บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

ขุนช้าง-ขุนแผน
ฉบับร้อยแก้ว

ถวายนางสร้อยทองสร้อยฟ้า

เมื่อถึงกรุงศรีอยุธยาแล้วก็ให้จอดเรือที่ท่าคั่น พร้อมกับเรือเจ้าเชียงใหม่  ส่วนเรือประเทียบของสร้อยฟ้า สร้อยทอง เข้าไปจอดที่ท่าวาสุกรี  สั่งให้ขุนหมื่นพนักงาน เข้าประจำชานพระฉนวน  เสร็จแล้วก็เข้าไปพบเจ้าพระยาจักรี แจ้งเรื่องให้ทราบ  เจ้าพระยาจักรีได้ทราบเรื่องแล้ว ก็มีความยินดี ชมเชยสองพ่อลูกที่ทำความชอบ แล้วจึงเรียกนครบาล ให้จำเจ้าเชียงใหม่ไว้ก่อน  เนื่องด้วยเป็นโทษอยู่ จนกว่าจะมีรับสั่งของสมเด็จพระพันวษา

...ครานั้นเจ้ากรมยมราช  ก็จัดแจงเพชฌฆาตที่เข้มขัน
โจมใจอาจฟาดใจกล้าทะลวงฟัน  ราชมัลยิ่งยวดตำรวจใน
ถือหวายอ้ายถนัดมัดเท่าแขน  คาดราตคคแน่นทั้งนายไพร่
เอาโซ่ตรวนขื่อคาถามาทันใด  ตำแหน่งใครใครก็ไปไม่รอรั้ง
เอาเครื่องจำจำจองเจ้าเชียงใหม่  นายไพร่นั่งห้อมล้อมหน้าหลัง
งำเมืองเพชรปาณีเสียงมี่ดัง ราชศักดิ์ปลัดวังเกณฑ์กันมา

เมื่อตกสายได้เวลา เจ้าพระยาราชสีห์ เจ้าพระยามหาเสนาบดี จตุสดมภ์ ข้าราชการทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน พร้อมกันเข้าเฝ้า เจ้าพระยาจักรีสั่งให้ขุนแผนกับพลายงาม คอยท่าอยู่ที่หน้าท้องพระโรง เพื่อรอให้ตนกราบทูลเรื่องราวก่อน แล้วจึงจะเบิกตัวทั้งสองคนเข้าเฝ้าภายหลัง เมื่อได้เวลาสมเด็จพระพันวษาออกว่าราชการ  เจ้าพระยาจักรีก็ได้กราบทูล เรื่องขุนแผนกับพลายงามไปราชการทัพ ได้ชัยชนะกลับมา  ได้นำเจ้าเชียงใหม่ กับเงินทองอีกเจ็ดสิบกำปั่น พร้อมทั้งครัวลาวอีกห้าพัน  ปืนใหญ่สองร้อยกระบอก ปืนเล็กสามพันกระบอก ทวนหนึ่งพัน ดาบพันสอง ดาบโรงแสงต้นห้าร้อย ช้างสามร้อยเชือก  ม้าแปดร้อยตัว  และโคกระบืออีกเป็นอันมาก

ขุนแผนพลายงามเข้าเฝ้า

สมเด็จพระพันวษาได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด ก็พอพระทัย  รับสั่งให้พาขุนแผน  พลายงาม  พร้อมทั้งเจ้าเชียงใหม่ และพระท้ายน้ำ เข้ามาเฝ้า  แล้วตรัสถามขุนแผน ถึงเรื่องการดำเนินการรบ  ขุนแผนก็กราบทูลให้ทรงทราบ ทุกขั้นตอนโดยย่อ สมเด็จพันวษาทรงทราบเรื่องโดยตลอดจากขุนแผนแล้ว จึงให้ขุนแผนไปรั้งเมืองกาญจนบุรี เป็นที่ พระสุรินทฎาไชยมไหสูรย์ภักดี พระราชทานเงินตราสิบห้าชั่งเป็นรางวัล พร้อมทั้งเครื่องยศ  ส่วนพลายงามให้เป็นจมื่นไวยวรนารถ หัวหมื่นมหาดเล็กเวรข้างฝ่ายขวา พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องยศและเงินตรา กับให้เจ้ากรมยมราชปลูกบ้านให้อยู่ใกล้วัง จำนวนห้าหลังให้หมื่นไวยอยู่  พระท้ายน้ำนั้นมีโทษให้ ถอดเป็นไพร่ ใช้เฝ้าประตู  สำหรับเจ้าเชียงใหม่เนื่องจากรู้ตัวสารภาพผิด ขอถวายราชสมบัติล้านนา และขอมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร จึงโปรดยกโทษให้ และให้กลับไปครองเมืองเชียงใหม่ ตามเยี่ยงอย่างเจ้าประเทศเขตธานี  ให้นำตัวไปถือน้ำทำสัจจา   ส่วนบรรดาพวกไพร่พลทั้งสามสิบห้าคน และไพร่พลอื่น ๆ  ก็พระราชทานเงินตรากับผ้าเป็นรางวัล พร้อมทั้ง ให้สิทธิพิเศษและมอบหน้าที่ให้ดังนี้

...แล้วให้ยกราชการงานเมือง ปลดเปลื้องหน้าที่ทุกสิ่งสรรพ์
สังกัดไว้ในอาทมาตนั้น ต่อมีทัพขับขันจึงเรียกใช้
ให้มันมีตราภูมิคุ้มห้ามขาด ทั้งอากรขนอนตลาดอย่าเก็บได้
ทำบาญชีมีนายหมวดกองไว้  ให้ขึ้นแก่จมื่นไวยสิ้นทั้งนั้น...


นางสร้อยทองสร้อยฟ้าขึ้นเฝ้า  

เสร็จการด้านฝ่ายนอกแล้ว  สมเด็จพระพันวษา ก็ทรงปรึกษากับเจ้านายฝ่ายใน เรื่องนางสร้อยทองกับสร้อยฟ้า  ตกลงให้นางสร้อยทองเป็นพระสนม  และพระราชทานนางสร้อยฟ้าให้หมื่นไวย

...แล้วหันมาปราศัยนางสร้อยทอง  อย่างหม่นหมองจะเลี้ยงให้งามหน้า
สมเป็นราชบุตรีศรีสัตนา  ซึ่งบิดายกให้ด้วยไมตรี
จึงตรัสสั่งคลังในพนักงาน  ให้จัดของพระราชทานตามที่
หีบหมากทองลงยาราชาวดี  เงินยี่สิบชั่งทั้งขันทอง
แหวนเรือนรังแตนและแหวนงู  ตุ้มหูระย้าเพชรเก็จก่อง
ผ้ายกทองยกไหมสะไบกรอง  ทั้งสิ่งของส่วนพี่เลี้ยงกัลยา
จัดตำหนักให้อยู่ตึกหมู่ใหญ่  ข้าไทยเป็นสุขถ้วนหน้า...

วันรุ่งขึ้นสมเด็จพระพันวษาออกท้องพระโรง ทรงมีพระราชบัญชาให้เจ้าเมืองเชียงใหม่ กลับไปครองเมืองดังเดิมพร้อมทั้งบ่าวไพร่บริวาร

...ไปรักษาพระนิเวศน์เขตขัณฑ์  ป้องกันศึกเสือเหนือใต้
ถ้าแม้นมีปัจจามิตรมาทิศใด เหลือกำลังก็ให้บอกลงมา ฯ 


แล้วออกพระโอษฐ์ ขอนางสร้อยฟ้าให้พระไวย  เจ้าเชียงใหม่ แม้จะรันทดและเสียดายศักดิ์ของลูกสาว ที่ต้องแต่งงานกับหมื่นไวย แต่ก็จำใจทูลว่า ได้ยกนางสร้อยฟ้าให้สมเด็จพระพันวษาแล้ว ก็สุดแต่พระองค์จะทรงโปรดให้เป็นไป  เมื่อนางสร้อยฟ้ารู้ว่า ตนต้องจากบิดามารดามาอยู่ที่กรุงศรีอยุธยา และให้เป็นเมียพระหมื่นไวย ก็เศร้าโศกอาลัย  เจ้าเชียงใหม่จึงให้ เถรขวาด พร้อมทั้งเพี้ยกวานขนานอ้ายอยู่เป็นเพื่อน  นางอัปสรก็สอนลูกสาว ถึงการมีครอบครัวด้วยประการต่าง ๆ เป็นอันมาก

...อันเป็นหญิงสุดแต่สิ่งปรนนิบัติ  ใครสันทัดผัวก็รักเป็นหนักหนา
แม้นเจ้าทำเหมือนคำของมารดา  ดีกว่ายาแฝดฝังทั้งตาปี ฯ


พระเจ้าเชียงใหม่ออกเรือจากกรุง

วันรุ่งขึ้นบรรดากลาโหม  มหาดไทย  กรมแสง คลังใน  ต่างนำเอาบรรดาสิ่งของที่ริบไว้ มาคืนเจ้าเชียงใหม่  พร้อมทั้งบอกว่ามีพระราชโองการให้คืน รวมทั้งที่คงค้างอยู่ที่เมืองพิจิตร  มีการนำบัญชีมาตรวจนับรับมอบกลับไป  เมื่อบรรทุกของลงเรือแล้ว วันรุ่งขึ้นก็ออกเดินทางแต่เช้า  ผ่านแขวงเมืองอินทร์พรหม  ชัยนาท  มโนรมย์  นครสวรรค์  แล้วเข้า แควใหญ่  เข้าปากน้ำเกยชัย บางคลาน  จนถึงเมืองพิจิตร เมื่อผู้รั้งกรมการเมืองพิจิตรทราบสารตราแล้ว ก็มารับของมอบบรรดาสิ่งของต่าง ๆ ตามบาญชีให้คืนกลับไป จากนั้นเจ้าเมืองเชียงใหม่จึงให้จัดการเดินทาง โดยให้พวกหนึ่งเดินทางบกอีกพวกไปทางเรือ

ฝ่ายข้างเจ้าเชียงใหม่ให้จัดกัน พวกหนึ่งนั้นเดินบกยกล่วงหน้า
ให้คุมครัววัวต่างแลช้างม้า  ไปคอยท่าหน้าเมืองสัชนาลัย
กระบวนเรือน้อยใหญ่ก็ไคลคลา  เข้าคลองพิงค์มาหาช้าไม่
ตกท่ากงลงทางน้ำยมไป  พ้นบ้านใหม่ไม่ช้าถึงท่าเรือ


ฝ่ายผู้รั้งเมืองสังคโลก ซึ่งรักษาพระนครทางตอนเหนือ ก็จัดเสบียงอาหารมาแจกจ่าย พร้อมทั้งตรวจสอบบัญชีสิ่งของที่จะนำไป พร้อมทั้งไพร่พล ช้างม้า เครื่องอาวุธต่างๆ ให้ หลวงพลสงคราม ตามไปส่งถึงปากดงพงแดน และแต่งม้าใช้ไปบอก เมืองเถินให้ทราบ  เจ้าเชียงใหม่เดินทางได้เจ็ดวันก็ถึงนครลำปาง ท้าวพระยาผู้รักษาเมืองลำปางก็ออกมาต้อนรับ

เจ้าเมืองเชียงใหม่เข้าเมืองเชียงใหม่

ฝ่ายชาวเชียงใหม่ทราบข่าว ต่างก็ดีใจกันทั่วหน้า  จัดการต้อนรับอยู่ที่เมืองลำพูน

...จัดกระบวนแหนแห่แลประเทือง  ธงเที่ยวเขี่ยวเหลืองบรรดามี
ทั้งราชยานคานหามแลวอทอง ฆ้องกลองเครื่องสังคีตดีดสี
แล้วป่าวร้องบอกลาวชาวบุรี มาคอยรับอยู่ที่เมืองลำพูน...

แห่จากเมืองลำพูนเข้าเมืองเชียงใหม่  มีการต้อนรับอย่างใหญ่โต

...แห่ออกนอกเมืองลำพูนไชย ไปยังเวียงเชียงใหม่ในวันนั้น
ทั้งสองข้างทางแห่ให้ปักฉัตร ผูกแผงราชวัตรขึ้นกางกั้น
เจ้าของบ้านนั่งรียงอยู่เคียงกัน พอเจ้านายถึงนั่นก็อวยพร
พลางโปรยบุบผามาลัย ยกมือกราบไหว้อยู่สลอน...

เมื่อเข้าวังหลวงแล้วก็มีพิธีสงฆ์

...พระสังฆราชเชิญองค์เจ้าเชียงใหม่  เข้านั่งในซุ้มกล้วยเป็นกรวยเกราะ
มเหสีก็มีซุ้มจำเพาะ  แล้วพระสงฆ์สวดเสดาะขึ้นพร้อมกัน
สวดเสร็จสังฆราชเอาบาตรน้ำ  เสกซ้ำด้วยพระมนต์ดลขยัน
รดเสดาะเคราะห์ร้ายให้หายพลัน เสียงประโคมครื้นครั่นสนั่นดัง

พอตกบ่ายก็มี พิธีบายศรี ที่ท้องพระโรง

...ตั้งบายศรีเครื่องกระยาสารพัด  ประจงจัดหลายอย่างต่างต่างกัน
ให้พระยาจ่าบ้านเป็นผู้ใหญ่  อวยชัยจำเริญเชิญพระขวัญ
แล้วผูกหัตถ์รัดด้ายถวายพลัน  ตามเยี่ยงอย่างปางบรรพ์ประเพณี
สมโภชเสร็จเสด็จออกพลับพลา  ราษฎรเข้ามาอยู่อึงมี่...

 

กำเนิดขุนช้าง ขุนแผน และนางพิม
พ่อของขุนช้าง ขุนแผน และนางพิม
พลายแก้วบวชเณร
พลายแก้วได้นางพิม
ขุนช้างขอนางพิม
พลายแก้วได้สายทอง
พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม
พลายแก้วยกทัพ
พลายแก้วได้นางลาวทอง
พิมเปลี่ยนชื่อเป็นวันทอง
ขุนช้างลวงว่าพลายแก้วตาย
ศรีประจันยกวันทองให้ขุนช้าง
พลายแก้วเป็นขุนแผน
ขุนช้างได้นางวันทอง
ขุนแผนบอกกล่าว
ขุนช้างพานางวันทองไปอยู่บ้านเดิม
พระพันวษาให้พรากนางลาวทอง
กำเนิดกุมารทอง
ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง
ขุนแผนพานางวันทองหนี
ขุนช้างตามนางวันทอง
ขุนช้างฟ้องว่าขุนแผนเป็นกบฎ
ขุนแผนลุแก่โทษ
ขุนแผนชนะความขุนช้าง
ขุนแผนติดคุก
กำเนิดพลายงาม
เจ้าล้านช้างถวายนางสร้อยทอง
พลายงามอาสา
พลายงามได้นางศรีมาลา
ขุนแผนแก้พระท้ายน้ำ
พระเจ้าเชียงใหม่ยอมแพ้
ขุนแผน พลายงามยกทัพกลับ
ถวายนางสร้อยทองสร้อยฟ้า
แต่งงานพระไวยพลายงาม
ขุนช้างเป็นโทษ
ขุนช้างถวายฏีกา
ฆ่านางวันทอง
นางสร้อยฟ้าทำเสน่ห์
พระไวยถูกเสน่ห์
ขุนแผนส่องกระจก
พระไวยแตกทัพ
พลายชุมพลจับเสน่ห์
นางสร้อยฟ้าศรีมาลาลุยไฟ
จระเข้เถรขวาด

  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook