บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

เศรษฐศาสตร์เพื่อชุมชน

ธุรกิจชุมชน-วิสาหกิจชุมชม

แนวคิดการพัฒนาแบบองค์รวมที่ยั่งยืน
วิสาหกิจชุมชนแบบองค์รวม เข้าใจถึงการมีชีวิตตามธรรมชาติมิใช่รูปแบบที่แข็งกระด้าง หรือมีแบบอย่างที่เหมือนกันทั้งหมด การคิดแบบองค์รวมเป็นระบบที่เชื่อมโยงวิสาหกิจชุมชนสู่บริบทในระบบย่อย และระบบใหญ่ทั้งหมด ด้วยความเชื่อพื้นฐานที่ว่า ความเชื่อมโยงคือสภาวะที่องค์ประกอบของวิสาหกิจชุมชนทุกส่วนมีความสัมพันธ์กันในบริบทที่ซับซ้อนกันไปมา และมีกระบวนการที่ต่อเนื่องจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างบริบททางสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมที่มีความหลากหลายในชุมชน

ความมั่นคงและยั่งยืนมาจากหลักเอาชุมชนเป็นศูนย์กลาง

เพื่อสังเคราะห์บรรดาแนวความคิด องค์ความรู้กระบวนการพัฒนาทางด้านการผลิต การสร้างทุน และกระบวนการทางวัฒนธรรมชุมชน/สังคม นั้น สรุปผลได้ว่า

ภาวะแห่งการพัฒนาใหม่จำเป็นต้องอาศัยฐานคิดที่เป็นแกนกลาง ฐานคิดที่มีหลักปฎิสัมพันธ์กัน ระหว่างมนุษย์กับชุมชน มีชุมชนเป็นฐาน และฐานชุมชนก็ตั้งอยู่บนหลักการพัฒนาที่ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ เน้นชุมชนต้องอยู่ร่วมกันในระบบนิเวศน์ที่ดีและประกอบเข้าเป็นองค์เดียวกัน

ความแตกต่างระหว่างนักคิดนักพัฒนาชุมชนที่ยึดเอาชุมชนเป็นฐาน เป็นเป้าหมายและศูนย์กลางมี การบริหารจัดการด้วยตนเองและมีอิสรภาพอย่างแท้จริง กับอีกฝ่ายหนึ่งที่ยึดเอาเศรษฐกิจเป็นเป้าหมายและเอาชุมชนเป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจ ผลักดันชุมชนลงสู่หุบเหวกากรเอารัดเอาเปรียบของระบบทุนเอกชนที่มั่งคั่งและมีเทคโนโลยีเหนือกว่านำพาชุมชนไปสู่ความเป็นทาส

ปรัชญาการพัฒนาชุมชนฝ่ายที่เอาชุมชนเป็นตัวตั้งจึงวางหลักคิด การพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมที่ยั่งยืน ไว้ว่า

ปรัชญาของการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมที่ยั่งยืนแนวทางนี้ ทำให้ระบบทุนของชุมชน วิสาหกิจ ชุมชน สถาบันการเงิน และเศรษฐกิจชุมชนแตกต่างกันแนวคิดของการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนของรัฐและแนวคิดที่เอาชุมชนไปขึ้นต่อระบบทุนนิยม

โครงสร้างธุรกิจชุมชน – วิสาหกิจชุมชน

โครงสร้างธุรกิจชุมชนและหลักคิดในการประกอบธุรกิจชุมชน ได้แก่

  1. โครงสร้างว่าด้วยทุนแห่งชีวิต หรือทุนโภคทรัพย์ที่ให้ผลผลิตทวีคูณ จากการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์แบบการเกษตรผสมผสาน วนเกษตร หรือการเกษตรครบวงจร
  2. กฎว่าด้วย “ลดรายจ่ายเท่ากับเพิ่มรายได้และเพิ่มทุนในระดับชุมชน” เป็นหลักคิดที่ชี้นำทิศทางกากรประกอบธุรกิจชุมชน มุ่งสู่เป้าหมายการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ของชุมชน เพื่อลดรายจ่ายจากการซื้อสินค้าจากภายนอก
  3. กฎว่าด้วย “กองทุนชุมชน” ที่เติบโตจากน้อยสะสมไปสู่ใหญ่ จากการให้สัจจะออมทรัพย์เพื่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์ สหกรณ์ร้านค้า หรือกองทุนสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อเป็นหลักประกันชีวิตที่มั่นคงแก่สมาชิกในชุมชน และสร้างระบบการเงินภายในชุมชนให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อกู้ยืมไปพัฒนาอาชีพหรือเศรษฐกิจของตน
  4. กฎการตลาดเพื่อชุมชน ที่วิสาหกิจหรือสมาชิกผลิตสินค้าหลากหลายชนิดสนองความต้องการของชุมชนเป็นหลัก เหลือเฟือจึงขายสู่ตลาดภายนอก ทำให้เส้นดุลยภาพของราคาที่เกิดจากความต้องการซื้อและความต้องการขายเคลื่อนไหวน้อยที่สุดหรือคงที่ ความได้เปรียบเสียเปรียบจะไม่เกิดขึ้นในชุมชน
  5. กฎว่าด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติที่เป็นภูมิปัญญา ขอย้ำอีกครั้งว่า ภูมิศาสตร์ประเทศไทยอยู่ในเส้นอิเควเตอร์ที่อุดสมบูรณ์ด้วยพืชและสัตว์ทั้งหมดนับแสนชนิด ภูมปัญญาเหล้านี้เป็นศักยภาพที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นสินค้าได้หลากหลายชนิด เป็นโครงสร้างชุมชนด้านอาหารและยารักษาโรคที่นำไปสู่ความมั่งคั่งและมั่นคงของชุมชน
  6. โครงสร้างแรงงานและปัจจัยการผลิตเป็นของชุมชน ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าบริษัทธุรกิจเอกชนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดระบบการผลิตของทุนชีวิตได้หลากหลาย พืชผลการเกษตรจะค้ำจุนมิให้ต้องมีรายจ่ายที่สูงและสมาชิกชุมชนอยู่ได้ ดังนั้นชุมชนก็สามารถกำหนดราคาสินค้าที่ส่งออกนอกหมู่บ้านไปสู้ในตลาดทุนนิยมได้
  7. กฎว่าด้วยการปฏิสัมพันธ์แบบแนวนอนทางสังคม โครงสร้างทางธรรมชาติที่หลากหลายของท้องถิ่น ฤดูกาลที่ไม่แบ่งแยกผู้คนออกจากกันเช่นฤดูกาลในแถบประเทศตะวันตก การคมนาคมทางน้ำและทางบกที่ติดต่อกันได้โดยไม่มีอุปสรรค ล้วนส่งเสริมให้มนุษย์ในดินแดนบริเวณนี้มีปฏิสัมพันธ์แบบเครือญาติหรือมีระบบพวกพ้องสูง สร้างระบบชุมชน/สังคมแบบพึ่งพากันขึ้นมา โดยอาศัยประเพณีวัฒนธรรม(เดิม) แบบมีส่วนร่วมซึมซ่านอยู่ในวิถีชีวิต

ขั้นตอนการสร้างวิสาหกิจชุมชนจึงตั้งอยู่บนกระบวนการคิดและปฏิบัติ ดังนี้

  1. จุดเริ่มต้นของการแปรรูปหรือผลิตสินค้าของชุมชน
  2. เมื่อสมาชิกในชุมชนผลิตอุตสาหกรรมชุมชน เพื่อลดรายจ่ายของตนเองหรือเป็นหลักพึ่งพิงของตนเองใช้แล้ว จึงค่อยขยับขยายการผลิตออกไปสู่เพื่อนบ้าน
  3. เนื่องจากวิสาหกิจชุมชนมีลักษณะเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนหรืออุตสาหกรรมรายย่อยที่ร่วมทุนของชุมชน มีทั้งที่ไม่ต้องใช้เครื่องจักรอุปกรณ์หาง่าย ตลอดไปจนถึงการใช้เครื่องจักรขนาดเล็กและขนาดกลาง

การตลาดขั้นสุดท้าย คือ การตลาดนอกชุมชน นำเอาสินค้าที่เหลือจากการใช้ภายในชุมชนแล้วออกจำหน่าย นำเงินจากบุคคลภายนอกเข้าสู่หมู่บ้าน ยามเมื่อสินค้าประเภทอื่นๆ ล้นตลาดภายนอก ชาวบ้านก็จำกัดจำนวนการผลิตให้เหลือเพียงพอกับการตลาดในชุมชนและการใช้เอง ไม่เห็นจะต้องไปเดือดร้อนอะไร และไม่ต้องกลัวว่าจะขาดทุนเสียด้วยซ้ำไป

ยุทธศาสตร์หนึ่งครัวเรือนสองวิถีการผลิต
แนวทางการปฏิบัติ
หลักคิดและการพัฒนา
ธุรกิจชุมชน-วิสาหกิจชุมชม
วิสัยทัศน์ในการสร้างกกระบวนทัศน์ใหม่
แนวคิดและทฤษฎี
แนวคิดเรื่องธุรกิจชุมชนในต่างประเทศ
ธุรกิจชุมชนในประเทศด้อยพัฒนา
การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจชุมชน
ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจชุมชนต่าง ๆ
รูปแบบที่เหมาะสมของธุรกิจชุมชน
แนวคิดเศรษฐกิจชุมชนในปัจจุบัน
แนวคิดพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจในระดับประเทศ
พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook