บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป>>

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

9

พระราชกรณียกิจด้านรัฐศาสตร์

            การปกครองในสมัยกรุงธนบุรีนี้  คงดำเนินตามแบบที่ใช้กันอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย  ซึ่งกล่าวโดยสรุปได้ดังนี้  คือ

          ส่วนกลาง มีตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีทำหน้าที่บริการ 2 ตำแหน่งด้วยกัน คือ ฝ่ายทหารมี “สมุหพระกลาโหม” (เจ้าพระยามหาเสนา) เป็นหัวหน้า ฝ่ายพลเรือนมี “สมุหนายก” (เจ้าพระยาจักรี) เป็นหัวหน้า กับมีตำแหน่งเสนาบดีจตุสดมภ์อีก 4 ตำแหน่ง คือ

            1. กรมเมือง (นครบาล) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการปกครองภายในเขตราชธานี ตลอดทั้งการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎร และการปราบปรามโจรผู้ร้าย

            2. กรมวัง (ธรรมาธิกรณ์) มีหน้าที่เกี่ยวกับการในพระราชสำนัก กับทำหน้าที่พิพากษาอรรถคดีอีกด้วย

            3. กรมพระคลัง (โกษาธิบดี) มีหน้าที่เกี่ยวกับการรับจ่ายเงินของแผ่นดิน  กับทำหน้าที่ในด้านการติดต่อกับต่างประเทศอีกด้วย

            4. กรมนา (เกษตราธิการ) มีหน้าที่เกี่ยวกับเรือกสวนไร่นาและเสบียงอาหาร

            ส่วนภูมิภาค คงแบ่งหัวเมืองต่าง ๆ ออกเป็น 2 ประเภทเหมือนดังที่ได้เคยปฏิบัติกันมาในกาลก่อน คือ

            เมืองพระยามหานคร หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่า “หัวเมืองชั้นนอก” เป็นเมืองที่อยู่นอกเขตเมืองราชธานีออกไป  ดำเนินการปกครองโดยทรงแต่งตั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ออกไปเป็นเจ้าเมือง  ทำหน้าที่ปกครองดูแลต่างพระเนตรพระกรรณ  เมืองประเภทนี้มีอยู่มากหลายด้วยกัน  และได้จัดจำแนกออกเป็นเมืองชั้นเอก ชั้นโท ชั้นตรี ชั้นจัตวา ตามความสำคัญของเมืองนั้น ๆ  กับได้แบ่งให้หัวเมืองเหล่านี้มาขึ้นสังกัดต่อมหาดไทย (คือสมุหนายก) บ้าง  และขึ้นต่อกรมท่า (หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่า “กรมพระคลัง”) บ้าง  รวมเป็นสองฝ่ายด้วยกัน

            เมืองประเทศราช หัวเมืองประเภทนี้เป็นเมืองต่างชาติต่างภาษาที่อยู่ห่างไกลออกไปถึงชายแดนมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศอื่น  จึงได้โปรดให้ประมุขของประเทศนั้น ๆ ดำเนินการปกครองกันเอง  แต่ต้องส่งต้นไม้เงินต้นไม้ทองและเครื่องราชบรรณาการตามกำหนด  เมืองเหล่านี้ในสมัยกรุงธนบุรีนั้น ได้แก่ กัมพูชา ลาว และเชียงใหม่ (ซึ่งเวลานั้นเราถือกันว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งต่างหากเรียกว่า “ล้านนาประเทศ” ฯลฯ

            ในรัชกาลนี้มีกรณีพิเศษอยู่ประการหนึ่ง  คือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้โปรดให้ยกฐานะเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นเป็นเมืองประเทศราชอีกเมืองหนึ่ง  เจ้าเมืองนี้จึงมีฐานะเป็น “พระเจ้านครศรีธรรมราช” เหมือนกับพระเจ้าแผ่นดินพระองค์หนึ่ง  มีพระยศเสมอด้วยพระเจ้ากรุงกัมพูชา  ซึ่งไม่เคยมีปรากฏในครั้งใด ๆ เลย  ทั้งนี้เป็นด้วยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงมีพระบรมราโชบายที่จะให้เมืองนี้เป็นที่ตั้งกำลังส่วนใหญ่ในหัวเมืองฝ่ายใต้  เช่นเดียวกับเมืองพิษณุโลก  ซึ่งเป็นที่ตั้งกองกำลังสำคัญในหัวเมืองฝ่ายเหนือ  และเพื่อให้สะดวกแก่การควบคุมดูแลและขยายกิจการในราชการหัวเมืองภาคใต้นี้ต่อไป

            สำหรับในเรื่องที่เกี่ยวกับพระราชกำหนดกฎหมายต่าง ๆ นั้น  ส่วนใหญ่ยังคงใช้ของเดิมที่ใช้กันมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา  จะมีการปรับปรุงแก้ไขหรือเพิ่มเติมกันบ้างก็เป็นแต่เพียงส่วนน้อย  ทั้งนี้เนื่องจากมีเวลาจำกัดมาก  และตลอดรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีนั้น  เป็นยุคแห่งการรบทัพจับศึกเสียแทบทั้งสิ้น  จึงไม่มีโอกาสมาทำการชำระพระราชกำหนดกฎหมายต่าง ๆ ได้ 

<script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>
<!-- center_2559 -->
<ins class="adsbygoogle"
style="display:block"
data-ad-client="ca-pub-2716469986870548"
data-ad-slot="8796964454"
data-ad-format="auto"></ins>
<script>
(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});
</script>

อาณาเขตปกครอง

            ในระยะเริ่มแรกของการสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานีนั้น  หัวเมืองต่าง ๆ ที่ขึ้นอยู่ในปกครองของกรุงธนบุรียังมีน้อยมาก  คงมีแต่เฉพาะหัวเมืองชั้นในรายรอบราชธานีเท่านั้น  ทั้งนี้เป็นเพราะบรรดาหัวเมืองที่อยู่ห่างไกลออกไปได้ไปขึ้นอยู่กับชุมนุมต่าง ๆ ที่ตั้งตัวเป็นใหญ่ในเวลานั้นเสียหมดสิ้น  อาณาเขตของกรุงธนบุรีในระยะเริ่มแรกนั้น  ทางทิศเหนือคงมีเพียงแค่ราว ๆ ปากน้ำโพ นครสวรรค์เท่านั้น  ทางทิศใต้ราวเมืองเพชรบุรี  ทางทิศตะวันออกจดเมืองตราด ปราจีนบุรี  อันเป็นอาณาเขตเดิมของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี  ตั้งแต่เมื่อคราวเสด็จออกไปตั้งตัวรวบรวมกำลังเพื่อทำการกู้ชาติอยู่ที่เมืองจันทบุรี  และทางทิศตะวันตกจดเขตแดนพม่า คือแถวเมืองกาญจนบุรี เมืองสุพรรณบุรี  จนกระทั่งถึง พ..2313 จึงสามารถรวบรวมบรรดาหัวเมืองต่าง ๆ ที่เคยขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยากลับคืนมารวมอยู่ในปกครองของกรุงธนบุรีได้ทั้งหมด  ทั้งนี้ก็โดยได้ทรงปราบชุมนุมต่าง ๆ ที่ตั้งตัวเป็นใหญ่ได้สำเร็จ  อันมีชุมนุมเจ้าพระฝางเป็นชุมนุมสุดท้าย  และในปีดังกล่าวนี้เองเป็นปีที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้โปรดให้จัดการปกครองหัวเมืองเหนือครั้งใหญ่สำคัญขึ้น  โดยได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แต่งตั้งบรรดาแม่ทัพนายกองคนสำคัญเป็นจำนวนหลายคน  ออกไปปกครองดูแลหัวเมืองเหนือเหล่านี้ อาทิ เมืองพิษณุโลก - เจ้าพระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราช  เมืองสวรรคโลก - เจ้าพระยาพิชัยราชา  เมืองสุโขทัย - พระท้ายน้ำ  เมืองพิชัย - พระยาสีหราชเดโช (ต่อมาได้เลื่อนขึ้นเป็น “พระยาพิชัย” แล้วมีผู้ตั้งสมญาต่อท้ายในภายหลังเป็น “พระยาพิชัยดาบหัก”) เมืองนครสวรรค์ - เจ้าพระยาอนุรักษ์ภูธร ฯลฯ

            ที่นับว่าการจัดการปกครองหัวเมืองเหนือใน พ.. 2313 นี้เป็นครั้งสำคัญ  ก็เพราะเวลานั้นพม่ากำลังยึดครองเมืองเชียงใหม่อยู่และมีกำลังเข้มแข็ง  จึงจำเป็นที่จะต้องได้คนดีมีความสามารถออกไปปกครองดูแลหัวเมืองเหล่านี้ไว้  เพื่อคอยป้องกันการรุกรานพระราชอาณาเขตทางด้านนี้  ซึ่งมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในทางยุทธศาสตร์ต่อการดำรงอยู่ของประเทศชาติในเวลานั้น  นอกจากนี้ยังเป็นการสะดวกต่อการที่จะขยายอำนาจขึ้นไปปกครองลานนาประเทศ  ขยายพระราชอาณาเขตทางทิศเหนือออกไปอีกด้วย

            ครั้นต่อมาในตอนปลายรัชกาลก็ปรากฏว่า  พระราชอาณาเขตได้แผ่ขยายออกไปกว้างขวางยิ่งขึ้นกว่าเดิมเป็นอันมาก  และมีเนื้อที่มากกว่าผืนแผ่นดินไทยในปัจจุบันนี้ราวเท่าตัว  กล่าวคือ

ทิศเหนือ ได้หัวเมืองลานนามาขึ้นหมด ตลอดถึงเมืองเชียงแสน
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ได้หัวเมืองลาวตลอดนครเวียงจันทน์ หัวเมืองพวนและนครหลวงพระบาง
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ได้หัวเมืองเขมรตลอดถึงเมืองพุทไธมาศ
ศใต้ ได้ตลอดถึงเมืองไทรบุรี และตรังกานู
ทิศตะวันตก แผ่ออกไปถึงเมืองมะริด เมืองตะนาวศรี ทะลุออกมหาสมุทรอินเดีย

หน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook