บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ชีวิ

สาระความจริงของชีวิตตามแนวศาสนาคริสต์

ศาสนาคริสต์ (Christianity) มีพระเยซูคริสต์เป็นศาสดา อุบัติขึ้นเมื่อ พ.ศ. 543 เป็นศาสนายูดายของชนชาติยิว พระเยซู คือผู้มาฟื้นศาสนาใหม่ตามคำทำนายในศาสนาเดิมว่าจะมีเมสสิอาร์ (Messiah) มาอุบัติขึ้นเพื่อนำชาวยิวไปสู่ความอยู่รอด ให้พ้นจากความทุกข์ยากและเข้าถึงอาณาจักรของพระเจ้า

ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาใหญ่ศาสนาหนึ่งมีคนนับถือมากทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปยุโรปและอเมริกา ได้เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย ตั้งแต่รัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันมีคริสต์ศาสนิกชนในประเทศไทยมากเป็นอันดับที่ 3 รองลงมาจากพุทธศาสนิกชนและอิสลามชนตามลำดับ

คำว่า “คริสต์” (Christ) มาจากภาษากรีกว่า Christos มีความหมายเหมือนกับภาษาฮิบรูว่า “messiak” แปลว่า “ผู้ได้รับการเจิมด้วยน้ำมัน” หมายความว่าได้รับการเลือกสรรจากรพะเจ้า

ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาแห่งความรัก สอนให้มนุษย์ปลูกฝังความรักความเมตตาในตน โดยมีพระเยซู องค์ศาสดาทรงปฏิบัติเป็นตัวอย่าง “ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวกันว่า คำสอนศาสนาของพระเยซู คือปรัชญาแห่งความรัก คือเริ่มต้นจากการรักพระเจ้า รักครอบครัว รักเพื่อนบ้าน และรักมิตรสหายของตนเหมือนกับตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นปรัชญาแห่งคำสอนที่สำคัญของพระเยซูอีกประการหนึ่งคือการให้อภัย แม้ขณะที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ฏทรงขอให้พระเจ้าทรงประทานอภัยให้กับคนบาปที่ได้กระทำร้ายพระองค์” (ธนู แก้วโอภาส : 134)

คำสอนสำคัญในศาสนาคริสต์

คำสอนของพระเยซูที่เขียนไว้ในคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ (New Testament) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำสอนในระดับศีลธรรม เป็นคำสอนที่ชักชวนให้หันมารักใครเอื้อเฟื้อเกื้อกูล และให้อภัยซึ่งกันและกัน มีลักษณะขัดแย้งกับหลักคำสอนที่มีอยู่เดิมดังตัวอย่างเช่น

การโต้ตอบ คำสอนเดิมที่ว่า “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” พระเยซูว่าอย่าต่อสู้คนชั่ว ถ้าผู้ใดตบแก้มขวาของท่าน จงหันแก้มซ้ายให้เขา

เรื่องการให้ทาน พระเยซูทรงสอนให้มีความรักต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยการให้ทาน มีศรัทธาต่อพระเจ้าด้วยการภาวนา และมีการอดอาหารด้วยความเสียสละ พระเจ้าสถิติอยู่ในที่ลับและทรงเห็นการกระทำและจิตใจของมนุษย์

หลักคำสอนสำคัญของพระเยซูส่วนใหญ่เป็นคำสอนในระดับศีลธรรมและการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญให้เข้าถึงพระเจ้า เคารพพระเจ้าเพื่อมีชีวิตนิรันดรกับพระเจ้า ดังนั้นผู้เป็นคริสตศาสนิกชนจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพระเจ้าที่ทรงแสดงไว้ทั้งในพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่

มนุษย์คือผู้ที่พระเจ้าสร้าง

ในหลักคำสอนของคริสต์ศาสนาได้กล่าวถึงธรรมชาติของมนุษย์ว่าถ้าพระเจ้าทรงติดต่อกับมนุษย์ได้ มนุษย์ก็ย่อมสามารถติดต่อกับพระเจ้าได้เช่นเดียวกัน การติดต่อนี้เป็นการติดต่อระหว่างผู้ที่ถูกสร้างกับผู้สร้าง มนุษย์เป็นผู้ถูกสร้างพิเศษเหนือสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น การที่มนุษย์สามารถติดต่อกับพระเจ้าได้นั้น ถือว่าเป็นพัฒนาการสูงสุดของมนุษย์

มนุษย์คนแรกที่พระเจ้าทรงสร้าง คือ อาดัม “พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดิน ระบายลมปราณเข้าทางจมูกมนุษย์จึงเป็นผู้มีชีวิต” (พระคริสตธรรมคัมภีร์:3) พระเจ้าทรงเห็นว่าอดัมไม่มีคู่อยู่คนเดียว จึงตรัสว่า “ไม่ควรที่ชายผู้นี้จะอยู่คนเดียวเราจะสร้างคู่อุปถัมภ์ที่สมกับเขาขึ้น” พระเจ้าจึงทรงทำให้ชายผู้นั้นหลับสนิท ขณะที่หลับสนิทอยู่นั้นพระองค์ทรงชักกระดูกซี่โครงอันหนึ่งของเขาออกมา แล้วทำให้เนื้อติดกันแทนกระดูกอย่างเดิมส่วนกระดูกซี่โครงที่พระเจ้าได้ทรงชักออกมานั้น พระองค์ทรงสร้างให้เป็นผู้หญิง แล้วทรงนำมาให้ชายนั้น (พระคริสตธรรมคัมภีร์ : 4) แล้วทรงตั้งชื่อให้ว่าเอวา เพราะอาดัมและเอวาพากันกินผลไม้ที่พระเจ้าทรงห้ามในสวนเอเดนเพราะถูกงูหลอกให้กินว่า เมื่อกินแล้วจะเกิดปัญญาขึ้น เมื่อทั้งสองกินเข้าไปจึงเกิดความละอายขึ้น และเกิดความกำหนัดรักใคร่กันขึ้น จึงเกิดการสมสู่มีลูกมีหลานต่อ ๆ กันมา

มนุษย์มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร

มนุษย์มีชีวิตอยู่เพื่อความสำเร็จ เมื่อสำเร็จในขั้นนี้แล้วก็ต้องการความสำเร็จในขั้นตอนต่อไปอีก ดังมีคำกล่าวกันว่าความสำเร็จก็คือความไม่สำเร็จ และความไม่สำเร็จขั้นต่อ ๆ ไปอีก ความสำเร็จดังกล่าวนี้จะเป็นไปด้านใดก็ได้และจะต่ำสูงเพียงไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพฐานะและโอกาสของแต่ละคน แต่เมือกล่าวโดยสรุปและมนุษย์มีชีวิตอยู่เพื่อความสำเร็จ ต่างกันตรงที่ความพยายาม หรือความกระตือรือร้นต่างกันมากน้อยเพียงใดเท่านั้น และความสำเร็จอันสุดท้ายคือ อานันทสุข (ความสุขหรรษาเกิดจาก มีวิญญาณชีวิต พระเจ้าเข้ามาอยู่ด้วย) อันเกิดจากความรักพระเจ้า และการได้รับความรักจากพระองค์ตลอดนิรันดรภาพ

พิธีกรรมในการดำเนินชีวิต

พิธีกรรมในการดำเนินชีวิต อันเกี่ยวเนื่องกับศาสนาคริสต์เรียกว่า ศาสนกิจ คือ กิจที่จะต้องทำในศาสนา เช่น พิธีกรรมต่าง ๆ เป็นต้น เรียกว่า ศีล มี 7 อย่าง คือ (ฟื้น ดอกบัว : 119-120)

1. ศีลล้างบาป (Baptism) เป็นพิธีที่เกิดจากจากคติที่ว่า ทุกคนมีบาปติดตัวมาแต่กำเนิด ตั้งแต่สมัยอาดัมกับเอวาได้ละเมิดพระบัญชาพระจ้าที่ทรงห้ามมิให้กินผลไม้ในสวยเอเดน ดังนั้น ผู้ที่จะเข้ามานับถือศาสนาคริสต์จำต้องทำพิธีล้างบาป นิกายโปรเตสแตนท์ เรียกศีลล้างบาปว่า บัพติสม หรือศีลจุ่ม

2. ศีลกำลัง (Confirmation) เป็นพิธีรับพระจิตให้มาอยู่ในตน พิธีนี้จะทำกับเด็กโตซึ่งรู้สึกรับผิดชอบแล้ว โดยปกติพระระดับบิชอพ (Bishop) เท่านั้นที่จะทำพิธีนี้ได้ โดยวางมือทั้ง 2 มือลงบนศีรษะเด็ก แล้วเจิมน้ำมันที่หน้าผากเป็นรูปกางเขน เพื่อเป็นเครื่องหมายว่า พระจิตของพระเจ้าได้มาสถิตอยู่ในตนแล้ว

3. ศีลมหาสนิท (Communion) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มิสชา เป็นพิธีที่แสดงให้เห็นว่าผู้รับศีลข้อนี้แล้วได้อยู่แนบสนิทกับพระเยซู กล่าวคือ ชาวคริสต์จะพากันไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ และเมื่อสวดมนต์เสร็จแล้ว บาทหลวงผู้ประกอบจะแจกขนมปังและเหล้าองุ่นให้ทุกคน ได้รับขนมปังแทนเนื้อพระเยซู และเหล้าองุ่นแทนเลือดพระเยซู

4. ศีลล้างบาป หรืออภัยบาป (Confessino) เป็นพิธีที่ชาวคริสต์สำนึกว่าตนได้ทำบาปลงไปจะต้องไปหาบาทหลวง เพื่อสารภาพถึงการทำความผิดนั้น และขออภัยโทษจากพระเจ้า บาทหลวงในฐานะผู้แทนพระเจ้าจะเป็นผู้ยกบาปนั้นให้

5. ศีลสมรส (Matrimony) เป็นพิธีที่บาทหลวงเป็นผู้ประกอบ โดยให้คู่บ่าวสาวประกาศให้คำมั่นออกมาว่าจะเป็นสามีภรรยากันไปไม่หย่าร้างตลอดชีวิต จะนับถือพระเจ้าชั่วชีวิต แม้มีบุตรธิดาที่จะเกิดตามมาก็จะให้เขานับถือพระเจ้าตลอดไป

6. ศีลบวช (Ordination) พิธีนี้จะทำให้เฉพาะผู้เลื่อมใสมั่นคงและพร้อมทีจะรับใช้พระศาสนาเท่านั้น ผู้ที่รับศีลนี้แล้วก็จะเป็นบาทหลวง

7. ศีลเจิมครั้งสุดท้าย (Holy Unction หรือ Extreme Unction) พิธีนี้จะทำให้เฉพาะคนป่วยหนักใกล้มรณะ โดยบาทหลวงจะเจิมน้ำมันที่ตัวคนป่วย เพื่อชำระบาปที่ยู่ให้หมดไป จะได้ไม่มีปีศาจมารบกวนในการเดินทางไปสู่โลกวิญญาณ

ศีลทั้ง 7 นี้ ถือปฏิบัติกันทั้งนิกายโรมันคาทอลิกและนิกายออธอร์ดอกซ์ ส่วนนิกายโปรเตสแตนท์นับถือเฉพาะศีลล้างบาป และศีลมหาสนิทเท่านั้น นิกายออธอร์ดอกซ์ถึงแม้จะนับถือศีล 7 อย่างเหมือนกับนิกายโรมันคาทอลิก แต่มีความเชื่อในเรื่องอื่น ๆ แตกต่างกัน

ความจริงของชีวิต
กำเนิดชีวิตตามทัศนะของศาสนา
กำเนิดชีวิตตามทัศนะของนักวิทยาศาสตร์
สาระของชีวิตตามแนวพุทธธรรม
พุทธธรรมเป็นปรัชญาชีวิต
ชีวิตควรอยู่เพื่ออะไร
การดำเนินชีวิตตามแนวพุทธธรรม
สาระความจริงของชีวิตตามแนวศาสนาคริสต์
สาระความรู้ทางแนวชีวิตตามศาสนาคริสต์
สาระของชีวิตตามแนวศาสนาอิสลาม
สาระความจริงของชีวิตตามแนวศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
สาระของชีวิตตามแนวศาสนาเต๋าและขงจื้อ
คุณค่า เป้าหมายและความสำเร็จของชีวิต
คุณค่า เป้าหมายและความสำเร็จของชีวิต
การมองความจริงของชีวิตด้วยศาสนธรรม
การดำเนินชีวิตตามหลักศาสนธรรม
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook