บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

สุริโยทัย

1

           ปีจอ พ.ศ. 2081 พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ได้ยกทัพเข้ามารุกรานอาณาจักรไทย โดยเข้าโจมตีเมืองเชียงกราน ซึ่งพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ทรงเข้าพระทัยว่าเป็นเมืองมอญ จึงมีพระราชประสงค์จะรวมเอาไว้ในราชอาณาจักรของพระองค์ เมื่อพระเจ้าหงสาวดีตีได้เมือง เชียงกรานแล้ว ความก็ทราบถึง สมเด็จพระชัยราชาธิราช กษัตริย์กรุงศรีอยุธยา รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงค์สุพรรณภูมิ (เสด็จขึ้นครองราชย์ พ.ศ. 2076 ) จึงได้เสด็จยกทัพหลวง พร้อมด้วยทหาร อาสาชาวโปรตุเกส ที่เข้ามาทำการค้าอยู่ในกรุงศรีอยุธยาไปทำศึกกับพม่า และสามารถตีเอาเมือง เชียงกรานกลับคืนมาได้ ในการเสด็จยกทัพไปสกัดกั้นการรุกรานของพม่าครั้งนั้น สมเด็จพระชัยราชาธิราช ทรงทราบว่า พระยากำแพงเพชร เอาใจออกห่างฝักใฝ่กับพม่า โดยประพฤติตนเป็นสายให้พม่า จึงได้ทรงลงพระอาญาประหารพระยากำแพงเพรชเสีย ขณะที่ประทับ พักพลอยู่ที่เมืองเชียงกราน แล้วจึงเสด็จยกทัพกลับกรุงศรีอยุธยา และเมื่อเสด็จถึงพระนครแล้ว ก็ทรงตอบแทนความชอบแก่พวกโปรตุเกสที่ช่วยรบพม่าจนได้รับชัยชนะ โดยพระราชทานที่ให้ตั้ง บ้านเรือนแถวบริเวณ บ้านดิน เหนือคลองตะเคียน แล้วพระราชทานอนุญาติ ให้พวกโปรตุเกสสร้าง วัดสอนศาสนาได้ตามความประสงค์ จึงเป็นเหตุให้มีวัดคริสตัง และพวกบาทหลวงในเมืองไทยตั้งแต่ บัดนั้นเป็นต้นมา
                           ในระหว่างที่ไทยฝ่ายใต้ทางกรุงศรีอยุธยา กำลังทำศึกกับพม่าที่เมืองเชียงกราน อยู่นั้น ทางอาณาจักรไทยลานนาที่เมืองเชียงใหม่ ก็เกิดความวุ่นวาย โดยท้าวทรายดำ พระราชโอรส พระเจ้ากรุงเกตุเกล้า ก่อการกำเริบกบถต่อพระชนก จับพระเจ้ากรุงเกตุเกล้า แล้วบังคับให้ทรงสละราชสมบัติให้แก่พระองค์ แล้วเนรเทศไปอยู่ยังเมืองเล็กๆทางตะวันออกเฉียงเหนือ จากนั้นท้าวทรายดำก็ประกอบพีธีปราบดาภิเษกขึ้นสู่บัลลังก์ แต่เพราะท้าวทรายดำมัวแต่ลุ่มหลงอำนาจ มัวเมาโลกีย์และน้ำจันฑ์ ปราศจากทศพิธราชธรรม ยังผลให้ขุนนาง ข้าราชการ และประชาชนชาวลานนาต้องเดือดร้อน ครองราชย์ได้ 5 ปี ก็ถูกพวกขุนนางและข้าราชการคบคิดกันบุกเข้าจับกุมแล้วปลงพระชนม์เสีย จากนั้นก็อัญเชิญพระเจ้ากรุงเกตุเกล้าให้เสด็จกลับมาครองราชย์ตามเดิม แต่พระเจ้ากรุงเกตุเกล้า ต้องทุกข์ทรมานด้วยความสะเทือนใจ เนื่องจากการกระทำของท้าวทรายดำ พระราชโอรสอย่างหนัก เป็นเวลานานถึง 5 ปีเศษ พระสติจึงมีอันแปรปวน การบังคับบัญชากิจการงานเมืองก็ฟั่นเฟือนวิปริต ครองราชย์ได้ 2 ปี พระอาการก็กำเริบหนัก เสียพระสติ มิอาจครองราชย์ได้อีกต่อไป ท้าวแสนดาว ผู้มีอำนาจคนหนึ่งในเมืองเชียงใหม่ได้ลอบปลงพระชนม์ พระเจ้ากรุงเกตุเกล้าเสีย แต่ก็ไม่กล้าตั้งตนเป็นกษัตริย์ เพราะผู้มีอำนาจในเมืองเชียงใหม่ ที่มีกำลังอยู่ในมือกลุ่มอื่นๆ ต่างคอยจับตาคุมเชิงกันอยู่ ท้าวแสนดาวจึงให้พรรคพวกของตนไปทูลเชิญ เจ้าเขมรัฐ แห่งแสนหวีเสด็จมาขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ แต่เจ้าเขมรัฐ ไม่ทรงยอมรับเพราะเกรงความยุ่งยากซึ่งอาจจะเกิดขึ้น ท้าวแสนดาวจึงได้หันไปทูลเชิญ เจ้าฟ้าเมืองนาย   พระองค์ทรงยอมรับ แต่ยังมิกล้าเสด็จมาเมืองเชียงใหม่อย่างผลีผลาม เนื่องจากทรงได้ข่าวว่า เจ้าสามหมื่นล้านอ้าย เจ้าเมืองลำปางกับผู้ครองนครแคว้นอื่นๆ ในอาณาจักรลานนาอีกหลายหัวเมือง ได้ประชุมกัน ณ เมืองเชียงแสน และลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ทูลเชิญขอ พระชัยเชษฐาธิราช ต่อพระเจ้าโพธิสาร เจ้าเมืองหลวงพระบาง ให้มาครองเมืองเชียงใหม่ ด้วยพระชัยเชษฐธิราช เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าโพธิสาร ที่เกิดจาก พระนางคำทิพย์ ราชธิดาพระเจ้าเกตุคำ ซึ่งพระเจ้าโพธิสารก็ไม่ทรงขัดข้อง แต่พระชัยเชษฐาธิราช ยังไม่ทันจะได้เสด็จไปสู่เมืองเชียงใหม่ เจ้าเมืองแสนหวีก็เสด็จยกทัพมาล้อมเมืองเชียงใหม่ไว้

 


                  ขณะนั้นเจ้าเมืองลำปาง และเจ้าผู้ครองนครอื่นๆในอาณาจักรลานนา ได้เดินทางกลับมาสู่เมืองเชียงใหม่ แล้วจับตัวท้าวแสนดาว ผู้เป็นตัวการแห่งความยุ่งยากฆ่าเสีย แล้วระดมกำลังเข้าโจมตีเมืองเชียงใหม่ อยู่ถึง 3 วัน 3 คืน ก็ไม่อาจตีหักเข้าเมืองได้ จึงถอยทัพกลับไปตั้งมั่นอยู่ ณ เมืองลำพุน แล้วมีสาสน์แจ้งเหตุลงมากราบทูล สมเด็จพระชัยราชาธิราช ยังกรุงศรีอยุธยา แต่ข่าวนี้รู้ถึงผู้รักษาการเมืองเชียงใหม่เสียก่อน เกรงว่ามิอาจจะต้านทานกำลังทัพกรุงศรีฯได้ จึงพร้อมใจกันอัญเชิญ เจ้าหญิงจิระประภา ขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ เฉลิมพระนามว่า นางพญามหาเทวีจิระประภา
               
ฝ่ายสมเด็จพระชัยราชาธิราช เมื่อทรงทราบข่าวจากเจ้าเมืองแสนหวี ก็ทรงเห็นสลโอกาสที่จะแผ่พระบรมเดชานุภาพออกไปสู่อาณาจักรลานนาของไทยฝ่ายเหนือ อย่างมีเหตุอันควร จึงมอบหมายให้ พระเทียรราชา พระอนุชาต่างมารดา รับภาระรักษาพระนครแทน แล้วเสด็จยกทัพขึ้นไปยังเมืองเชียงใหม่ หลังจากที่นางพญามหาเทวีจิระประภา ขึ้นครองราชย์ได้เพียง 3 วัน
                    นางพญามหาเทวีจิระประภา ทรงตะหนักว่ากองทัพกรุงศรีอยุธยาคงจะตีเมืองเชียงใหม่ และรวมเอาอาณาจักรลานนาเข้าไว้ในอาณาจักรไทยฝ่ายใต้อย่างแน่นอน และเป็นการยากที่จะต้านทานได้ จึงได้เสด็จคุมเครื่องบรรณาการออกมาถวายถึงนอกกำแพงเมือง เพื่อเป็นการรักษาตัวรอดไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อน สมเด้จพระชัยราชาธิราชทรงมีพระราชประสงค์ จะให้อาณาจักรลานนา ยอมอ่อนน้อมรักษาสันติสุข ของชาวไทยฝ่ายเหนือและใต้ไว้ให้วัฒนาถาวร ต่อไปเท่านั้น จึงยอมรับการอ่อนน้อมของนางพญามหาเทวีจิระประภาด้วยความโสมนัสพระทัย

หน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook