บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

ขุนช้าง-ขุนแผน
ฉบับร้อยแก้ว

พลายงามอาสา

นับแต่พระเจ้าพิไชยเมืองเชียงใหม่ได้นางสร้อยทองมาแล้ว  ก็ทรงหนักใจว่าทั้งล้านช้างและกรุงศรีอยุธยาต้องโกรธแล้วยกทัพตี  หากจะมาในเวลาเดียวกัน เชียงใหม่จะต้องพบศึกหนัก  ควรจะชิงตีไทยให้พ่ายแพ้ไปก่อนล้านช้างก็คงไม่กล้ายกมา  จึงปรึกษาเหล่าเสนาว่าควรจะทำอย่างไร  พระยาท้าวแสนหลวงเสนาใหญ่ทูลว่า  ควรจะส่งสาส์นไปยั่วให้ไทยโกรธ  ยกทัพมาโดยเร็ว  แล้วหักศึกไทยก่อนที่ทั้งสองทัพจะรวมกันได้  พระเจ้าเชียงใหม่เห็นด้วยได้ให้แสนตรีเพชรกล้านำสาส์นไปให้พระพันวษา

พระยาจักรีทูลสาส์นเชียงใหม่

ฝ่ายพระพันวษาเมื่อเสด็จออกขุนนาง พระยาจักรีได้กราบบังคมทูลว่า เชียงใหม่มีราชสาส์นมาแจ้งว่า ทัพเชียงใหม่ได้ชิงตัวนางสร้อยทองไปแล้ว  ด้วยพระเจ้าเชียงใหม่ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่มีแสนยานุภาพมาก  ได้เคยส่งราชทูตถือราชสาส์นไปขอนางสร้อยทอง  แต่ด้วยนางยังเยาว์จึงยังไม่ได้นำมาครอง แต่พระท้ายน้ำกับพวกไพร่ขังคุกไว้  แต่ยังไม่ได้ฆ่า หากพระพันวษาต้องการตัวนางคืนก็ให้ยกทัพมาสู้กันใครชนะจะได้นางไปครอง  จะให้เวลาภายในสามเดือนหากไม่มาก็จะฆ่าให้หมด  หรือหากกลัวก็ให้บอกมา  เมื่อพระพันวษาได้ฟังสาส์นก็ทรงพิโรธมาก  ตรัสว่าพระเจ้าเชียงใหม่กำเริบมาก  เหมือนกับลูกกวางมาท้าสู้กับราชสีห์  ทั้งนี้ตัวมีกำลังเท่าหยิบมือ  อีกสามวันจะยกทัพไปเชียงใหม่หากตีไม่ได้ก็จะไม่กลับ  รวมทั้งให้เกณฑ์หัวเมืองชั้นใหญ่น้อยไปร่วมตีเชียงใหม่ด้วย  และเมื่อตีได้แล้วให้ฆ่าคนทั้งหมด  แล้วรื้อกำแพงป้อมปราการให้สิ้น

เสนาบดีทูลขอให้หาผู้อาสา

ฝ่านเสนาน้อยใหญ่ก็กราบทูลเตือนพระสติว่า เมืองเชียงใหม่นั้นก็มีอยู่เท่านั้น  ไม่ควรเสด็จไปรบเองเพราะจะทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศไปเปล่า ๆ ควรจะไว้พระยศให้เหมือนกับครั้งที่พระรามให้หนุมานไปตีลงกา  ผลที่สุดก็ได้พระนางสีดาคืนมา  เมื่อสมเด็จพระพันวษาได้ฟังเหล่าเสนาก็คิดได้ ตรัสถามว่า ใครจะอาสาไปทัพ  แต่ทุกคนนิ่งเงียบหาคนอาสาไม่ได้ ก็ทรงพิโรธ

" ดีแต่ฉ้อไพร่ไพล่เงินกิน ปลอกปลิ้นลิ้นลมประสมประสาน
เลี้ยงเสียเบี้ยหวัดไม่ต้องการ มีศฤงคารยศศักดิ์หนักแผ่นดิน"

พลายงามขอให้จมื่นศรีนำอาสา

พลายงามนั้นได้อาศัยกับกับหมื่นศรีมานาน ได้ฝึกวิชาอาคมไปเรื่อยมีความเชี่ยวชาญมาก  คิดอยากจะไปทัพเพื่อใช้วิชาความรู้ที่ได้เล่าเรียนมา  เมื่อรู้ว่าอยุธยากำลังมีศึก  ก็เห็นว่าเป็นทีของตนที่จะได้แสดงฝีมือแล้ว  จะไปขอให้จมื่นศรีไปกราบทูลให้ตนได้อาสาไปทัพ  และถ้าหากมีช่องทางก็ได้ทูลขออภัยโทษให้ขุนแผนผู้เป็นพ่อ

" สะอื้นพลางทางคิดถึงพระคุณ เดชะความสัตยอธิษฐาน
ข้าพเจ้าจะดำริตริการ คิดอ่านขอโทษให้บิดา
ขอให้ได้สมอารมณ์คิด อย่าให้ผิดมุ่งมาดปราถนา"

เมื่อได้โอกาสก็เข้าไปหาจมื่นศรี พร้อมกับร่ายพระเวทย์ให้มีเมตตาแล้วถามว่า  เรื่องอะไรที่ทำให้จมื่นศรีไม่สบายใจ  จมื่นศรีบอกว่า พระพันวษาทรงกริ้วที่ไม่มีใครอาสาไปทัพ  พลายงามได้ขอให้จมื่นศรีไปกราบทูลขอให้ตนไปทัพ  แต่จมื่นศรีทัดทานว่า  พลายงามนั้นถึงแม้จะเป็นลูกขุนแผนที่มีวิชาอาคมเก่งกล้า ก็ยังเป็นเด็ก วิชาความรู้ก็ไม่มี ควรคิดดูให้ดีหากทำไม่ได้ก็จะทำให้ทรงพิโรธไปกว่านี้

พลายงามจึงทดลองวิชาโดยหายตัวและแปลงกายเป็นเสือโคร่งให้จมื่นศรีดู  จมื่นศรีเห็นความสามารถก็พอใจ

พลายงามทูลขอโทษขุนแผน

รุ่งขึ้น จมื่นศรีได้พาพลายงามไปเข้าเฝ้า  แล้วทูลว่า พลายงามเป็นลูกขุนแผน และได้เรียนวิชาอาคมมาอย่างเชี่ยวชาญ จะขออาสาออกรบ  เมื่อพระพันวษาให้พาตัวมาเข้าเฝ้า  พลายงามได้ร่ายเวทย์ให้ ทรงเมตตาทำให้พระองค์ทรงรักใคร่  ได้ตรัสถามว่า จะไปทัพได้หรือไม่  หากไปแล้วรบชนะจะปูนบำเหน็จให้  พลายงามกราบทูลขอรับอาสาไปรบกับเชียงใหม่ และจะจับตัวกลับมาถวายให้ได้ แต่หากตนได้ไปร่วมรบกับขุนแผนผู้บิดาด้วยแล้ว จะดีมากกว่านี้  

พระพันวษาจึงสั่งให้พระยายมไปถอดขุนแผนมา แล้วตรัสกับขุนแผนว่า พลายงามได้มาทูลขอให้ไปทัพที่เมืองเชียงใหม่ด้วย  ที่ถูกขังอยู่หลายปีนั้นไม่ได้เป็นเพราะพระองค์เกลียดชังหรือแค้นเคือง แต่ทรงลืมไป

ฝ่ายขุนแผนได้ฟังก็กราบทูลว่า ตนจะขออาสาไปรบกับพลายงามแล้วไม่ต้องการไพร่พลมากมาย  ขอแต่ไพร่มาหาบเสบียงอาหาร และขอไพร่นักโทษในคุกที่มีวิชาสามสิบห้าคนเท่านั้น พระพันวษาได้ฟังจึงตรัสว่า เมืองเชียงใหม่นั้นมีไพร่พลมากมาย การที่จะเอาไพร่ไปเพียงเท่านี้อาจจะแพ้กลับมาได้ แล้วขอให้ไพร่ที่เป็นนักโทษสามสิบห้าคนมาประลองวิชาให้ดูในวันมะรืน

ขุนแผนกับนางแก้วกิริยามาอยู่บ้านจมื่นศรี

ฝ่ายนางแก้วกิริยานั้นได้มาอยู่กับขุนแผนที่กระท่อมหน้าหับเผย ตั้งแต่ติดคุกและนางได้ตั้งท้องสิบเดือนแล้ว  เมื่อรู้ว่า ขุนแผนพ้นโทษก็ตามมาหาขุนแผนที่บ้านจมื่นศรี  จมื่นศรีบอกว่า ขุนแผนจะไปทัพให้มาอยู่ด้วยกันที่นี่  ส่วนขุนแผนนั้นบอกกับจมื่นศรีว่า ตนอาสาจะไปทัพแต่ห่วงนางทองประศรีผู้เป็นแม่ที่กาญจนบุรี  เมื่อตนและพลายงามไปทัพก็คิดถึงลูกหลาน อยากให้ไปรับมาอยู่เสียด้วยกันที่นี่  จมื่นศรีรับเป็นธุระให้

พระพันวษาปล่อยนางลาวทอง

ในวังนั้น สมเด็จพระพันวษาให้ลาวทองมาเข้าเฝ้า แล้วตรัสว่า  ขุนแผนพ้นโทษไปแล้ว  เพราะพลายงามลูกขุนแผนอาสาไปทัพ  และขอให้ขุนแผนไปช่วย ส่วนนางลาวทองนั้นได้มาทรมานอยู่ในวัง ปักสะดึงกรึงไหมมากว่าสิบปีแล้วก็จะยกโทษให้  นางลาวทองดีใจมากเมื่อพ้นโทษแล้วก็ไปหาขุนแผนที่บ้านจมื่นศรี  ครั้งแรกจำขุนแผนไม่ได้ เมื่อขุนแผนทักก็จำได้  แล้วขุนแผนแนะนำให้นางลาวทองรู้จักกับพลายงามและนางแก้วกิริยา

ขุนแผนพลายงามกับพวกอาสาลองวิชาถวาย

ฝ่ายพระพันวษาเมื่อได้ดูการลองวิชาแล้วก็ชื่นชมมาก ตรัสชมขุนแผนและพลายงามว่า  พ่อลูกมีวิชาอาคมเท่าเทียมกัน ข้าศึกคงสู่ไม่ได้ จากนั้นก็ประทานเสื้อผ้าอาหาร เงินทอง แล้วให้โหรดูฤกษ์ยามที่จะเคลื่อนทัพ ซึ่งจะต้องเดินทัพในวันขึ้นเจ็ดค่ำ สี่โมงเช้าเก้านาที

" แล้วจึงตรัสสั่งคลังวิเศษ ให้จัดเสื่อโหมดเทศอย่างก้านแย่ง
แพรจีนดวงพุดตาลส่านสีแดง ทั้งสมปักตามตำแหน่งขุนนางใน
....ให้คลังมหาสมบัติจัดเงินตรา ห้าชั่งเอามาประทานให้...."

สมเด็จพระพันวษาจึงให้โหรหาฤกษ์ยกทัพ

พระโหราหาฤกษ์แล้วทูลพลัน ขึ้นเจ็ดค่ำนั้นเป็นเศษห้า
ได้ฤกษ์เบิกพยุหเสนา เวลาสี่โมงเช้าเก้านาที
ปลอดทั้งผีหลวงห่วงวัน ยามนั้นได้เมื่อพระฤาษี
แค้นขัดมัดมือลิงกาลี จะไปตีบ้านเมืองย่อมมีไชย"

ขุนแผนพลายงามลานางทองประศรี

ฝ่ายนางทองประศรีเมื่อมาถึงบ้านจมื่นศรี ได้พบขุนแผนก็ดีใจมาก  แล้วได้ขอบใจนางแก้วกิริยา ที่ไม่ทิ้งขุนแผน  ทั้งได้บอกให้นางแก้วกิริยาและนางลาวทองปรองดองกัน และอวยชัยให้พรขุนแผนกับพลายงาม ให้พบกับความสุขตลอดไป

" อย่าประมาทอาจหาญการสู้รบ ขุนไกรปู่นั้นแต่หนุ่มคุ้มพันหัก
แกมิได้หมิ่นศึกทำฮึกฮัก เบาหนักตรองดูให้รู้ความ
อนึ่งพวกไพร่พลที่ไปด้วย ใครเดือดร้อนผ่อนช่วยอย่าหยาบหยาม
อุตส่าห์เอาอกเอาใจให้งดงาม ไปรบพุ่งเหมือนตามกันเป็นตาย
ถ้าใจเดียวเกลียวกลมกันหนึ่งแน่ ถึงน้อยก็ไม่แพ้ที่มากหลาย
ท่านว่าป่าพึ่งเสือเรือพึ่งพาย เราเป็นนายก็ต้องพึ่งซึ่งไพร่พล

ขุนแผนประชุมพล

ขุนแผนกับพลายงามได้ปรึกษากันว่า ก่อนจะไปทัพควรจะได้ปลุกเสกเครื่องให้มีฤทธิ์มากขึ้น  ก็ชวนกันไปที่ป่าช้าทำพิธีจนเสร็จ แล้วแจกอาวุธแก่ไพร่ทหารโดยใครถนัดอย่างใดก็เอาอย่างนั้นไปใช้

" ศาสตราอาวุธจงเลือกใช้ ใครถนัดอย่าไหนเอาไปพลัน
บางคนฉวยดาบชักวาบวูบ ที่บางคนก็จับเอากั้นหยั่น
บ้างเข้ามาคว้าปืนถือยืนยัน บางคนนั้นร้องบอกขอหอกยาว
อ้ายเฉยว่าฉันเคยแต่ไม้พลอง อ้ายมาว่าฉันคล่องก็เพลงหลาว
อ้ายเพ็ดว่าพร้าก็พอกับคอลาว อ้ายทิศสาคว้าง้าวออกลองรำ.."

เมื่อถึงวันเคลื่อนทัพขุนแผนกับพลายงามไปเตรียมทัพที่ตำบลวัดใหม่ไชยชุมพล

ครั้นจัดเสด็จเรียบร้อยคอยเวลา โหราเหยียบเงาเอาชั้นฉาย
พอถ้วนนาทีสี่โมงปลาย ถึงฤกษ์จะขยายกระบวนพล

เมื่อถึงฤกษ์เคลื่อนทัพออกไป นางแก้วกิริยาท้องแก่มากแล้วก็เจ็บท้องแล้วคลอดลูกเป็นผู้ชาย ตรงกับฤกษ์กรีฑาทัพจึงให้ชื่อว่าพลายชุมพลรณรงค์ ฝ่ายขุนแผนเมื่อเคลื่อนทัพไปถึงป่าที่พิจิตร ซึ่งได้นำดาบฟ้าฟื้นฝังไว้  ตั้งแต่ครั้งไปขอพระพิจิตรส่งตัวกลับอยุธยา  เมื่อขุดดาบได้ขุนแผนบอกพลายงามว่า วันหน้าจะยกดาบนี้ให้  ได้เดินทัพผ่านลพบุรี  บางขาม  บ้านด่านโพธิไชย  อู่ตะเภา  ภูเขาทอง  หนองบัว  และพักทัพที่ทุ่งหลวง เมืองพิจิตร  พลายงามได้นอนหลับและฝันเห็นผู้หญิงสาว  ขุนแผนทำนายว่าจะได้เมียดี หรืออาจเป็นลูกสาวเจ้าเมืองก็ได้  

 

กำเนิดขุนช้าง ขุนแผน และนางพิม
พ่อของขุนช้าง ขุนแผน และนางพิม
พลายแก้วบวชเณร
พลายแก้วได้นางพิม
ขุนช้างขอนางพิม
พลายแก้วได้สายทอง
พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม
พลายแก้วยกทัพ
พลายแก้วได้นางลาวทอง
พิมเปลี่ยนชื่อเป็นวันทอง
ขุนช้างลวงว่าพลายแก้วตาย
ศรีประจันยกวันทองให้ขุนช้าง
พลายแก้วเป็นขุนแผน
ขุนช้างได้นางวันทอง
ขุนแผนบอกกล่าว
ขุนช้างพานางวันทองไปอยู่บ้านเดิม
พระพันวษาให้พรากนางลาวทอง
กำเนิดกุมารทอง
ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง
ขุนแผนพานางวันทองหนี
ขุนช้างตามนางวันทอง
ขุนช้างฟ้องว่าขุนแผนเป็นกบฎ
ขุนแผนลุแก่โทษ
ขุนแผนชนะความขุนช้าง
ขุนแผนติดคุก
กำเนิดพลายงาม
เจ้าล้านช้างถวายนางสร้อยทอง
พลายงามอาสา
พลายงามได้นางศรีมาลา
ขุนแผนแก้พระท้ายน้ำ
พระเจ้าเชียงใหม่ยอมแพ้
ขุนแผน พลายงามยกทัพกลับ
ถวายนางสร้อยทองสร้อยฟ้า
แต่งงานพระไวยพลายงาม
ขุนช้างเป็นโทษ
ขุนช้างถวายฏีกา
ฆ่านางวันทอง
นางสร้อยฟ้าทำเสน่ห์
พระไวยถูกเสน่ห์
ขุนแผนส่องกระจก
พระไวยแตกทัพ
พลายชุมพลจับเสน่ห์
นางสร้อยฟ้าศรีมาลาลุยไฟ
จระเข้เถรขวาด

  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook