บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>


ประชาคมอาเซียน
รัฐบรูไนดารุสซาลาม (State of Brunei Darussalam)

มาตรการ/กฏระเบียบทางการค้า ประเทศบรูไน

มาตรการภาษี บรูไนไม่มีการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและห้างหุ้นส่วน และไม่มีภาษีส่งออก ภาษีขาย ภาษีเงินเดือน ภาษีการผลิต มีเพียงการเรียกเก็บภาษีนิติบุคคลจากรูปบริษัทเท่านั้น หากมีอัตราการ จัดเก็บที่ต่ำมากที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค นอกจากนั้น ยังมีการยกเว้นภาษีต่างๆ ให้แก่ผู้เริ่มกิจการและกิจการที่ได้รับการส่งเสริมให้ประกอบในบรูไน พร้อมยังให้สิทธิพิเศษต่างๆ เพื่อจูงใจให้มีการลงทุนและการจ้างงานในประเทศ จะจัดเก็บภาษีเงินได้เฉพาะผลประโยชน์ที่ได้รับ จากการค้า และธุรกิจ เงินปันผลจากบริษัทที่ได้ผ่านการจัดเก็บภาษีของบรูไน ดอกเบี้ยและส่วนลด ค่าเช่า ค่ารอยัลตี้ และผลประโยชน์ที่ได้จากทรัพย์สินต่างๆ ทั้งนี้ การเก็บภาษีเงินได้ของบริษัท ต่างชาติจะคำนวณเฉพาะรายได้ที่เกิดขึ้นในบรูไนเท่านั้น โดยอัตราภาษีเงินได้ของบริษัทอยู่ที่ ร้อยละ 30 นอกจากนั้น ภาษีที่มีการจัดเก็บได้แก่ อากรแสตมป์ ภาษีปิโตรเลียม (เก็บจาก ผู้ประกอบการเกี่ยวกับปิโตรเลียม) ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (เรียกเก็บในอัตราร้อยละ 20 สำหรับดอกเบี้ย รับจากค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ยหุ้นกู้ หรือเงินกู้ ที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่มีถิ่นพำนักในบรูไน)

ภาษีนำเข้า โดยทั่วไปมีการเรียกเก็บในสินค้าแต่ละประเภทดังนี้

1. อาหาร สินค้าเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม ได้รับการยกเว้นภาษี
2. เครื่องมือและเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ไม้ซุง อุปกรณ์และเครื่องด้านการถ่ายภาพ เฟอร์นิเจอร์ ยานพาหนะและอะไหล่ เรียกเก็บอัตราร้อยละ 20
3. น้ำหอมและเครื่องสำอาง ร้อยละ 30

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประเทศไทยและบรูไนต่างเป็นสมาชิกเขตการค้าเสรีอาเซียน ที่มี การประกาศลดภาษีสินค้าระหว่างกันอยู่ระหว่างร้อยละ 0-5 โดยสินค้าที่มีการเรียกเก็บภาษี (ปี 2550) อยู่ในร้อยละ 5 เช่น น้ำมันหล่อลื่น เครื่องสำอาง สบู่และแชมพู ผงซักฟอก อุปกรณ์ถ่ายภาพ ยางรถยนต์และรถจักรยาน เสื้อผ้าและสิ่งทอบางประเภท อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำความเย็น เครื่องพิมพ์ และเครื่องจักรบางชนิด เป็นต้น และมีสินค้า ต้องห้ามบางประเทศที่เรียกเก็บภาษีสูง เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ เป็นต้น

มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี

สินค้าบางประเทศที่รัฐบาลบรูไนกำหนดให้มีระเบียบวิธีปฏิบัติ เช่น การขออนุญาตนำเข้า หรือการมีกำหนดโควตาการนำเข้า จึงจะได้รับอนุญาตให้มีการนำเข้าและจัดจำหน่ายได้ อาทิ ยา รักษาโรคและสารพิษ พืชและสัตว์มีชีวิต เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์นม ไข่ หน่อพืชต่างๆ กล้วยไม้ ผักและผลไม้ เมล็ดพันธ์พืช น้ำมันพืช เกลือ สารเคมี ปุ๋ยเคมี ผลิตภัณฑ์ยา ไม้ ไม้ซุง ไม้ แปรรูป หนังสือและสิ่งพิมพ์ เครื่องมือตกปลา เครื่องเล่นเกมส์ มีด เครื่องมือและอุปกรณ์สื่อสาร และ/หรือส่งสัญญาณ รถยนต์ เครื่องจักร อะไหล่และส่วนประกอบรถยนต์ รถยนต์ใช้แล้ว จักรยาน รถแทรกเตอร์ และห้ามนำเข้าสินค้าที่ที่เป็นข้อห้ามหรือขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม และความมั่นคง ของชาติ

กฎ ระเบียบการประกอบธุรกิจในบรูไน

รูปแบบการประกอบกิจการในบรูไน สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
- ผู้จัดจำหน่าย
- ห้างหุ้นส่วน
- บริษัท
- สาขาบริษัทต่างประเทศ

โดยธุรกิจทุกประเภทต้องจดทะเบียนชื่อธุรกิจ ยกเว้นเฉพาะการใช้ชื่อเต็มของเจ้าของ กิจการ โดยผู้ประกอบการ 2 ประเภทแรก ได้แก่ ผู้จัดจำหน่วยและห้างหุ้นส่วนไม่ต้องเสียภาษี เงินได้แต่ต้องจดทะเบียนชื่อประกอบธุรกิจ ชาวต่างชาติสามารถยื่นสมัครประกอบธุรกิจในลักษณะ นี้เช่นเดียวกัน โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากกรมตรวจคนเข้าเมืองก่อน

สำหรับรูปบริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งบริษัท สำหรับบริษัทจำกัด และ บริษัท (มหาชน) จำกัด ต้องมีคณะกรรมการบริหารในบริษัทเป็นชาวบรูไนไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่ง โดย บริษัท (มหาชน) จำกัด ต้องมีผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 7 คน และบริษัทเอกชนต้องมีผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 2 คน ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นไม่จำเป็นต้องมีสัญชาติบรูไน

อนึ่ง บริษัทภายนอกประเทศบรูไนสามารถจัดตั้งสำนักงานในบรูไนได้โดยต้องจดทะเบียน ภายใต้มาตรา 299 ของกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งบริษัท

กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งบริษัท (Companies Act (CAP39))

หลักการสำคัญในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในบรูไน ได้แก่
- สำนักจดทะเบียนบริษัทต้องเห็นชอบต่อชื่อที่ยื่นขอจดทะเบียน
- บันทึกความเข้าใจหรือกมาตรากำหนดตามแบบแผนที่กำหนดที่ยื่นเสนอต่อสำนัก จดทะเบียนบริษัท พร้อมกับการยื่นขออนุญาตจัดตั้งบริษัท
- ผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 2 คน และต้องมีตัวตนจริง และการถือครองหุ้นอย่างน้อย 1 หุ้น
- บริษัทจำกัด ต้องมีคำว่า “Berhad” ลงท้ายชื่อบริษัท และถ้าเป็นบริษัทเอกชนต้องมีคำว่า “Sendirian” ก่อนคำว่า “Berhad” ด้วย

ระเบียบปฏิบัติในการจดทะเบียนบริษัทและขั้นตอนการปฏิบัติตามบัญชีเป็นไปตามหลัก สากล โดยบริษัทต้องมีการยื่นงบการเงินและผลประกอบการต่างๆ ต่อสำนักจดทะเบียนบริษัท โดย ต้องผ่านการตรวจรับรองจากผู้ตรวจสอบบัญชีที่จดทะเบียนของบรูไน

ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนบริษัทขึ้นอยู่กับขนาดของทุนจดทะเบียน เช่น บริษัทที่มี ทุนจดทะเบียน 25,000 เหรียญสหรัฐฯ มีค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียน 300 เหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมในการกรอกเอกสารประกอบอื่นๆ

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตร
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นไปตามกฎหมายเครื่องหมายการค้า (CAP38) โดย เมื่อจกทะเบียนแล้ว ในระยะเริ่มแรกให้การคุ้มครอง 7 ปี และสามารถต่ออายุขยายการคุ้มครอง ครั้งละ 14 ปี

การจดสิทธิบัตร หากผู้ทรงสิทธิบัตรในสหราชอาณาจักร หรือ มาเลเซีย หรือ สิงคโปร์ สามารถยื่นต่อกระทรวงกฎหมายภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ประสิทธิบัตรมีผลบังคับใช้ เพื่อจด สิทธิบัตรในบรูไนภายใต้กฎหมายสิ่งประดิษฐ์ (CAP72) และไม่มีข้อกำหนดเฉพาะในด้านการ ป้องกันการลอกเลียนแบบ แต่หากมีกรณีเกิดขึ้นจะยึดตามระเบียบปฏิบัติของสหราชอาณาจักร

ระเบียบการจ้างงาน

นโยบายแรงงานของบรูไนมีความยืดหยุ่น ด้วยข้อจำกัดด้านแรงงานของบรูไนจึงอนุญาต ให้มีการจ้างแรงงานต่างชาติได้ ปัจจุบันมีสัดส่วนแรงงานต่างชาติในบรูไนสูงถึงหนึ่งในสามของ แรงงานภายในประเทศบรูไนทั้งหมด โดยเฉพาะในสาขาที่ขาดแคลนในบรูไน ทั้งนี้ แรงงานที่ไม่ใช่ ชาวบรูไนต้องมีใบอนุญาตซึ่งมีอายุครั้งละ 2 ปี โดยในครั้งแรกต้องยื่นผ่านกรมแรงงานเพื่อขอ ใบอนุญาตทำงาน โดยปกติจะต้องมีการวางหลักประกันเป็นเงินสดหรือหนังสือค้ำประกันจาก ธนาคารจำนวนเท่ากับราคาค่าบัตรโดยสารเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับประเทศของแรงงานนั้นๆ ซึ่ง เมื่อผ่านความเห็นชอบของกรมแรงงานแล้ว กรมตรวจคนเข้าเมืองจะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติ เข้าประเทศบรูไนได้ ทั้งนี้ต้องมีการจัดตั้งหรือจดทะเบียนบริษัทที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาตินั้น เรียบร้อยก่อน

การลงทุน

บรูไนมีนโยบายดึงดูดการลงทุน โดยได้ออกกฎหมายส่งเสริมการลงทุน 2518 และการ จัดตั้งกระทรวงอุตสาหรรมและแหล่งวัตถุดิบขึ้นในปี 2532 เพื่อเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้เข้าไป พัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ รองรับการขยายตัวเศรษฐกิจและกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพา อุตสาหกรรมปิโตรเลียมของประเทศ โดยมีการให้สิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ทั้งในด้านภาษี แหล่ง เงินกู้ และอื่นๆ โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมสามารถจำแนกออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

- อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหารแห่งชาติ
- อุตสาหกรรมเพื่อตลาดภายในประเทศ
- อุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ
- อุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก

นโยบายอุตสาหกรรมครอบคลุมทั้งในด้านแรงงาน การเป็นเจ้าของกิจการ การสนับสนุน ของภาครัฐ สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ โดยเงื่อนไขต่างๆ เปิดกว้างเพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับ ความต้องการของนักลงทุนได้อย่างเหมาะสม นักลงทุนต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ถือหุ้น หลัก หรือผู้ถือหุ้นส่วนน้อย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทอุตสาหกรรมที่สนใจลงทุน ยกเว้นเฉพาะ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงทางอาหารแห่งชาติ และอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบ ภายในประเทศจะต้องมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นชาวบรูไนด้วย ทั้งนี้ อุตสาหกรรมต้องเป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม เนื่องจากรัฐบาลบรูไนให้ความสำคัญต่อด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์อย่างมาก และยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวบรวมโดย :
ส่วนวิจัยเชิงนโยบาย SMEs 2 ฝ่ายยุทธศาสตร์ SMEs มหภาค สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
ที่มาของข้อมูล :
สำนักส่งเสริมการค้าชายแดนและมาตรการพิเศษทางการค้า

รัฐบรูไนดารุสซาลาม
ข้อมูลทั่วไป
เกร็ดความรู้และวัฒนธรรมบรูไน
มาตรการ/กฏระเบียบทางการค้าบรูไน
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและบรูไน

สาระความรู้ ข้อมูลอาเซียน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook