บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป>>

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

11

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

          การค้าขายกับจีนในสมัยกรุงธนบุรีนี้ การติดต่อกับต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นการสมาคมติดต่อกับจีนทั้งสิ้น  และเป็นเรื่องเกี่ยวกับการค้าขายเสียโดยมาก  ส่วนชาวยุโรปชาติต่าง ๆ ที่เคยเข้ามาติดต่อค้าขายอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น  ได้พากันอพยพออกไปค้าขายอยู่ที่ประเทศอื่น ๆ เสียหมด  ทั้งนี้เนื่องจากบ้านเมืองของเราได้ตกอยู่ในสภาพยุคเข็ญเป็นจลาจลเสียช้านาน  และประกอบกับในเวลานั้นทางยุโรปก็กำลังยุ่งยากกับการศึกสงครามในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 1  จึงทำให้การติดต่อทางไมตรีกับชาวยุโรปชาติต่าง ๆ ต้องยุติลงชั่วระยะหนึ่ง

            ปรากฏว่าในสมัยกรุงธนบุรีนี้  มีสำเภาของพ่อค้าจีนเข้ามาติดต่อค้าขายด้วยจนตลอดรัชกาล  และทางเราโดยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเอง ก็ได้ทรงเอาพระทัยใส่ในการทำนุบำรุงการค้าขายทางเรือนี้เป็นอันมาก  ได้ทรงส่งสำเภาหลวงออกไปทำการติดต่อค้าขายกับเมืองจีนอยู่เสมอ  จีนจึงนับว่าเป็นชาติสำคัญที่สุดที่เราติดต่อสมาคมค้าขายด้วยในสมัยกรุงธนบุรี

          ต่อมาในตอนปลายรัชกาล  คือเมื่อปี พ..2324  สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีก็ได้ทรงส่งคณะทูตชุดหนึ่ง มีเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช เป็นหัวหน้าคณะ  ออกไปเจริญทางพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงจีน ในแผ่นดินพระเจ้าเกาจงสุนฮ่องเต้ (ในพระราชวิจารณ์ฯ ออกพระนามว่า “พระเจ้ากรุงต้าฉิ่ง”) ณ กรุงปักกิ่ง  ทั้งนี้ก็เพื่อขอให้ทางจีนอำนวยความสะดวกให้แก่ทางเรา  ในการที่เราจะจัดแต่งสำเภาหลวงบรรทุกสินค้าออกไปค้าขายที่เมืองจีนต่อไป  โดยขอให้ยกเว้นค่าจังกอบและขอซื้อสิ่งของบางอย่าง เช่น อิฐ เพื่อนำเข้ามาใช้สร้างพระนคร  กับขอให้ทางจีนช่วยหาต้นหนสำเภาสำหรับจะแต่งออกไปซื้อทองแดงที่เมืองญี่ปุ่น เข้ามาใช้สร้างพระนครเช่นเดียวกัน  ปรากฎว่าคณะทูตไทยที่ออกไปเจริญทางพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงจีนครั้งนี้คุมเรือสำเภาบรรทุกสินค้าออกไปด้วยถึง 11 ลำ

            ในพระราชสาส์นที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงมีไปยังพระเจ้ากรุงจีนในครั้งนั้น  ปรากฏในจดหมายเหตุจีนว่า  พระองค์ท่านทรงออกพระนามของพระองค์เป็นภาษาจีนว่า “แต้เจียว” (มีคำเต็มว่า “เสี้ยมหลอก๊กแต้เจียว”)

 

            การค้าขายกับโปรตุเกส  ปรากฏในจดหมายเหตุของคณะบาทหลวงฝรั่งเศส ซึ่งเข้ามาอยู่ในกรุงธนบุรีครั้งนั้น  มีความตอนหนึ่งว่า เมื่อเดือนกันยายน พ.. 2322  มีเรือแขกมัวร์จากเมืองสุรัต ซึ่งขณะนั้นเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกสอยู่  เข้ามาค้าขาย ณ กรุงธนบุรีด้วย  และว่าที่ภูเก็ตเวลานั้นมีพวกโปรตุเกสครึ่งชาติอยู่ 2-3 คน  อยู่ในความปกครองของบาทหลวงฟรังซิสแกง ชาวโปรตุเกส จึงแสดงว่าในสมัยกรุงธนบุรีนั้น  เราได้มีการติดต่อค้าขายสมาคมกับชาวโปรตุเกสอยู่บ้าง  โดยทางเราได้เคยส่งสำเภาหลวงออกไปค้าขายยังประเทศอินเดียจนถึงเขตเมืองกัวเมืองสุรัต  อันเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสอยู่ในครั้งนั้นด้วยเหมือนกัน  แต่ทว่าในตอนนั้นยังมิได้ถึงกับมีการส่งทูตเข้ามาหรือออกไปเจริญทางพระราชไมตรีเป็นทางการต่อกันแต่อย่างใด

            การมีไมตรีกับอังกฤษ ซึ่งเข้ามาครอบครองแหลมมลายู ในตอนปลายสมัยกรุงธนบุรีนั้น บรรดาฝรั่งชาติต่าง ๆ ที่เข้ามาค้าขายอยู่ทางตะวันออกนี้ มีการแก่งแย่งชิงดีกันในการค้าขายเป็นอันมาก ด้วยเหตุนี้เองอังกฤษจึงมีความประสงค์ที่จะได้สถานที่ตั้งสำหรับทำการค้าขายแข่งกับพวกฮอลันดาทางแหลมมลายูนี้สักแห่งหนึ่ง  และได้พิจารณาเห็นว่าเกาะหมาก หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่า “เกาะปีนัง” นั้น  เป็นทำเลที่เหมาะสำหรับในการนี้เป็นอย่างยิ่ง  จึงได้พยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมว่ากล่าวกับพระยาไทรบุรีผู้มีอำนาจปกครองเกาะนี้อยู่  เพื่อขอเช่าไว้ทำการค้า  เป็นผลให้อังกฤษเริ่มแผ่อำนาจเข้ามาครอบครองแหลมมลายูตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

          ความปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า  เมื่อปี พ.. 2319  กะปิตันเหล็กอังกฤษ เจ้าเมืองเกาะหมาก ได้ส่งปืนนกสับเข้ามาถวายสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เป็นจำนวน 1,400 กระบอก พร้อมด้วยสิ่งของเครื่องราชบรรณาการต่างๆ  ดังนี้ย่อมแสดงว่าในสมัยกรุงธนบุรีนี้  เราได้เริ่มมีทางไมตรีกับอังกฤษ  ซึ่งกำลังแผ่อำนาจเข้ามาครอบครองแหลมมลายูบ้างแล้ว

            นอกจากนี้  ยังปรากฏว่าในปี พ.. 2313  แขกเมืองตรังกานูและแขกเมืองยักตรา (คือเมืองจาการ์ตา ในเกาะชวา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน) ได้นำปืนคาบศิลาเข้ามาถวายถึง 2,200 กระบอก  ในขณะที่กำลังจะเสด็จกรีธาทัพขึ้นไปปราบชุมนุมเจ้าพระฝาง  ซึ่งแสดงว่าฮอลันดาก็น่าจะเป็นชาวยุโรปอีกชาติหนึ่ง  ที่เข้ามาติดต่อสมาคมค้าขายกับไทยเราในสมัยกรุงธนบุรีนี้  เพราะในเวลานั้นฮอลันดาเป็นผู้มีอำนาจปกครองเกาะชวาอยู่

            อันธรรมเนียมการถวายเครื่องศัตราวุธและเครื่องราชบรรณาการต่าง ๆ ของพวกพ่อค้าตามนัยดังกล่าวนี้  ก็นับได้ว่าเป็นการขายให้แก่เราโดยทางอ้อม  เพราะเมื่อทรงรับสิ่งของเหล่านั้นไว้แล้วก็เป็นประเพณีที่จะต้องพระราชทานสิ่งของตอบแทนจนคุ้มค่าหรือล้นค่าเสียด้วยซ้ำไป  นอกจากนี้ยังอาจได้สิทธิพิเศษบางอย่าง เช่น ได้รับการผ่อนผันยกเว้นการเก็บภาษีอากรบางชนิด  เป็นต้น

            ด้วยเหตุนี้พวกพ่อค้าในครั้งนั้น  จึงนิยมนำสิ่งของที่ต้องพระราชประสงค์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำพวกอาวุธยุทธภัณฑ์เข้ามาถวายกันเป็นอันมาก

หน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook