บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

มานุษยวิทยา

ความหมายและขอบข่ายของวิชามานุษยวิทยา

มานุษยวิทยา (Anthropology) หมายถึง การพินิจศึกษาเรื่องมนุษย์และผลงานของมนุษย์ (ราชบัณฑิตยสถาน 2524 : 21) คำว่า “anthropology” มาจากศัพท์ภาษากรีก คือ anthropos หมายถึงมนุษย์และ logos หมายถึง การศึกษา เมื่อพิจารณาถึงคำจำกัดความดังกล่าว เห็นได้ว่ามีความหมายและขอบข่ายกว้างขวางมาก นักมานุษยวิทยาค้นหาคำตอบต่างๆ เกี่ยวกับวิวัฒนาการของมนุษย์ สังคมมนุษย์และชีวิตผู้คนในสังคม ได้พัฒนาขึ้นมาจนมีความแตกต่างกันได้อย่างไร เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของมานุษยวิทยาทั้งสิ้น

ในปัจจุบันมานุษยวิทยาเป็นสาขาหนึ่งของสังคมศาสตร์และมีลักษณะเด่น 6 ประการ ดังต่อไปนี้คือ

  1. เน้นการเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของพฤติกรรมของมนุษย์ในด้านต่างๆ นั่นคือ นักมานุษยวิทยาพยายามค้นหากฎเกณฑ์ที่ส่งผลให้มนุษย์ในสังคมต่างๆมีพฤติกรรมที่เหมือนกันและต่างกันไป ทั้งนี้เพื่อการพยายามทำความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์
     
  2. นักมานุษยวิทยามักเน้นการศึกษาต่างวัฒนธรรม ทั้งนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งกฎเกณฑ์อันเป็นสากลสำหรับธรรมชาติของมนุษย์ และเพื่อลดอคติในการศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญของการเรียนการสอนในวิชามานุษยวิทยา แต่ในบางกรณีที่การศึกษาวัฒนธรรมต่างชาติเป็นไม่ได้ นักมานุษยวิทยาก็อาจเน้นศึกษากลุ่มคนในวัฒนธรรมย่อยของสังคมตัวเองที่ต่างไปจากผู้ศึกษา เช่น กลุ่มชาวเขาเผ่าต่างๆ หรือชนกลุ่มน้อยในสังคมไทย เป็นต้น
     
  3. นักมานุษยวิทยาในปัจจุบันจะศึกษาสังคมในทุกระดับการพัฒนา คือทำการศึกษาสังคมทุกแห่งทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นสังคมด้อยพัฒนา สังคมกำลังพัฒนาหรือสังคมอุตสาหกรรมซึ่งพัฒนาแล้ว เนื่องจากสังคมเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา เป็นเหตุให้นักมานุษยวิทยาหันมาสนใจศึกษาสังคมสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น ขณะที่ในอดีตนักมานุษยวิทยามักเน้นศึกษาสังคมดั้งเดิมหรือที่เรียกว่าสังคมที่ไม่รู้หนังสือ (Non-literate society) เป็นหลัก


     
  4. นักมานุษยวิทยามักเน้นศึกษาชีวิตมนุษย์ในทุกแง่มุมหรือศึกษามนุษย์ในทุกด้านของชีวิต เช่น ครอบครัว เศรษฐกิจ การเมือง ความเชื่อ ค่านิยม สาธารณสุข เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมรวมไปถึงการพัฒนาด้วย เนื่องจากนักมานุษยวิทยามีแนวคิดสำคัญว่าการจะเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์นั้นจำเป็นจะต้องศึกษาชีวิตมนุษย์ในทุกแง่มุม และเมื่อนักมานุษยวิทยาศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ได้ในทุกแง่มุมแล้วจำเป็นจะต้องพยายามวางกฎเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ไปด้วย
     
  5. นักมานุษยวิทยามักเน้นศึกษาลักษณะที่สำคัญสองอย่างของมนุษยชาติ คือ ลักษณะทางกายภาพและลักษณะทางวัฒนธรรม นักมานุษยวิทยาจะศึกษาย้อนไปสู่อดีตอันยาวนานของมนุษย์ตั้งแต่เริ่มมีมนุษย์พวกแรกเกิดขึ้นบนโลกเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว โดยศึกษาทั้งพัฒนาการทางด้านกายภาพและวัฒนธรรมของมนุษย์ตั้งแต่สมัยแรกเริ่มมีขึ้นมาจนถึงในสมัยปัจจุบัน รวมไปถึงการพยายามคาดคะเนหรือพยากรณ์ลักษณะทางกายภาพและวัฒนธรรมของมนุษยชาติในอนาคตด้วย
     
  6. การศึกษาทั้งลักษณะทางกายภาพและวัฒนธรรมของมนุษย์ ทำให้มานุษยวิทยาเป็นวิชาที่มีเนื้อหาสาระที่กว้างขวางในบรรดาหมวดวิชาทางสังคมศาสตร์ วิชามานุษยวิทยามีระเบียบวิธีวิจัยที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเองเรียกว่า “งานวิจัยสนามทางมานุษยวิทยา” (Anthropological field work) ทำให้แตกต่างไปจากสังคมศาสตร์สาขาอื่นๆ เทคนิคที่สำคัญของงานวิจัยสนามทางมานุษยวิทยา คือ การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม (Participant observation) คือ การที่นักมานุษยวิทยาเข้าไปอยู่อาศัยในชุมชนที่ตัวเองเลือกศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวบ้านในแง่มุมต่างๆ โดยต้องทำตัวให้ชาวบ้านเชื่อถือด้วยการทำตัวให้เหมือนชาวบ้านให้มากที่สุด พยายามเรียนรู้ภาษาท้องถิ่น เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆกับชาวบ้าน การเก็บข้อมูลโดยวิธีนี้ จะทำให้นักมานุษยวิทยาได้ข้อมูลปฐมภูมิที่เชื่อถือได้และมีรายละเอียดต่างๆ มากกว่าการใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบอื่นๆของสังคมศาสตร์

ความเป็นมาของวิชามานุษยวิทยา
ความหมายและขอบข่ายของวิชามานุษยวิทยา
สาขาย่อยของวิชามานุษยวิทยาและตัวอย่างงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ชาติพันธุ์วรรณา
มานุษยวิทยาภาคสังคม
ชาติพันธุ์วิทยาหรือมานุษยวิทยาวัฒนธรรม
การศึกษามานุษยวิทยาในประเทศไทยและสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง
ประโยชน์ของวิชามานุษยวิทยา
แนวคิดและทฤษฎีทางมานุษยวิทยา
การเปลี่ยนแปลงของแนวทฤษฎีที่ศึกษาวัฒนธรรมแบบองค์รวมฯ
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook