|
|
ประวัติศาสตร์ศิลปะจีน
ประเทศจีนมีพัฒนาการทางวัฒนธรรมที่ต่อเนื่องยาวนานนับตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัย
ราชวงศ์ซึ่งในสมัยราชวงศ์ศิลปวัฒนธรรมจีนได้แพร่เข้าไปในญี่ปุ่น เกาหลีและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประวัติ
ศาสตร์ศิลปะจีนแบ่งออกเป็น 2 ยุคสมัยโดยกว้าง คือ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์
สมัยก่อนประวัติศาสตร์
ดินแดนจีนเป็นพื้นที่พบหลักฐานของมนุษย์ตั้งแต่ยุดก่อนประวัติศาสตร์นับตั้งแต่สมัยหินเก่า ร่องรอยที่
สำคัญ คือ มนุษย์ปักกิ่ง มนุษย์แลนเทียน และมีพัฒนาการเข้าสู่ยุคสมัยของการตั้งถิ่นฐานที่สำคัญในสมัยหิน
ใหม่คือ พบร่องรอยของวัฒนธรรมยางเชา (Yang Shao) และวัฒนธรรมลุงชาน (Lung Shan)
1. วัฒนธรรมยางเชา (Yang Shao Culture) มีอายุประมาณ 3,000-2,000 ปีก่อนพุทธศักราช วัฒนธรรมยาง
เชาจัดอยู่ในสมัยหินใหม่ก่อนยุคราชวงศ์ ซึ่งเป็นช่วงการตั้งถิ่นฐานระยะแรกทางภาคเหนือของจีนหลักฐานทาง
โบราณคดีที่สำคัญคือ การทำภาชนะดินเผาเขียนสีแดง เป็นวัฒนธรรมของการใช้เครื่องมือหินขัด และเป็น
สังคมเกษตรกรรมยุคแรกที่ค้นพบในประเทศจีน
2. วัฒนธรรมลุงชาน (Lung Shan Culture) ประมาณ 2,500-2,000 ปีก่อนพุทธศักราช วัฒนธรรมลุงชานเป็น
วัฒนธรรมสมัยหินใหม่สังคมเกษตรกรรมที่มีความซับซ้อนซึ่งพบทางภาคกลางและภาคใต้ของประเทศจีน หลัก
ฐานทางโบราณคดีที่สำคัญคือเครื่องมือหินขัด ภาชนะดินเผาเป็นแบบสีดำขัดมัน และภาชนะดินเผาที่มี 3 ขา
สมัยประวัติศาสตร์
1. สมัยราชวงศ์ชาง (Shang Dynasty) 2,200-1,900 ปีก่อนพุทธศักราช นักโบราณคดีค้นพบสุสาน
สมัยราชวงศ์ชาง มีการใช้เครื่องมือโลหะสำริด เครื่องปั้นดินเผาสีขาวเนื้อแกร่ง เครื่องหยก อาวุธสงครามที่ทำ
จากสำริด
2. สมัยราชวงศ์โจวหรือจิว (Chou Dynasty) 1,600-774 ปีก่อนพุทธศักราช เป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองของโลหะสำริด
การขุดค้นทางโบราณคดีที่มณฑลเหอนานได้ค้นพบเครื่องใช้สำริดเป็นจำนวนมาก บนภาชนะสำริดมีการฝังเส้นทอง เส้นเงิน
พลอยสีฟ้า และแก้วผลึก มีโลหะที่มีค่าเช่น ทองคำ เงิน แก้ว และอัญมณีต่าง ๆ
3. สมัยราชวงศ์ฉิน (Chin Dynasty) 764-749 ปีก่อนพุทธศักราช ยุคสมัยของเจ้าผู้ครองนครที่ตั้งตน
เป็นกษัตริย์ฉิน สื่อ หวงตี่ สิ่งก่อสร้างที่สำคัญสมัยนี้คือ กำแพงเมืองจีนและประติมากรรมดินเผาที่เป็นรูปทหาร
ขนาดใหญ่เท่าคนจริงมีรูปทหารและม้าศึก จำนวนกว่า 6,000 รูป ปัจจุบันสุสานทหารของ ฉิน สื่อ หวงตี่ (จิ๋นซี
ฮ่องเต้) ได้เปิดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งโดยนักโบราณคดีของจีน
4. สมัยราชวงศ์ฮั่น (Han Dynasty) 749 ปีก่อนพุทธศักราชถึงพุทธศักราช 763 หลักฐานที่พบส่วนใหญ่เป็น
สุสานในสมัยราชวงศ์นี้ มีสิ่งของที่พบกับผู้ตายเช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องใช้สำริด เครื่องเงิน เครื่องทอง และ
ผ้าไหม ที่สุสานของเจ้าชายหลิวเซ็ง ได้ค้นพบชุดหยกของเจ้าชายหลิวเซ็งและเจ้าหญิงตูหวั่น ในสุสานต่าง ๆ
ค้นพบจิตรกรรมฝาผนัง เช่น ภาพมังกรและขุนเขาที่สุสาน เซ่าหยวนจุ้น ยุคนี้เป็นสมัยรุ่งเรืองของเครื่องใช้โลหะ
หยก และผ้าไหม
5.สมัยราชวงศ์จิ้น (Tsin Dynasty) พ.ศ.808-963 ยุคของการแตกแยกและเสื่อมโทรม ประเทศจีนแบ่งออก
เป็นก๊กต่าง ๆ แต่ละก๊กตั้งตนเองเป็นราชวงศ์ เรียกว่า สมัย 16 ราชอาณาจักร
