|
|
การทำบุญอายุนั้น
มักนิยมทำกันในเมื่ออายุครบ 25 ปี
เรียกว่าวัยเบญจเพสครั้งหนึ่ง
กับเมื่ออายุครบ 50 ปี
กับเมื่ออายุครบ 50 ปี
ซึ่งจัดว่ามีอายุมาได้ครึ่งหนึ่งของอายุขัย
อีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้อาจจะมีการทำบุญครบบอบของอายุในรอบต่าง
ๆ ได้อีก
และโดยทั่วไปมีสิ่งอันพึงต้องปฏิบัติ
ดังต่อไปนี้
1.
ต้องหาผู้มีความรู้ทางโหราศาสตร์ให้เป็นผู้กำหนดฤกษ์และเชิญมาร่วมในพิธีครั้งนี้ด้วย
2.นิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์และ
สวดชัยมงคลคาถาตามจำนวนที่สมควรและเหมาะสมกับสถานที่
ถ้าสถานที่อำนวยให้
อาจจะนิมนต์มาเท่าอายุก็ได้
แต่โดยทั่วไปแล้วก็นิมนต์มา 9 รูป
ก็จัดว่าเป็นการเพียงพอแล้ว
3. เตรียมเทียนไว้ 2 เล่ม
เล่มหนึ่งใช้ขี้ผึ้งอย่างดีหนัก
9 บาท
ไส้ยาววัดโดยรอบศีรษะเจ้าภาพจำนวน
33 เส้น อีกเล่มหนึ่งสูงเท่าตัว
ใช้ขี้ผึ่งอย่างดีหนักเท่ากับอายุ
ไส้ก็มีจำนวนเส้นเท่ากับอายุ
จัดทำอย่างประณีต
เวลาจุดต้องมีกำบังลมเพื่อป้องกันมิให้ดับในเวลาประกอบพิธีอยู่ได้
4. เครื่องแต่งกายของเจ้าภาพ
มีผ้านุ่งขาว 1 ผืน ผ้าห่ม 1 ผืน
ใช้สำหรับโหรนุ่งในวันพิธี
ส่วนเจ้าภาพนั้นแต่งตัวตามประเพณีนิยม
เอาเพียงเรียบร้อย
และมีสีไม่ฉูดฉาด
5. ทำบัตรพลีเทวดา โดยทำเป็นบัตร 9
ชั้น 1 บัตร ทำเป็นบัตร 3 ชั้น 8 บัตร
รวมเป็น 9
อันด้วยกัน
ติดธงสีประจำวันเทวดา
มีรูปเทวดาบัตรละองค์
ในขนมคาวหวาน อาหารต่าง ๆ
ข้าวตอกดอกไม้ ธูป เทียน
และเครื่องใช้ต่าง ๆ
ตามที่โหรจะสั่งให้จัดหา
6. ระวังอย่าให้มีอุบัติเหตุ
หรือความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นในขณะมีการประกอบพิธีอยู่
เพราะเป็นการเชื่อว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุอย่างใดขึ้นแล้ว
เป็นลางไม่ดี
การปฏิบัติของเจ้าภาพในวันประกอบพิธี
มีดังนี้คือ
1.
เจ้าภาพเป็นผู้จุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย
และกล่าวคำไตรสรณาคม
2. จุดเทียนมงคลบูชาเทวดาทั้ง 9
หรือเรียกว่าบูชาเทวดานพเคราะห์
3. รับศีล แล้วฟังพระสวดมนต์
4.
สวดมนต์แล้วมีการรื่นเริงตามสมควร
5.
รุ่งเช้าถวายอาหารแก่พระภิกษุสงฆ์
6. เมื่อได้ฤกษ์
เจ้าภาพนุ่งขาวห่มขาวมาอาบน้ำพระพุทธมนต์
โดยมีบิดามารดา
หรือผู้หลักผู้ใหญ่อันเป็นที่เคารพนับถือมารดน้ำอวยพรให้
แล้วผลัดผ้านุ่งตามสีประจำวัน
7. หลังจากเสร็จพิธีทางศาสนาแล้ว
อาจจะมีการรับประทานอาหารร่วมกัน
ระหว่างเจ้าภาพกับบรรดาผู้มาร่วมอวยพรด้วยก็ได้ |