
|
ปี่ใน ประประจงลงนิ้วประนมแนบ
โหยแหบหวนไห้เจียนใจหาย
พร่ำพรั่นพล่านพลิ้วขึ้นพริ้วพราย
ทั้งทิ่มแทงท้าทายให้ทบทวน
ระทึกถี่ทระนงอยู่องอาจ
กุมธาตุแห่งทิพย์ทวีปถ้วน
ปถวีไหววิเวกเศกกระบวน
ถั่งถ้อยช้อยชาวมาชูใจ |

|
ระนาดเอก กราดกรอล่อเลี้ยวจะเกี่ยวแก้ว
กะหวัดเกล้าวาวแววหัวใจไหว
สะบัดเสียงเพียงใจจะขาดใจ
กลับกร้าวแกร่งฉไกรอหังการ์
คลี่คลายสายน้ำให้ไหลเลื่อน
ผลักเคลื่อนพระสุเมรุภูผา
ชลอทิพย์พิมานลอยมา
หยาดสู่พสุธาบรรทมรมย์ |

|
ซอสามสาย ฉะอ้อนเอื้อนเหมือนจะสั่งทั้งสามสาย
ยุรยาตรบรรยายบรรยงก์โฉม
คันชักช้อยฉ่ำเชวงบรรเลงโลม
ลอยโพยมหยาดฟ้ามาเย็นเย็น
ยิ่งนับวันนานเดือนยิ่งเลือนราง
ที่เคยเห็นก็มาร้างไปห่างเห็น
คิดถึงคำคนชอพะนอเน้น
ใครจะเป็นเพื่อนคลอซอสายใจ |

|
ฆ้องวงใหญ่ ย่างย่ำย้ำยืนอยู่คงคำ
ดิ่งด่ำราวจะดันบาดาลได้
รองรับประคับประคองให้ครรไล
ปลอบใจเอาใจประจำมา
ขับขานพานคำเป็นคำหลวง
โอบไว้ในทรวงเสน่หา
ดำเนินทำนองทอดนัยนา
ดูแลรักษาอยู่จงดี |

|
จะเข้ หวนคระหึ่มครึมครางกระทั่งเสียง
กระทบสายร่ายเรียงเพียงใจไหว
เก็บดอกไม้มาร้อยสร้อยดอกไม้
ให้หอมชื่นฉ่ำละไมละมุนละเมอ
ถี่ระทึกลึกล้ำลงด่ำดื่ม
ที่อยากลืมกลับจำสม่ำเสมอ
สะท้านสั่นครั่นสายอยู่ปรายเปรอ
ดั่งหัวใจได้เจอประจักษ์ใจ |

|
ตะโพน ตระตะโพนพ่อพระสาธุการ
โอมอ่านโองการบันลือเลื่อง
พาทย์ทิพย์อาถรรพณ์อันบรรเทือง
ไหว้ครูไหว้เครื่องเปรื่องประโคม |