6. สมัยราชวงศ์เหนือราชวงศ์ใต้ พ.ศ. 960 - 1124 พุทธศาสนาเริ่มเข้าสู่ประเทศจีน ประติมากรรมทางพุทธ
ศาสนาเกิดขึ้นในช่วงสมัยนี้ มีทั้งที่สลักแบบนูนต่ำบนศิลาทราย และประติมากรรมลอยตัวเป็นยุคของความรุ่ง
เรืองพบด้านจิตรกรรม มีพระพุทธประติมากรรมที่หล่อด้วยโลหะสำริด พระพุทธศาสนาลัทธิมหายานเริ่ม
ปรากฏในจีนช่วงนี้ พบถ้ำหลายแห่งที่มีพระพุทธรูปและรูปพระโพธิสัตว์
7. สมัยราชวงศ์สุย (Sui Dynasty) พ.ศ.1124-1161 หลังการสิ้นสุดความแตกแยกขุนนางสมัยราชวงศ์โจว
ทางเหนือ สถาปนาราชวงศ์สุยขึ้น มีการหล่อพระพุทธรูปสำริด และงานจิตรกรรมที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยก่อน
8. สมัยราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty) พ.ศ.1161-1450 ยุคสมัยของความรุ่งเรืองของบ้านเมืองจีน และพุทธ
ศาสนาในจีนก็รุ่งเรืองที่สุดในสมัยราชวงศ์นี้ ปรากฎบันทึกการเดินทางไปอินเดียของภิกษุเหี้ยนจัง(Hsuantsang)
มีงานจิตรกรรมที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาเกิดขึ้นเช่นเดียวกับการสร้างพระพุทธรูป เนื่องจากมีการติด
ต่อกับภายนอกโดยเฉพาะกับอินเดีย ดังนี้รูปแบบของศิลปอินเดียจึงมีอิทธิพลต่อประติมากรรมทางพุทธศาสนา
ของจีน
9. สมัยห้าราชวงศ์ พ.ศ.1450-1503 สมัยที่จีนแตกแยกกันอีกครั้งหนึ่ง ภาคเหนือของจีนมีราชวงศ์ผลัดกัน
ปกครอง 5 ราชวงศ์ คือ ราชวงศ์เหลียง ราชวงศ์ถัง ราชวงศ์จิ้น ราชวงศ์ฮั่น และราชวงศ์โจว งานศิลปกรรมที่โดด
เด่นในช่วงระยะนี้คือ งานจิตรกรรม
10. สมัยราชวงศ์ซ้อง (Sung Dynasty) พ.ศ.1503-1822 ยุคสมัยที่จิตรกรรมรุ่งเรืองมากที่สุด ส่วน
ประติมากรรมลดความสำคัญลงไป โดยเฉพาะประติมากรรมทางพุทธศาสนา เนื่องจากราชสำนักไม่สนับสนุน
อย่างจริงจัง และที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือ เครื่องถ้วยพอร์ซเลน (Porcelain)
11. สมัยราชวงศ์หยวน (Yaun Daynasty) พ.ศ.1822-1911 ยุคสมัยการรุกรานของมองโกล จิตรกรรมไม่ได้
รับการสนับสนุนจากราชวงศ์จึงปรากฏเฉพาะงานประติมากรรม แต่การสร้างรูปเคารพในทางพุทธศาสนากลับ
ได้รับอิทธิพลของลัทธิลามะของธิเบตแทนรูปแบบจากอินเดีย เครื่องถ้วยสมัยนี้มีทั้งพอร์ซเลน สโตนแวร์ และสี
เขียวเซลาดอน เครื่องถ้วยส่วนใหญ่เขียนด้วยลวดลายสีน้ำมัน
12. สมัยราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty) พ.ศ.1911-2187 ยุคสมัยของการก่อสร้างมีการก่อสร้างบ้านเรือน
พระราชวังจักรพรรดิ์ที่อยู่ในกลางเมืองปักกิ่ง พระที่นั่งและวิหารเทียนถาน วนอุทยานเป๋ยไห่ สุสานหมิง สุสาน
ติ้งหลิง สุสานฉางหลิง พระสถูปเจดีย์ ส่วนเครื่องเคลือบดินเผานั้นได้มีการผลิตภาชนะประเภทเซลาดอน และ
เครื่องถ้วยต่าง ๆ ส่งออกขายยังต่างประเทศ ภาชนะเครื่องเคลือบมีทั้งแบบภาชนะสีขาวพอร์ซเลนตกแต่งลวด
ลายสีน้ำเงินเคลือบใสและเคลือบสีต่าง ๆ
13. สมัยราชวงศ์ชิง (Ching Dynasty) พ.ศ.2187-2454 ยุคสมัยรุ่งเรืองของราชวงศ์แมนจู สถาปัตยกรรม
ส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างรูปแบบต่อเนื่องจากสมัยราชวงศ์หมิง เครื่องเคลือบดินเผาในสมัยนี้มี 2 แบบคือ การ
เคลือบแบบสีเดียวเนื้อแกร่ง และเครื่องเคลือบที่เขียนลวดลายหลายสี มีการปั้นรูปเคารพบูชา เป็น
ประติมากรรมดินเผาเคลือบสีสวยงาม เช่น พระโพธิสัตว์กวนอิม พระโพธิสัตว์ปางต่าง ๆ ในทางพุทธศาสนา
|