูโลก มีอายุเพียง ๓ เดือนกว่า มีประวัติลึกลับซับซ้อนเป็นเรื่องมหัศจรรย์ คิดว่าเราจะต้องติดตามเป็นระยะกว่าแกจะเติบโตพอที่จะพูดได้ เกิดความรู้สึกว่า อาจมีสิ่งลี้ลับแฝงอยู่ในตัวเด็กผู้หญิงนี้ เมื่อโตพอจะพูดเรื่องอดีตชาติได้ คงจะเกิดประโยชน์แก่สังคม ที่สนใจที่ได้เริ่มปะติดปะต่อไว้ก่อน ถ้าหากไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป

วันนั้นเราได้ข้อความมาจากคุณบรรจงบันทึกไว้ พอเรียบเรียงเริ่มแรกชั้นต้นก่อนที่จะลาออกจากบ้าน คุณบรรจงบอกว่าเมื่อวันที่เด็กหญิงคลอดออกมาแล้ว คืนนั้นผมได้ฝันว่า จำได้ว่าคืนนั้นผมตื่นขึ้น รู้สึกกระหายน้ำ ลุกขึ้นมาดื่มน้ำเวลาประมาณตี ๑ กว่า ๆ แล้วกลับไปนอนคราวนี้ ผมก็ฝันเห็นนางละม่อมเข้ามาหาผม แต่งตัวนุ่งขาวห่มขาวแล้วพูดกับผมว่า “โยม ได้เอาลูก ที่แท้จริงมาส่งคืนให้แล้วนะ”

ผมก็บอกว่ารับไว้แล้วเมื่อเช้านี้ แต่ทำไม น้าม่อมต้องนุ่งขาวด้วยล่ะ

แกบอกว่า เวลานี้แกไปถือศีลอยู่กับเจ้าแม่ขุนด่าน มีความสงบสบายแล้ว

ผมก็เลยถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว ผมครั้งนี้เป็นเรื่องราวมหัศจรรย์ ผมจะนำออกเผยแพร่ให้รู้กันทั่วไปจะมีอะไรผิดหรือมีข้อห้ามหรือเปล่า

นางละม่อมบอกว่า เรื่องนี้พูดไปเถิดไม่เป็นไร เพราะคนสมัยนี้เขาไม่เชื่อบุญเชื่อบาป จิตใจมันถึงเลวทรามต่ำช้า สร้างกรรมทำชั่ว เห็นแก่ตัว เมื่อได้เผยแพร่เรื่องนี้ ก็คงจะทำให้คนเกิดกลัวบาปขึ้นมาบ้างจิตใจจะได้ดีขึ้น รู้จักศีลธรรม บ้านเมืองก็จะอยู่ด้วยกันด้วยความสงบสุข ผู้คนจะไม่เห็นแก่ตัวเกินไป

คืนนั้นผมฝันเห็นนางละม่อมครั้งสุดท้าย แล้วผมก็ไม่ฝันเห็นนางละม่อมตลอดมาจนบัดนี้

เมื่อต้นเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๒๓ คุณประสิทธิ์ การุณยวานิช ได้ไปหาคุณบรรจงที่บ้าน เพื่อจะได้สังเกตเด็กหญิงเล็ก ๆ ผู้นั้นว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง วันนั้นจำได้ว่าเป็นวันอาทิตย์คิดว่าคุณบรรจงกับภรรยาอยู่บ้าน คุณประสิทธิ์ไม่ได้โทรศัพท์นัดไว้ก่อน เมื่อคุณประสิทธิ์ไป ก็ปรากฏว่าคุณบรรจงกับภรรยาไม่อยู่บ้าน คุณประสิทธิ์เดินกลับออกมา พอมาถึง ห่างจากหน้าบ้านไม่ไกลนัก ก็มองเห็นหญิงสาวกำลังอุ้มเด็กเล็กยืนอยู่ข้างทาง พอเด็กหญิงเล็ก ๆ ผู้นั้นมองเห็นข้าพเจ้าก็หัวเราะดิ้นรนแสดงความดีใจ อยู่ในอ้อมอกของพี่เลี้ยง สะบัดมือสะบัดเท้าแสดงท่าทางอยากจะโผมาให้ข้าพเจ้าอุ้ม จึงนึกสงสัยถามผู้ที่กำลงัอุ้มอยู่ว่านี้ลูกคุณบรรจงที่ตายแล้วกลับมาเกิดใช่ไหม พี่เลี้ยงบอกว่าใช่ เมื่อข้าพเจ้าอ้ามืออกไปทำท่าจะอุ้ม เด็กก็โผจากพี่เลี้ยงมาหาข้าพเจ้าทันที เหมือนเป็นคนคุ้นเคยสนิทชิดเชื้อมานาน เด็กเอาหัวตะแคงพาดบนไหล่ข้าพเจ้าแล้วก็หัวเราะแสดงท่าทางดีใจร่าเริงข้าพเจ้าก้นึกแปลกใจ

คุณประสิทธิ์ มองเห็นแล้วก็ร้องออกมาอย่างประหลาดใจว่า ไม่น่าเชื่อเด็กหญิงเล็ก ๆ จะโผเข้ามาให้คนแปลกหน้าอุ้มอย่างดีอกดีใจเช่นนี้ ทั้งเป็นผู้สูงอายุด้วย คงได้หายาก เป็นเรื่องแปลกมาก

เมื่อกลับมาถึงบ้านคืนนั้น ข้าพเจ้าได้โทรศัพท์ไปถามคุณบรรจงว่า ลูกสาวคุณตามปกติให้คนอุ้มง่าย ๆ ไปแปลกหน้าใช่ไหม ได้ยินคุณบรรจงบอกว่า ปกติแกไม่ยอมให้ใครอุ้มง่าย ๆ ถ้าไม่คุ้นเคยใกล้ชิดกันจริง ๆ ก็ไม่ยอมให้อุ้ม มักจะหันหน้าหนี พยายามกอดพี่เลี้ยงไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ใครดึงไปจากพี่เลี้ยง

ข้าพเจ้าบอกกับคุณบรรจง วันนี้ผมไปที่บ้านคุณ แต่คุณไม่อยู่ลูกสาวคุณโผมาทำท่าจะให้ผมรับอุ้ม มันเป็นเรื่องแปลกทั้ง ๆ ที่แกก็ไม่เคยเห็นหน้าผมมาก่อน เพราะครั้งแรกผมไปแกก้นอนหลับ เวลาผมกลับก็ยังไม่ตื่น คุณบรรจงบอกว่า ผมทราบจากพี่เลี้ยงของลูกผมแล้ว ก็นึกแปลกใจเหมือนกัน

ข้าพเจ้าบอกว่า ผมจะไปเยี่ยมหนูคนนี้ เมื่อเวลาอายุ ๑ ขวบ ๒ ขวบ กว่าแกจะพูดได้ ผมแน่ใจว่าคงได้เรื่องที่แปลกประหลาดที่เป็นประโยชน์เพื่อบันทึกไว้เป็นตอน ๆ คงจะได้ชัดคิดเห็นอีกไม่มากก็น้อย ท่านที่สนใจคงจะได้อ่านต่อไป

บังเอิญเช้าวันอาทิตย์ที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๒๓ ข้าพเจ้าได้รับข่าวความเคลื่อนไหวทางโทรศัพท์เพิ่มเติม จากคุณบรรจง ชาญทนานนท์ ผู้เป็นบิดาว่า เด็กหญิงเล็ก ๆ กลับชาติมาเกิดเป็นบุตรสาวบัดนี้อายุประมาณ ๙ เดือน รู้สึกว่ามีกิริยาท่าทางเฉลียวฉลาด ผิดกว่าเด็กธรรมดารุ่นเดียวกัน ซึ่งบัดนี้เดินได้แข็งแรงแม้พูดจาคำสั้น ๆ แต่สำเนียงชัดถ้อยชัดคำฟังได้ชัดเจน

ข้อคิดเห็นสำหรับเรื่อองนี้ว่า โลกมนุษย์ในยุคนี้แม้เจริญเพียงใดแต่ก็ยังมีสิ่งลี้ลับแฝงอยู่ทั่วไป กระผมคิดเปรียบเทียบไม่ได้ว่าวิทยาศาสตร์ เหมือนเวลากลางวัน ส่วนความลี้ลับมหัศจรรย์เหมือนเวลากลางคืน เหมือนของคู่กัน

ผีผ่าตัด
ผีเอลวิสกลับบ้าน
กรรมบันดาล
ขอกลับมาเกิด
พระพาหิยะ ผู้ตรัสรู้เร็ว
พระสุธัมโม ชาวอินโดนีเซีย
  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook