วัฒนธรรมและประเพณีไทย
การที่มนุษย์มาอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นสังคมขึ้นมาย่อมต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกของกลุ่มมีระเบียบแบบแผนที่ควบคุมพฤติกรรมของบุคคลในกลุ่มให้อยู่ในขอบเขตที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสงบสุข
สิ่งที่เป็นเครื่องมือในการควบคุมพฤติกรรมของกลุ่มคนนี้เราเรียกว่า
"วัฒนธรรม" ดังนั้น
วัฒนธรรมจึงเปรียบเสมือนอาภรณ์ห่อหุ้มร่างกายตกแต่งคนให้น่าดูชม
วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ต้องควบคู่กับคนเสมอไป
"วัฒนธรรมมีความหมายครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่แสดงออกถึงวิถีชีวิตของมนุษย์ในสังคมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
หรือสังคมใดสังคมหนึ่ง
มนุษย์ได้คิดสร้างระเบียบกฎเกณฑ์ใช้ในการปฏิบัติ
การจัดระเบียบตลอดจนระบบความเชื่อ
ค่านิยม ความรู้
และเทคโนโลยีต่าง ๆ
ในการควบคุมและใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ"
"วัฒนธรรมคือความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์
หรือลักษณะประจำชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในสังคม
ซึ่งไม่เพียงแต่จะหมายถึงความสำเร็จในด้านศิลปกรรมหรือมารยาททางสังคมเท่านั้น
กล่าวคือ
ชนทุกกลุ่มต้องมีวัฒนธรรม
ดังนั้น
เมื่อมีความแตกต่างระหว่างชนแต่ละกลุ่ม
ก็ย่อมมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมนั่นเอง
เช่น ชาวนาจีน
กับชาวนาในสหรัฐอเมริกา
ย่อมมีความแตกต่างกัน
"วัฒนธรรมคือสิ่งที่มนุษย์เปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงหรือผลิตสร้างขึ้น
เพื่อความเจริญงอกงามในวิถีชีวิตและส่วนรวม
วัฒนธรรมคือวิถีแห่งชีวิตของมนุษย์ในส่วนร่วมที่ถ่ายทอดกันได้
เรียนกันได้ เอาอย่างกันได้
วัฒนธรรมจึงเป็นผลผลิตของส่วนร่วมที่มนุษย์ได้เรียนรู้มาจากคนสมัยก่อน
สืบต่อกันมาเป็นประเพณี
วัฒนธรรมจึงเป็นทั้งความคิดเห็นหรือการกระทำของมนุษย์ในส่วนร่วมที่เป็นลักษณะเดียวกัน
และสำแดงให้ปรากฏเป็นภาษา
ความเชื่อ ระเบียบประเพณี
พระราชบัญญัติ
วัฒนธรรมแห่งชาติพุทธศักราช 2485
แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)
พุทธศักราช 2486
ได้ให้ความหมายของวัฒนธรรมไว้ดังนี้
วัฒนธรรม คือ
ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม
ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติ
และศีลธรรมอันดีของประชาชน
วัฒนธรรมจึงเป็นลักษณะพฤติกรรมต่างๆ
ของมนุษย์ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของมนุษย์
ทั้งบุคคลและสังคมที่ได้วิวัฒนาการต่อเนื่องมาอย่างมีแบบแผน
แต่อย่างไรก็ดีมนุษย์นั้นไม่ได้เกาะกลุ่มอยู่เฉพาะในสังคมของตนเอง
ได้มีความสัมพันธ์ติดต่อกับสังคมต่างๆ
