บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

สุริโยทัย

8

               พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ทรงทราบว่า กองทัพไทยยกขบวนออกมาจากพระนครมาเผชิญศึกด้วย ก็ทรงแบ่งทัพออกเป็น 3 ทั พ ให้พระเจ้าแปร คุมทัพกองกลางเป็นทัพหน้า ทำหน้าที่ออกรบ พระทหาอุปราชคุมปีกซ้าย ทำหน้าที่เป็นกองซุ่ม ส่วนพระองค์เอง คุมปีกบวา ตั้งกองทัพหลวงอยู่เบื้องหลัง แล้วรับสั่งให้ทหารม้าออกรบเป็นกองล่อ จนล่วงล้ำเข้ามาปะทะกับกองทัพไทย รบได้พักหนึ่ง กองทัพม้าพม่าก็ล่าถอยล่อ กองทัพไทยไล่ติดตามไปด้วยความประมาท จนตกอยู่ในวงล้อมข้าศึก พระเจ้าแปรก็เคลื่อนกำลังพลออกรบ สกัดทัพหน้าของไทยเป็นทัพแรก สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ทรงขับช้างพระที่นั่งเข้าปะทะด้วยช้างทรงพระเจ้าแปร แบบยุทธหัตถี เผอิญช้างทรงของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พุ่งถลันเลยไป จึงเสียเชิงแก่ช้างทรงพระเจ้าแปร ถึงกับต้องเบนหนีรั้งไว้ไม่อยู่ พระเจ้าแปรเห็นได้ทีจึงไสช้างทรงไล่ติดตาม
                 สมเด็จพระศรีสุริโยทัย ทอดพระเนตรเห็นสมเด็จพระสวามีต้องตกอยู่ในที่คับขับอย่างที่สุด เกรงว่าจะทรงมีอันตราย   จึงได้ทรงขับช้างพระที่นั่งเข้าสกัดกั้น ขวางหน้าช้างพระเจ้าแปรไว้โดยขาดความสันทัดจัดเจน มุ่งมั่นพระทัยเพียงเพื่อจะถวายความช่วยเหลือพระสวามีให้รอดพ้นจากอันตรายให้จงได้ จึงเสียที่เมื่อช้างทรงพระเจ้าแปรได้ล่างแบกถนัด ใช้งาเสยไว้ ช้างทรงสมเด็จพระศรีสุริโย ถึงกับแหงนหงาย พระเจ้าแปรเห็นดังนั้น จึงจ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าว ต้องพระอังสาสมเด็จพระศรีสุริโยทัยขาด จนถึงราวพระถัน สิ้นพระชนม์ซบอยู่กับคอช้างพระที่นั่ง........

ความรักบงการแล้ว หัวใจ...กับชีวิต....ก็พร้อมยอมสวามิภักดิ์แล้วด้วยเช่นกัน....

                สมเด็จพระราเมศวร กับ พระมหินทร์ ทรงขับช้างจะเข้าไปช่วยสมเด็จพระชนนีก็ ไม่ทันเสียแล้ว จึงเข้าต่อสู้กับพระเจ้าแปร กันเอาพระศพ พระชนนีกลับออกมาได้ เป็นเหตุให้ทหารไทยเสียขวัญ แตกตื่น ตกใจไม่เป็นอันรบพุ่งกับข้าศึก รีบถอยหนีกลับเข้าพระนครตั้งรับ...
                สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ จึงทรงให้อัญเชิญพระศพพระมเหสีผู้เป็นที่รักยิ่ง ไปประดิษฐานไว้ ณ สวนหลวง....
                 ฝ่ายพม่าเห็นว่าตนเป็นฝ่ายได้เปรียบ ก็เคลื่อนกำลังทัพติดตามมาประชิดกรุงศรีอยุธยา แล้วเพียรพยามยามโจมตรีพระนคร แต่ทหารไทยซึ่งตั้งมั่นรักษาหน้าที่ยนเชิงเทินกำแพงพระนครได้ทำการป้องกันรักษาเมืองอย่างเข้มแข็ง ยังผลให้ไพร่พลพม่าได้รับบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก   ขณะเดียวกัน สมเด็จพระมหาจักรพรรดิยังได้มีรับสั่งขึ้นไป ให้พระมหาธรรมราชา ราชบุตรเขยยกกองทัพหัวเมืองฝ่ายเหนือลงมาช่วยตีกระหนาบกองทัพพม่าอีกด้วย
              พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ตั้งค่ายล้อมพระนครและพยายามที่จะโจมตีอยู่นานถึงเดือนเศษ ก็ไม่อาจที่จะตีกรุงศรีอยุธยาได้ เสบียงอาหารสำหรับกองทัพก็ใกล็หมด ครั้นทราบข่าวว่ามีกองทัพไทยยกลงมาจากหัวเมืองฝ่ายเหนือ เพื่อมาช่วยตีกระหนาบอีก ก็ตกพระทัย เลิกทัพกลับไปทางด้าน ด่านแม่ละเมา แขวงเมืองตาก ด้วยทรงเห็นว่า จะเลิกทัพกลับไปทางด่านเจดีย์สามองค์ เหมือนตอนยกเข้ามาครวามแรกนั้น เสบียงอาหารตามเมืองรายทางก็ยับเยินเสียหมดแล้ว อีกทั้งกำลังพลของพม่าก็มีมากอาจตีฝ่าออกไปได้
            ฝ่ายพระมหาจักรพรรดิ ทรงทราบว่าพระเจ้าหงสาวดี ถอยทัพแล้ว เห็นสบโอกาส จึงโปรดให้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ พระราเมศวร คุมกำลังทัพติดตามทัพพม่าไปข้างหนึ่ง และพระมหาธรรมราชา ราชบุตรเขยคุมกองกำลังหัวเมืองฝ่ายเหนือ ตามติดทัพพม่าไปอีกทางหนึ่ง

 

              กองทัพพม่าล่าถอยไปใกล้จะถึงเมืองกำแพงเพชร รู้ว่ากองทัพไทยยกตามติดมา เห็นจวนตัว จึงรับสั่งให้หยุดทัพไว้ แล้วจักกระบวนทัพออกเป็น 3 ทัพ ให้พระมหาอุปราช คุมกองกลาง พระยาจิตติงคุมปีกซ้าย พระเจ้าหงสาวดี คุมปีกขวา ยึดบริเวณหนองน้ำใหญ่ชายแดนเมืองกำแพงเพชรเป็นที่มั่น ครั้นกองทัพไทยยกติดตามมาก็แบ่งออกเป็น 3 ทัพเช่นกัน พอม้าเร็วของพม่ากองทัพม้าล่วงหน้าของไทยปะทะกันเข้า กองทัพไทยทั้งสาม ก็ยกกระบาวทัพรีบรุดบุกตะลุย เข้าทำการโจมตีอย่างไม่รั้งรอ โดยกองกลางของทั้งสองฝ่ายสู้รบกันอย่างหนักหน่วง ปีกซ้ายของไทยรุกทะลวงเข้าไปปะทะปีกขวาของทัพพม่า และปีกซ้ายพม่าปะทะปีกขวาของไทย ต่างฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บล้มตายเป็นอันมาก ในที่สุดกองทัพไทยก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ทั้กำลังพล และกระบวนทัพ ต้องล่าถอย จนถูกกองทัพพม่าติดตามโจมตีซ้ำยับเยิน หลวงศรียศ สมุหนายกเสนาบดี ต้องอาวุธตายในสนามรบ ร่วมกับทหารชี้นผู้ใหญ่อีกหลายนาย โดยเฉพาะพระมหาธรรมราชา และ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ พระราเมศวร ต้องตกเป็นเชลยของพม่า เพราะช้างทรงตกหล่มในขณะถอยหนี
                 จากนั้นกองทัพพม่าก็เข้าระดมกำลังโจมตีเมืองกำแพงเพชร และยึดไว้ได้ในอำนาจ และตระเตรียมจัดกองทัพเพื่อจะยกไปตีเมืองสุโขทัยอีกเมืองหนึ่ง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ได้ทรงทูตมาขอเจรจาสงบศึก และได้เข้าเฝ้าพระเจ้าหงสาวดี ถวายพระราชสาสน์ พร้อมด้วยเครื่องบรรณาการ ข้อความสำคัญในพระราชสาสน์ของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ คือขอให้พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ทรงปล่อยพระมหาธรรมราชา พระราเมศวร และข้าราชการของไทยที่ตกเป็นเชลยทั้งหมดให้เป็นอิสระ แล้วจะถวายช้าง 30 เชือก เงิน 300 ชั่ง กับภาษีปากเรือที่เก็บได้จากเมืองตะนาวศรีทั้งหมด ถวายพระเจ้ากรุงหงสาวดีเป็นประจำทุกปี ถ้าพระเจ้ากรุงหงสาวดีตกลงพระทัยสงบศึก ตามที่ได้ทูลมาในพระราชสาสน์ ก็จะถวายช้างเผือกที่มีลักษณะดี สนองพระกรุณาอีกสองเชือกด้วย

หน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook