บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>

จักรวรรดิไศเลนทร์

15

      ทั้งนี้เพราะพงศาวดารจีนสมัยราชวงศ์เหลียง จดบันทึกเรื่องราวรายละเอียดไว้ว่า ประเทศพัน-พัน ตั้งอยู่ตรงอ่าวใหญ่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหลินยี่ก๊ก (อาณาจักรจามาปา) มีทะเลน้อยคั่นอยู่เดินทางโดยเรือสำเภาจาก เกียวเจา (มณฑลเกียวเจาทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม) ถึงประเทศนี้ใช้เวลาในราว 40 วัน

พระเจ้าแผ่นดิน ประเทศพัน-พาน ทรงพระนามว่า “หยางหลีซี” ขึ้นครองราชย์สมบัติสืบต่อจาก “พระเจ้าหยางเตวุเหลียง” ซึ่งเป็นพรราชบิดา กำแพงเมืองพัน–พาน ทำด้วยไม้ล้อมรอบเมือง พระเจ้าแผ่นดินประทับอยู่ในประสาท เสด็จออกว่าราชการในท้องพระโรง ประทับนั่งบนบัลลังก์ทองคำสลักเป็นรูปมังกร (พระยานาค) เหล่าเสนามหาอำมาตย์ที่เข้าเผ้า นั่งคุกเข่าประนมมือสูงเหนือบ่า ตำแหน่งเสนาบดีชั้นสูงประเทศพัน-พาน มีอยู่ 4 ตำแหน่ง (จตุสดมภ์) คือ โปลังโซลัม คุนหลุนติเย คุนหลุมโปโห คุนหลุนโปติโลกัน ส่วนตำแหน่งเสนาบดีผู้ปกครองหัวเมืองเรียกว่า นาเย็น ตำแหน่ง นาเย็น ตรงกับตำแหน่งขุนนางจีนเรียกว่า ซูซี และ เซียงหลิง ทหารประเทศนี้ใช้ศิลาทำเป็นหัวลูกศร ใช้หอกทำด้วยเหล็ก

พลเมืองของประเทศพัน-พาน ส่วนมากอาศัยอยู่ตามริมแม่น้ำ มีวัดใหญ่ของพุทธศาสนาอยู่ 10 วัด ภิกษุและนางชีจำนวนมากต่างศึกษาหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ภิกษุและนางชีกินอากรได้ทุกชนิด แต่ไม่ดื่มสุรา มีวัดอยู่แห่งหนึ่งที่ถือพระวินัยเคร่งครัดมาก ภิกษุและนางชีที่วัดนั้นไม่กินเนื้อสัตว์ (มังสวิรัติ)

ชาวเมืองพัน-พาน เรียกภิกษุในพุธศาสนาว่า “ท่าน” ส่วนใหญ่ชอบอ่านนิยายเรื่องอสูรราช (รามเกียรติ์) ในประเทศนี้มีพราหมณ์จำนวนมากจากอินเดียเข้ามาแสวงหาความร่ำรวย ไม่ทำงานการอะไรนอกจากท่องคัมภีร์พระเวท และทำตัวให้เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าแผ่นดินโดยรับใช้อย่างใกล้ชิด

ในสมัยยวนเซีย (พ.ศ.967-987) สมัยเสียวเซียน (พ.ศ.1000-1072) พระเจ้าแผ่นดินประเทศพัน-พาน ทรงโปรดให้ราชทูตคุมเครื่องราชบรรณาการมาถวายพระจักรพรรดิ ในปีที่ 1 และปีที่ 4 แห่งรัชกาลต้าตุง (พ.ศ.1070-1072) พระเจ้ากรุงพัน-พาน ทรงโปรดให้ราชฑูตนำพระทันตธาตุ 1 องค์ สถูประบายสี และของหอมนานาชนิด มาถวายพระจักรพรรดิ

ต่อมาอีก 6 ปี (พ.ศ. 1078) พระจ้ากรุงพัน-พาน ทรงโปรดให้ราชทูตนำพระธาตุหลายองค์ สถูปสีต่าง ๆ ใบ พระศรีมหาโพธิ์ ขนมหวาน และของหอม มาถวายพระจักรพรรดิ

จะเห็นได้ว่าหลักฐานการติดต่อทางพระราชไมตรีระหว่างกษัตริย์ “อาณาจักรพัน-พาน” กับ จักรพรรดิจีนในสมัยราชวงศ์เหลียง ซึ่งมีมาตั้งแต่ พ.ศ. 967 แต่ผลการขุดค้นแหล่งโบราณคดีในคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทย บริเวณ “เส้นทางข้ามคาบสมุทรจุดเชื่อมโลก” พบศิลปวัตถุเก่าแก่มีมาก่อนสมัยประวัติศาสตร์มากมาย และก่อนสมัยเริ่มต้นติดต่อทางพระราชไมตรีกับราชสำนักจีนเป็นเวลานาน



จาการตรวจสอบพงศาวดารจีนสมัยราชวงศ์ฮั่นพบว่า ภายหลังจากกองทัพจีนพิชิตดินแดนทางภาคใต้และผนวกเข้ารวมอยู่ในจักรวรรดิจีน ต่อมจากนั้นได้แผ่อำนาจลงมายึดครอง มณฑปตังเกี๋ย ทางภาคเหนือของประเทศเวียดนามไว้เป็นเมืองขึ้นเรียกว่า “แคว้นอันหนำ” โดยแต่งตั้งข้าหลวงของจีนลงมาปกครอง ทำให้จักรพรรดิจีนทราบว่า ชนพื้นเมืองในแถบนั้นได้ติดต่อค้าขายทางทะเลกับชนชาวพื้นเมืองในคาบสมุทรอินโดจีนและหมู่เกาะทะเลใต้ โดยผลิตกลองมโหระทึกเครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องประดับ และสิ่งของต่างๆ ที่ทำด้วยโลหะสัมฤทธิ์ นำไปขายหรือแลกเปลี่ยนกับสินค้าของชาวพื้นเมืองมาช้านานแล้ว นักประวัติศาสตร์จีนมีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์ฮั่น มีนามว่า “พัน-กู” จดบันทึกเรื่องราวไว้ว่า

จักรพรรดิจีนทรงโปรดให้ขุนนางชาวจีนและอาสาสมัคร ลงเรือเดินทางไปในทะเลเพื่อติดต่อซื้อขายสิ่งของมีค่าหายากในแถบทะเลใต้ เช่น ไข่มุก กระดอกเต่า นอแรด ขนนก อัญมณี โดยนำ ทองคำ ผ้าไหม ไปแลกเปลี่ยน

แสดงให้เห็นว่าราชสำนักจีนเพิ่งรู้จัก เส้นทางการค้าทางทะเล และศูนย์กลางการค้าทางทะเลที่ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทยในสมัยราชวงศ์ฮั่น คือเมื่อราวต้นพุทธศวรรษที่ 4 ในสมัยนั้นราชสำนักจีนยังไม่ได้ติดต่อทางการทูตกับชนชาวพื้นเมืองในคาบสมุทรอินโดจีน ราชสำนักจีนจึงไม่ทราบถึงประวัติความเป็นมาของ “อาณาจักรพันพาน” และอาณาจักรเก่าแก่แห่งหนึ่งที่เรืองอำนาจขึ้นในคาบสมุทรอินโดจีน ซึ่งมีชื่อในภาษาจีนว่า “อาณาฟูนัน” ชื่อเสียงของอาณาจักรเก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงไม่ได้ปรากฏอยู่ในพงศาวดารจีน

จนกระทั่งมาถึงสมัยสามก๊ก “พระเจ้าซุนกวน” หรือ “พระเจ้าซุนเฉียน” แห่ง “อาณาจักรอู๋” ซึ่งตั้งตัวเป็นใหญ่และมีอำนาจอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน พระองค์ทรงโปรดให้ “ราชทูตคังไถ่” กับ“อุปทูตจูยิง” เดินทางมาเจริญทางพระราชไมตรีกับราชสำนักฟูนันใน พ.ศ. 788 ในสมัยนั้นราชสำนักเหลียงยังไม่รู้จัก “อาณาจักรพัน-พาน” คงทราบเรื่องราวจากบันทึกกราบทูลรายงานของ “ราชทูตคังไถ่” กล่าวถึงอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองและเป็นคู่แข่งสำคัญของ “อาณาจักรฟูนัน” มีชื่อในภาษาจีนว่า “อาณาจักรจินหลิน” หรือ “อาณาจักรสุวรรณภูมิ” ซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลจาก “อาณาจักรฟูนัน” ประมาณ 2000 ลี้ หรือในราว 1100 กิโลเมตร “พระเจ้าฟันจีมัน” มหาราชผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรฟูนัน ทรงต่อเรือรบขนาดใหญ่ เพื่อยกกองทัพไปปราบปรามผนวกเข้ารวมไว้ใน “อาณาจักรฟูนัน” แต่พระองค์ทรงประชวรและสวรรคตไปเสียก่อน เรื่องราวของ “อาณาจักรจินหลิน” หรือ “อาณาจักรสุวรรณภูมิ” จึงเงียบหายไป ราชสำนักจีนเพิ่งส่งทูตมาเจริญทางพระราชไมตรีกับ “อาณาจักรพันพาน” เมื่อราว พ.ศ. 967 ดังปรากฏเรื่องราวที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

เมื่อนำหลักฐานในเอกสารประวัติศาสตร์จีนประกอบกับผลการขุดค้นแหล่งโบราณคดีควนพุนพิน ตำบลท่าข้ามและแหล่งโบราณคดีบ้านหัวเขา ตำบลศรีวิชัย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาประมวลกับข้อความในคัมภีร์โบราณของอินเดียและศรีลังกา ทำให้เห็นว่า “นครพันพาน” ซึ่งปรากฏชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์ฟูนัน เป็นเมืองท่าเรือ เป็นสถานการค้า และตลาดการค้าทางทะเลที่เจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่งสุดทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของคาบสมุทรภาคใต้ ซึ่งเป็น “เส้นทางข้ามคาบสมุทรจุดเชื่อมโลก” เป็นชาติที่มีอำนาจทางทะเลมาตั้งแต่สมัยเริ่มต้นประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้กระทั่ง “พระเจ้าฟันจีมัน” มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งของจักรวรรดิฟูนัน ก็ไม่สามารถพิชิตได้ มีอำนาจยั่งยืนต่อมาจนกระทั่งถึงสมัยราชทูตจีนเดินทางเยือนราชสำนักพัน-พาน ดังปรากฏหลักฐานข้างต้น จนอาจกล่าวได้ว่า “เมืองพันพาน” เป็นเมืองหลวงของ “อาณาจักรพันพาน” ซึ่งมีกษัตริย์สืบราชวงศ์มาตั้งแต่สมัยเริ่มต้นรับอารยธรรมอินเดีย ชาวอินเดียได้เดินทางเข้ามาแสวงโชคและเผยแพร่อารยธรรมอันรุ่งเรือง เป็นมูลเหตุให้ชาวพื้นเมืองจัดระบบการเมืองการปกครองขึ้นในรูป “อาณาจักร” ตามแบบอย่างราชสำนักในประเทศอินเดีย ดังปรากฏหลักฐานอยู่ในคัมภีร์โบราณมากมาย ทำให้สันนิษฐานได้ว่ากษัตริย์ของอาณาจักรพันพาน คงส่งทูตเดินทางไปติดต่อทางสัมพัทธ์ไมตรีกับราชสำนักของพระเจ้าอโศก และติดต่อค้าขายกันเรื่อยมา พระเจ้าอโศกมหาราช จึงทรงโปรดให้คณะธรรมทูตเดินทางมาเผยแพร่พุทธศาสนาเมื่อราวปลายพุทธศตวรรษที่ 2 ประวัติความเป็นมาของ “นครพันพาน” ที่ตั้งอยู่บน “เส้นทางข้ามคาบสมุทรจุดเชื่อมโลก” บริเวณขายฝั่งคาบสมุทรภาคใต้ทางฝั่งตะวันออกในสมัยนั้น ความเจริญรุ่งเรืองและมีชื่อเสียงขจรขจายไปไกลของเมืองท่าเรือที่ยิ่งใหญ่ของโลก อาจสรุปได้ว่า

“อาณาจักรพันพาน” ในภาษาจีนหมายถึง “อาณาจักรสุวรรณภูมิยุคแรก” “นครพันพาน” ในภาษาจีนหมายถึง “กรุงสุวรรณปุระ” ตามที่กล่าวไว้ในคัมภีร์มหาวงศ์พงศาวดารลังกา

หน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook