|
|
ความตายของคนเป็นปรกติ
ธรรมชาติที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้
จึงไม่ควรหวาดกลัวหรือเศร้าโศกจนเกินไป
พิธีการต่าง ๆ เกี่ยวกับการทำศพ
มีโดยสังเขปดังนี้
1. การบอกทาง
เมื่อเชื่อแน่ว่าผู้ป่วยต้องถึงแก่กรรม
หรือมีกาการบอกให้ทราบว่าจะถึงแก่กรรมในระยะอันใกล้นี้แล้ว
ผู้พยาบาลต้องจัดหาดอกไม้ธูปเทียนใส่กรวยใบตองให้ผู้ตายถือไว้
และบอกให้รำลึกถึงคุณพระพุทธ
พระธรรม และพระสงฆ์
กับให้ทำใจให้สงบ
ไม่กระวนกระวาย
เพื่อว่าให้ผูตายได้ตายด้วยความสงบทั้งทางร่างกายและจิตใจจริง
ๆ
2. การปฏิบัติเมื่อตายแล้ว
เมื่อสิ้นลมหายใจ
ให้จุดเทียนไว้ข้างศพ
โดยใช้เทียนขี้ผึ้งมีไส้ 7 ไส้
เมื่อเทียนเล่มนั้นจุดหมดดับแล้ว
ผู้ตายไม่ฟื้นขึ้นก็เชื่อได้ว่าตายแน่แล้ว
ถ้าเอาศพเข้าโลงไม่ทันต้องเอาไว้ข้ามคืน
ให้เอาผ้าคลุมศพไว้
และอยู่ตามไฟ
กับระวังอย่าให้แมวกระโดดข้าม
เพราะถือกันว่าผีจะแรง
3. การอาบน้ำศพ
ก่อนเอาศพใส่โลงต้องทำพิธีอาบน้ำศพเสียก่อน
ตอนแรกอาบด้วยน้ำอุ่น
แล้วอาบด้วยน้ำเย็น
ฟอกศพด้วยผิวมะกรูดแล้วล้างให้สะอาด
เช็ดถูให้แห้งแล้วตำขมิ้นชันสดกับผิวมะกรูดขัดให้ทั่วอีกทีหนึ่ง
แล้วแต่งตัวศพด้วยเสื้อผ้าใหม่
ถ้าจะมีการรดน้ำศพอีก
ก็เอาศพขึ้นวางบนเตียง
จับแขนข้างหนึ่งให้ทอดออกมา
ผู้มารดน้ำศพก็เอาน้ำหอมหยดลงที่ฝ่ามือของศพ
อธิษฐานในใจให้อโหสิกรรมที่อาจจะมีอยู่แก่กันเสีย
4. การเอาศพใส่โลง
ก่อนเอาศพใส่โลงให้ตำหมากใส่ในปากศพคำหนึ่ง
แล้วหาเงินบาทหรือแหวนทองคำใส่ลงไปในปาก
เอาขี้ผึ้งหนาประมาณครึ่งนิ้วกว้างพอดีกับหน้าของศพปิดหน้าศพไว้เเพื่อกันอุจาดนัยน์ตา
เอากรวยดอกไม้ธูปเทียนใส่มือ
แล้วตราสังข์ศพด้วยผ้าขาว
ยกไปวางในโลง
ปิดฝาโลงให้เรียบร้อย
5. การตั้งศพทำบุญ
การตังศพทำบุญจะทำที่บ้านหรือที่วัดก็ได้ตอนค่ำมีการนิมนต์พระมาสวดพระอภิธรรม
เป็นประจำทุกคืนจนกว่าจะถึงวันกำหนดทำพิธีเผา
หรือเก็บศพไว้เผาทีหลัง
6. การเผาศพ
เมื่อถึงวันเผาศพยกศพไปตั้งในศาลา
นิมนต์พระมาสวดบังสุกุล
ถ้ามีเทศน์ก็เทศน์เสียก่อนบังสุกุล
หามโลงเวียนเชิงตะกอน 3
รอบแล้วเอาขึ้นตั้งบนเชิงตะกอน
ให้พระจุดไฟเผาก่อนคนไปร่วมด้วยจึงจุดไฟเผาทีหลัง
ในตอนนี้อาจจะมีการสวดหน้าไฟด้วยก็ได้
7. การเก็บกระดูก
ศพมักเผาในตอนเย็น
รุ่งเช้าจึงมีการเก็บกระดูก
และนิมนต์พระมาตักบาตรปากหลุม
เป็นเสร็จพิธี |