ซึ่งอาจอยู่ใกล้ชิดมีพรมแดนติดต่อกัน
หรือยู่ปะปนในสถานที่เดียวกันหรือ
การที่ชนชาติหนึ่งตกอยู่ใต้การปกครองของชนชาติหนึ่ง มนุษย์เป็นผู้รู้จักเปลี่ยนแปลงปรับปรุงสิ่งต่าง
ๆ
จึงนำเอาวัฒนธรรมที่เห็นจากได้สัมพันธ์ติดต่อมาใช้โดยอาจรับมาเพิ่มเติมเป็นวัฒนธรรมของตนเองโดยตรงหรือนำเอามาดัดแปลงแก้ไขให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพวัฒนธรรมที่มีอยู่เดิม
ในปัจจุบันนี้จึงไม่มีประเทศชาติใดที่มีวัฒนธรรมบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
แต่จะมีวัฒนธรรมที่มีพื้นฐานมาจากความรู้
ประสบการณ์ที่สังคมตกทอดมาโดยเฉพาะของสังคมนั้น
และจากวัฒนธรรมแหล่งอื่นที่เข้ามาผสมปะปนอยู่
และวัฒนธรรมไทยก็มีแนวทางเช่นนี้
ความสำคัญของวัฒนธรรม
วัฒนธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งในความเป็นชาติ
ชาติใดที่ไร้เสียซึ่งวัฒนธรรมอันเป็นของตนเองแล้ว
ชาตินั้นจะคงความเป็นชาติอยู่ไม่ได้
ชาติที่ไร้วัฒนธรรม
แม้จะเป็นผู้พิชิตในการสงคราม
แต่ในที่สุดก็จะเป็นผู้ถูกพิชิตในด้านวัฒนธรรม
ซึ่งนับว่าเป็นการถูกพิชิตอย่างราบคาบและสิ้นเชิง
ทั้งนี้เพราะผู้ที่ถูกพิชิตในทางวัฒนธรรมนั้นจะไม่รู้ตัวเลยว่าตนได้ถูกพิชิต
เช่น พวกตาดที่พิชิตจีนได้
และตั้งราชวงศ์หงวนขึ้นปกครองจีน
แต่ในที่สุดถูกชาวจีนซึ่งมีวัฒนธรรมสูงกว่ากลืนจนเป็นชาวจีนไปหมดสิ้น
ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่า
วัฒนธรรมมีความสำคัญดังนี้
- วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ชี้แสดงให้เห็นความแตกต่างของบุคคล
กลุ่มคน หรือชุมชน
- เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่าตนมีความแตกต่างจากสัตว์
- ช่วยให้เราเข้าใจสิ่งต่าง
ๆ ที่เรามองเห็น
การแปลความหมายของสิ่งที่เรามองเห็นนั้นขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของกลุ่มชน
ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้และถ่ายทอดวัฒนธรรม
เช่น
ชาวเกาะซามัวมองเห็นดวงจันทร์ว่ามีหญิงกำลังทอผ้า
ชาวออสเตรเลียเห็นเป็นตาแมวใหญ่กำลังมองหาเหยื่อ
ชาวไทยมองเห็นเหมือนรูปกระต่าย
- วัฒนธรรมเป็นตัวกำหนดปัจจัย
4 เช่น เครื่องนุ่งห่ม อาหาร
ที่อยู่อาศัย การรักษาโรค
- วัฒนธรรมเป็นตัวกำหนดการแสดงความรู้สึกทางอารมณ์
และการควบคุมอารมณ์ เช่น
ผู้ชายไทยจะไม่ปล่อยให้น้ำตาไหลต่อหน้าสาธารณะชนเมื่อเสียใจ
- เป็นตัวกำหนดการกระทำบางอย่าง
ในชุมชนว่าเหมาะสมหรือไม่
ซึ่งการกระทำบางอย่างในสังคมหนึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเหมาะสมแต่ไม่เป็นที่ยอมรับในอีกสังคมหนึ่ง
จะเห็นได้ว่าผู้สร้างวัฒนธรรมคือมนุษย์
และสังคมเกิดขึ้นก็เพราะ มนุษย์
วัฒนธรรมกับสังคมจึงเป็นสิ่งคู่กัน
โดยแต่ละสังคมย่อมมีวัฒนธรรมและหากสังคมมีขนาดใหญ่หรือมีความซับซ้อน
มากเพียงใด
ความหลากหลายทางวัฒนธรรมมักจะมีมากขึ้นเพียงใดนั้นวัฒนธรรมต่าง
ๆ
ของแต่ละสังคมอาจเหมือนหรือต่างกันสืบเนื่องมาจากความแตกต่างทางด้านความเชื่อ
เชื้อชาติ ศาสนาและถิ่นที่อยู่
เป็นต้น
ลักษณะของวัฒนธรรม
เพื่อที่จะให้เข้าใจถึงความหมายของคำว่า
"วัฒนธรรม" ได้อย่างลึกซึ้ง
จึงขออธิบายถึงลักษณะของวัฒนธรรม
ซึ่งอาจแยกอธิบายได้ดังต่อไปนี้
- วัฒนธรรมเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ มนุษย์แตกต่างจากสัตว์
ตรงที่มีการรู้จักคิด
มีการเรียนรู้
จัดระเบียบชีวิตให้เจริญ
อยู่ดีกินดี มีความสุขสะดวกสบาย
รู้จักแก้ไขปัญหา
ซึ่งแตกต่างไปจากสัตว์ที่เกิดการเรียนรู้โดยอาศัยความจำเท่านั้น
- วัฒนธรรมเป็นมรดกของสังคม
เนื่องจากมีการถ่ายทอดการเรียนรู้
จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนรุ่นหนึ่ง
ทั้งโดยทางตรงและโดยทางอ้อม
โดยไม่ขาดช่วงระยะเวลา และ
มนุษย์ใช้ภาษาในการถ่ายทอดวัฒนธรรม
ภาษาจึงเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้ถ่ายทอดวัฒนธรรมนั่นเอง
- วัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิต
หรือเป็นแบแผนของการดำเนินชีวิตของ
มนุษย์
มนุษย์เกิดในสังคมใดก็จะเรียนรู้และซึมซับในวัฒนธรรมของสังคมที่ตนเองอาศัยอยู่
ดังนั้น
วัฒนธรรมในแต่ละสังคมจึงแตกต่างกัน
- วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ไม่คงที่
มนุษย์มีการคิดค้นประดิษฐ์สิ่งใหม่
ๆ และ
ปรับปรุงของเดิมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
เพื่อความเหมาะสม และความอยู่
รอดของสังคม เช่น
สังคมไทยสมัยก่อนผู้หญิงจะทำงานบ้าน
ผู้ชายทำงานนอกบ้าน
เพื่อหาเลี้ยง ครอบครัว
แต่ปัจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป
ทำให้ผู้หญิงต้องออกไปทำงานนอกบ้าน
เพื่อหา
รายได้มาจุนเจือครอบครัว
บทบาทของผู้หญิงในสังคมไทยจึงเปลี่ยนแปลงไป
หน้าที่ของวัฒนธรรม
- วัฒนธรรมเป็นตัวกำหนดรูปแบบของสถาบัน
ซึ่งมีลักษณะแตกต่าง
กันไปในแต่ละสังคม เช่น
วัฒนธรรมอิสลามอนุญาตให้ชาย
(ที่มีความสามารถเลี้ยงดูและ
ให้ความ ยุติธรรมแก่ภรรยา)
มีภรรยาได้มากกว่า 1 คน
โดยไม่เกิด 4 คน แต่ห้ามสมสู่
ระหว่าง เพศเดียว กัน
อย่างเด็ดขาด
ในขณะที่ศาสนาอื่นอนุญาตให้ชายมีภรรยาได้เพียง
1 คน แต่ไม่มีบัญญัติห้าม
ความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน
ฉะนั้นรูปแบบของสถาบันครอบครัวจึงอาจแตกต่างกันไป
- วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่กำหนดพฤติกรรมของมนุษย์
พฤติกรรมของคน
จะเป็นเช่นไรก็ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของกลุ่มสังคมนั้น
ๆ เช่น
วัฒนธรรมในการพบปะทักทายของ ไทย
ใช้ในการสวัสดีของชาวตะวันตกทั่วไปใช้ในการสัมผัสมือ
ของชาวทิเบตใช้การแลบลิ้น
ของชาว มุสลิมใช้การกล่าวสลาม
เป็นต้น
- วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ควบคุมสังคม
สร้างความเป็นระเบียบ เรียบร้อย
ให้แก่สังคม
เพราะในวัฒนธรรมจะมีทั้งความศรัทธา
ความเชื่อ ค่านิยม บรรทัดฐาน
เป็นต้น ตลอดจน
ผลตอบแทนในการปฏิบัติและบทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน
ฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่า
ถ้าหากเข้าใจในเรื่องวัฒนธรรมดีแล้ว
จะทำให้
สามารถเข้าใจพฤติกรรมต่าง ๆ
ของคนในแต่ละสังคมได้อย่างถูกต้อง
ที่มาของวัฒนธรรมไทย
วัฒนธรรมไทยมีที่มาจากปัจจัยต่าง
ๆ ดังนี้
- สิ่งแวดล้อมทางภูมิศาสตร์
เนื่องจากสังคมไทยมีลักษณะทางด้านภูมิศาสตร์เป็นที่ราบลุ่มและอุดมสมบูรณ์ด้วยแม่น้ำลำคลอง
คนไทยได้ใช้น้ำในแม่น้ำ ลำคลอง
ในการเกษตรกรรมและการอาบ กิน
เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาหน้าน้ำ
คือ เพ็ญเดือน 11 และเพ็ญ เดือน 12
ซึ่งอยู่ในห้วงเวลาปลายเดือนตุลาคมและปลายเดือนพฤศจิกายน
อันเป็นระยะเวลา ที่
น้ำไหลหลากมาจากทางภาคเหนือของประเทศ
คนไทยจึงจัดทำกระทงพร้อม
ด้วยธูปเทียนไปลอย
ในแม่น้ำลำคลอง
เพื่อเป็นการขอขมาลาโทษแม่คงคา
และขอพรจากแม่คงคา
เพราะได้อาศัยน้ำกิน น้ำใช้
ทำให้เกิด
"ประเพณีลอยกระทง"
นอกจากนั้นยังมีประเพณีอื่น ๆ
อีกในส่วนที่เกี่ยวกับ
แม่น้ำลำคลอง เช่น
"ประเพณีแข่งเรือ"
- ระบบการเกษตรกรรม
สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรม (agrarian
society) กล่าวคือ ประชากรร้อยละ 80
ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า
คนไทยส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตผูกพันกับระบบการเกษตรกรรม
และระบบการเกษตรกรรมนี้เอง
ได้เป็น
ที่มาของวัฒนธรรมไทยหลายประการ
เช่น ประเพณีขอฝน ประเพณีลงแขก
และการละเล่น เต้นกำรำเคียว
เป็นต้น
- ค่านิยม (Values)
กล่าวได้ว่า "ค่านิยม"
มีความเกี่ยวพันกับ
วัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด และ
"ค่านิยม"
บางอย่างได้กลายมาเป็น "แกน"
ของวัฒนธรรมไทยกล่าวคือ
วิถีชีวิตของคนไทยโดยส่วนรวมมีเอกลักษณ์ซึ่งแสดงออกถึงอิสรภาพและเสรีภาพ
- การเผยแพร่ทางวัฒนธรรม
(Cultural diffusion) วัฒนธรรมทาง หนึ่ง ย่อม
แตกต่างไปจากวัฒนธรรมทางสังคมอื่น
ๆ
ทั้งนี้เพราะวัฒนธรรมมิได้เกิดขึ้นมาใน
ภาชนะ
ที่ถูกผนึกตราบเท่าที่มนุษย์
เช่น นักท่องเที่ยว พ่อค้า ทหาร
หมอสอนศาสนา และผู้อพยพยังคง
ย้ายถิ่นที่อยู่จากแห่งหนึ่งไปยังแห่งอื่น
ๆ
เขาเหล่านั้นมักนำวัฒนธรรมของพวกเขาติดตัว
ไปด้วย เสมอ ซึ่งถือได้ว่า
เป็นการเผยแพร่ทางวัฒนธรรม
เป็นไปได้อย่างสะดวกรวดเร็วและกว้างขวาง
ประจักษ์
พยานในเรื่องนี้จะเห็นได้ว่าน้ำอัดลมชื่อต่าง
ๆ มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก
วัฒนธรรมของสังคมอื่น
ซึ่งได้เผยแพร่เข้ามาในสังคมไทยก็คือ
หน้าถัดไป |