บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

สุริโยทัย

7

                   นับเนื่องจากการทำศึกและต้องพ่ายแพ้แก่ไทย ในพ.ศ. 2081 ในรัชสมัยสมเด็จพระชัยราชาธิราช กรณีเมืองเชียงกรานแล้วนั้น สงครามระหว่างไทยกลับพม่าก็ว่างเว้นลงนานถึง 10 ปี และยังเป็นที่เสียดแทงพระทัยของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ กษัตริย์พม่าอยู่ พระองค์จึงสร้างสมกำลังฝึกปรือทหารให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ครั้นมีข่าวแพร่สบัดออกไปถึงเมืองพม่าว่า เกิดการจราจลวุ่นวายขึ้นในกรุงศรีอยุธยา ถึงกับฆ่าฟันกันเองรัหว่างขุนนาง ข้าราชการทั้งสองฝ่าย ยังผลให้ไทยอ่อนกำลังลง พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้เห็นเป็นการสบโอกาสที่จะล้างแค้นไทย กอบกู้พระเกียรติ และขยายอาณาเขตทางตะวันออก จึงโปรดให้เกณฑ์ทพัพ 300000 คนเศษ ประชุมพล ณ เมืองเมาะตะมะ แล้วเสด็จเป็นจอมทัพ เข้ามาในเขตไทย หมายจะตีเอากรุงศรีอยุธยาให้ได้ โดยได้แบ่งการเดินทัพเป็นสองทาง คือ
                    ทางเหนือ จากเมืองเมาะตะมะขึ้นทางแม่น้ำ จนถึงบ้านตะพู แล้วเดินเท้าข้ามแม่น้ำกลีบ แม่น้ำเมย แม่น้ำสอดมาทางด่านแม่ละเมา แล้วลงท่าแม่น้ำปิงตรงบ้านระแหง ทางสายนี้เป็นเส้นทางไป-มา ระหว่างหัวเมืองไทยฝ่ายเหนือถึงเมืองเชียงใหม่
                   ทางใต้ จากเมืองเมาตะมะมาทางแม่น้ำอัตรัน เมืองเชียงกราน จนถึงเมืองสมิ แล้วเดินเท้าข้ามแม่น้ำสกลิก แม่กษัตริย์ ข้ามเขาเข้าแดนไทยทางด่านเจดีย์สามองค์ มาลงลำน้ำแควน้อยที่สามสบ จากสามสบใช้เรื่อล่องลงมาทางเมืองไทรโยค ออกแม่น้ำแควใหญ่ เมืองกาญจนบุรี ที่ลิ้นช้าง ได้ทางหนึ่ง แล้วเดินเท้าจากสามสบทางเมืองไทรโยคเก่า ตัดข้ามแม่น้ำแควใหญ่ที่เมืองศรีสวัสดิ์ ด่านกรามช้าง เดินเรียบลำน้ำแควใหญ่ลงมาจนถึงเมืองกาญจนบุรี ใกล้กับเขาชนไก่ ทุ่งลาดหญ้า และตรงเชิงเขาบรรทัดนี้เป็นที่ราบ สามารถใช้เกวียนและเรือได้สะดวกทั้งสองทาง ทางสายนี้เป็นเส้นทางหัวเมืองใต้ที่ใช้เป็นทางติดต่อกับพระนคร
                   กองทัพพม่ายกเข้ามาทางใต้ด่านพระเจดีย์สามองค์ เป็นทัพกษัตริย์มีกำลังมากมาย การสู้รบก็เชี่ยวชาญการศึก บรรดาพวกหัวเมืองที่รักษาด่านทางชายแดนไทย คิดจะต่อสู้ก็เหลือกำลัง จึงได้แจ้งข่าวมายังกรุวศรีอยุธยา แล้วอพยพครอบครัวหลบหนีเอาตัวรอด

 

                  ในขณะที่ทางกรุงศรีอยุธยาช่วงนั้น พระมหาจักรพรรดิ เสด็จขึ้นครองราชย์ได้เพียง 7 เดือน บ้านเมืองยังคงสงบเป็นปกติ การจราจลที่เกิดขึ้นไม่ถึงกับรบพุ่งกันเป็นศึกกลางเมือง ครั้นได้ข่าวว่าพม่ายกทัพมาทางเมืองกาญจนบุรี สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ จึงโปรดให้แต่งกองทัพไปคอยสกัดกั้นอยูที่ เมืองสุพรรณบุรี เนื่องจากมีป้อมปราการแข็งแรง และเป็นเมืองหน้าด่านที่ป้องกันพระนครทางทิศตะวันตก แล้วเตรียมกรุงศรีอยุธยาเป็นที่มั่นสำหรับต่อสู้กับทัพพม่าข้าศึก และการที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ทรงใช้พระนครเป็นที่มั่นนั้น เนื่องจากกรุงศรีอยุธยามีแม่น้ำล้อมรอบ เมื่อข้าศึกยกทัพมามีกำลังไพร่พลมากมายก็จะติดแม่น้ำ ไม่สามารถยกพลเข้ามาได้ ฉะนั้นถึงข้าศึกเข้ามาล้อมพระนคร ก็ได้แค่ชานเมืองเท่านั้น ประกอบกับ กรุงศรีอยุธยามีเสบียงอาหาร บริบรูณ์ เมื่อข้าศึกยกทัพมา ก็กวาดเก็บเสบียงอาหารเข้ามาไว้ในพระนคร ข้าศึกจะล้อมพระนครอยู่นานก็ไม่อัตคัตขัดสน ข้าศึกที่ยกมาจะมีเวลารบพุ่งได้แค่ 8 เดือนเท่านั้น คือตั้งแต่เดือนยี่ ถึงเดือนเก้า เพราะน้ำจะขึ้นท่วมไปทั่ว ไม่อาจที่จะตั้งค่ายสำหรับกองทัพได้
                  พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ยกกองทัพหลวงเข้ามาถึงเมืองกาญจนบุรี ไม่มีเจ้าเมืองกรมการเมืองออกต่อสู้ จึงเข้ายึกเมืองกาญจนบุรีไว้ แล้วยกลาวงเข้ามาถึงเมืองสุพรรณบุรี ทางปากแพรก บ้านทวน ตระพังตุ จระเข้สามพัน เมืองอู่ทอง บ้านโค่ง ดอนระฆัง หนองสาหร่าย แล้วเข้าโจมตีเมืองสุพรรณบุรี กองทัพไทยที่ยกไปสกัดทัพพม่า ทานกำลังข้าศึกไม่ได้ก็ถอยล่นหนีมายังกรุงศรีอยุธยา กองทัพพม่าตามติดมาจนถึงลำน้ำสามโก้ ป่าโมกข์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณบางโผงผาง เข้ามาถึงชานพระนครทางทุ่งลุมพี แล้วแยกกันตั้งค่ายล้อมพระนครไว้ทางทิศเหนือ โดยทัพพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลกุ่มดอง ทัพพระมหาอุปราช ตั้งค่ายอยู่ที่เพนียด ตำบลสวนพริก ทัพพระเจ้าแปร ตั้งค่ายอยู่ที่บ้านใหม่มะขามหย่อง ทัพพระยาพะสิม ตั้งค่ายอยู่ที่ ตำบลทุ่งวัดวรเชษฐ์
                เมื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ทรงทราบว่ากองทัพพระเจ้าหงสาวดียกเข้ามาใกล้จะ ถึงพระนคร พอรุ่งขึ้นจึงได้เสด็จยกทัพหลวงออกไปยังทุ่งภูเขาทอง เพื่อหยั่งดูกำลังข้าศึก ว่าจะหนักเบาเพียงใด โดยทรงพระคชาธาร ตามเสด็จด้วยสมเด็จพระศรีสุรีโยทัย องค์อัครมเหสีทรงเครื่องพิชัยยุทธมหาอุปราช ทรงพระคชาธาร พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ พระราเมศวร และพระมหินทร์ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระบรมดิลก ทรงเครื่องพิชัยยุทธเช่นกัน ตามเสด็จด้วย

หน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook