ระบบสุริยจักรวาล
(The Solar System)
สมัยโบราณคนเราเข้าใจว่า
โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาลมีดวงอาทิตย์และดวงดาวต่างๆ
เป็นบริวารหมุนโดยรอบ
แต่ในปัจจุบันนี้เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่าโลกเป็นเพียงดาวพระเคาะห์ดวงหนึ่งในจำนวน
9 ดวง
ของระบบสุริยจักรวาลซึ่งมีพระอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง
ดาวบริวารของดวงอาทิตย์ทั้ง
9 ดวงนี้
หมุนรอบดวงอาทิตย์ด้วยอัตราความเร็วคงที่ต่างๆ
กันไปแต่ละดวงเมื่อเปรียบขนาดแล้ว
นักดาราศาสตร์ได้กล่าวว่าแม้จะเอาดาวพระเคราะห์ที่เป็นบริวารทั้ง
9
ดวงมารวมเข้าด้วยกันก็คงมีปริมาณได้เพียง
1 ใน 100
ของพระอาทิตย์เท่านั้น
ดาวพระเคราะห์ทั้ง 9
ดวงของระบบสุริยจักรวาล คือ
ดาวพระพุธดาวพระศุกร์ โลก
ดาวพระอังคาร ดาวพฤหัสบดี
ดาวพระเสาร์ ดาวมฤตยู
ดาวเนปจูน และดาวพลูโต
แต่อย่างไรก็ตามในระบบสุริยจักรวาลใช่จะมีแต่ดาวพระเคราะห์
9
ดวงนี้เท่านั้นหากยังมีบริวารอย่างอื่น
ๆ อีกหลายอย่างเช่น
ดวงจันทร์ซึ่งเป็นบริวารของดาวพระเคราะห์
ซึ่งถ้ารวมเอาดวงจันทร์ของโลกเข้าไปด้วยเข้าไปด้วยก็มีอยู่ถึง
31 ดวง
ดวงจันทร์เหล่านี้หมุนเวียนรอบๆดาวพระเคราะห์
5
ดวงด้วยกันบริวารอย่างอื่นของดวงอาทิตย์ก็มีกลุ่มดาวพระเคราะห์น้อยนับจำนวนหมื่นที่หมุนเวียนรอบดวงอาทิตย์
มีทางโคจรอยู่ระหว่างดาวพระอังคารกับดาวพฤหัสบดี,ดาวหางนับจำนวนล้านที่นานๆก็โคจรมาใกล้โลกอยู่ชั่วขณะหนึ่งแล้วก็ลับหายไป
กับเสก็ดของดวงดาวต่างๆ
นับจำนวนไม่ถ้วนซึ่งลอยล่องอยู่ในเวหาอันเวิ้งว้าง
เมื่อผ่านเข้ามาใกล้แรงดึงดูดของโลก
ก็ถูกโลกดูดให้พุ่งผ่านบรรยากาศด้วยอัตราความเร็วสูง
เสียดสีกับอากาศจนเกิดความร้อนสว่างวาบเป็นทางในท้องฟ้าแล้วไหม้หมดไป
ดังที่เราเรียกว่าดาวตกหรือผีพุ่งไต้นั้นเอง
เสก็ดดาวเหล่านี้ถ้ามีขนาดใหญ่ลุกไหม้ในบรรยากาศไม่หมดเหลือตกมาถึงพื้นผิวของโลกก็เรียกกันว่าอุกกาบาต
สุริยจักรวาลทรงตัวอยู่ไดด้วยอำนาจลึกลับอย่างหนึ่ง
ซึ่งเป็นแรงที่หน่วงเหนี่ยวให้ดาวพระเคราะห์ทุกดวง
หมุนเวียนรอบดวงอาทิตย์อยู่ได้ในอัตราคงตัวนับเป็นเวลาล้านปี
จึงเป็นความมหัศจรรย์ยิ่งของเอกภพ |