บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

เศรษฐศาสตร์เพื่อชุมชน

 

ยุทธศาสตร์หนึ่งครัวเรือนสองวิถีการผลิต
แนวทางการปฏิบัติ
หลักคิดและการพัฒนา
ธุรกิจชุมชน-วิสาหกิจชุมชม
วิสัยทัศน์ในการสร้างกกระบวนทัศน์ใหม่
แนวคิดและทฤษฎี
แนวคิดเรื่องธุรกิจชุมชนในต่างประเทศ
ธุรกิจชุมชนในประเทศด้อยพัฒนา
การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจชุมชน
ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจชุมชนต่าง ๆ
รูปแบบที่เหมาะสมของธุรกิจชุมชน
แนวคิดเศรษฐกิจชุมชนในปัจจุบัน

แนวคิดเศรษฐกิจชุมชนในปัจจุบัน

ศ.นพ.ประเวศ วะสี

แนวคิดเรื่อง ธัมมิกสังคมนิยมของท่านพุทธทาส ได้มีศิษย์ฝ่ายฆราวาสของท่าน คือ ศ.นพ.ประเวศ วะสี นำมาพัฒนาต่อ ท่านเริ่มต้นจากการวิจารณ์ระบบรวมศูนย์อำนาจของรัฐและระบบราชการ ต่อมาท่านเสนอทางเลือกในการพัฒนาประเทศไทย โดยให้คืนอำนาจให้ประชาชน คืนอำนาจให้ชุมชน จากนั้นท่านพัฒนาความคิดต่อไปในงานชื่อ “ พุทธธรรมกับสังคม ” (พ.ศ.2526)เสนอให้นำพุทธธรรมมาแก้ปัญหาสังคม โดยวิเคราะห์ว่าสังคมครั้งโบราณเป็นสังคม เป็นสังคมที่บุคคลพึ่งตนเอง ดีชั่วด้วยตนเอง แต่ปัจจุบันองค์ประกอบต่างๆ ในสังคมสมัยใหม่ได้เข้ามาถักทอกันเป็นโครงสร้างที่สลับซับซ้อน โครงสร้างทางสังคมแบบใหม่นี้เองที่ได้ทำร้ายมนุษย์อย่างรุนแรง และก่อตัวเป็นกำแพงไม่ให้คนเข้าถึงพุทธธรรม ท่านเน้นว่าพุทธศาสนาใช้หลักอิทัปปัจจยตา หรือความเป็นกระแสของเหตุปัจจัย กระแสของเหตุปัจจัยนี้เชื่อมโยงถึงกันหมดทั้งในตัวมนุษย์และนอกตัวมนุษย์ แต่ชาวพุทธมักเคยชินที่จะใช้หลักอิทัปปัจจยตาเพียงกระบวนการทางจิตใจในตนเองเท่านั้น ดังนั้นจึงกลายเป็นความเข้าใจเฉพาะส่วน คือ แม้เข้าใจตนเอง ก็ไม่เข้าใจระบบ ส่วนคนที่ไม่เข้าใจตนเอง ก็ยิ่งไม่เข้าใจทั้งตนเองและไม่เข้าใจระบบ ท่านจึงเสนอให้ประยุกต์ใช้พุทธธรรมใหม่ เพราะพุทธศาสนาเกี่ยวข้องกับสังคม และสามารถใช้แก้ปัญหาสังคมได้ ถ้าขยายหน่วยของปัญหาจากปัจเจกชน ออกมายังระบบใหญ่ คือระบบสังคม แต่ในการนี้จะต้องเข้าใจพุทธธรรมอย่างครอบคลุม พร้อมกับทำความเข้าใจสังคมอย่างครอบคลุม จึงจะสามารถแก้ปัญหาที่เหตุของสังคมได้ด้วยพุทธธรรม และในหนังสือเล่มนี้ท่านยังได้เสนอให้ชาวนาทำเกษตรกรรมแบบพึ่งตนเองขึ้นด้วยแต่ต้องหลุดจากระบบตลาด ซึ่งชาวนาต้องขายถูก และหลุดจากการใช้ปุ๋ยและสารเคมีต่างๆ เพราะชาวนาต้องซื้อแพง

ต่อมาท่านได้พัฒนาความคิดนี้ต่อไปในหนังสือชื่อ “ พุทธเกษตรกรรมกับศานติสุขของสังคมไทย ” (พ.ศ.2531) ซึ่งท่านได้เสนอให้สร้างชุมชนชนบทให้เข้มแข็งขึ้นโดย (1) ใช้จิตใจที่มีธรรมะ ขยันหมั่นเพียรและสันโดษในการดำเนินชีวิต (2)ใช้การผลิตแบบทำกินเองใช้ โดยใช้รูปแบบการเกษตรแบบผสมผสาน (3)ในการดำเนินชีวิตด้านต่างๆ ให้คำนึงถึงการรักษาสภาพแวดล้อม มีความสมดุลกับธรรมชาติแวดล้อม (4)ให้ชุมชนพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจ ไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอก และ (5) ให้ดำเนินวิถีชีวิตแบบชุมชนเข้มแข็ง โดยสถาบันครอบครัว วัด และชุมชนพึ่งพาอาศัยกัน

หลังจากนั้นท่านยังได้พัฒนาความคิดเรื่องระบบเศรษฐกิจชุมชนต่อไปอีกมาก โดยนำเอาแนวความคิดเรื่อง “ธัมมิกสังคมนิยม” ของท่านพุทธทาสเป็นแกนทางความคิด ซึ่งต่อมาท่านยังได้ทำหน้าที่อธิบายความคิดของท่านพุทธทาสในเรื่อง “ ธัมมิกสังคมนิยม ” อย่างชัดเจนอีกครั้ง ในหนังสือของท่าน เรื่อง “ ธัมมิกสังคม ” (พ.ศ.2537)

ศ.นพ.ประเวศ วะสี เน้นหลักของความสามัคคี ให้ชาวบ้านในชุมชนร่วมมือกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในการแก้ไขปัญหา โดยให้ถือว่า ชุมชนเป็นหน่วยสังคมหน่วยหนึ่ง(social unit) ซึ่งการที่ชุมชนจะมีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รวมศูนย์ทางจิตใจเข้าด้วยกันได้นั้น สมาชิกของชุมชนจะต้องมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ศ.นพ.ประเวศยังได้เสนออีกว่า ทางรอดจากวิกฤติของสังคมไทยจะเป็นไปได้ต่อเมื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจขั้นพื้นฐาน ซึ่งประกอบด้วย การทำเกษตรกรรมผสมผสาน หัตถกรรมและศิลปกรรม อุตสาหกรรมชุมชน ธุรกิจ ศูนย์การแพทย์แผนไทย และกองทุนชุมชน ชุมชนจะเข้มแข็งได้ต่อเมื่อสร้างเข้มแข็งที่ฐานล่าง การพัฒนาการแข่งขันทางเศรษฐกิจของสังคม จะต้องแข่งขันบนจุดแข็งของตนเอง ซึ่งจุดแข็งของสังคมไทยที่เป็นอยู่ในขณะนี้ คือ วัฒนธรรมไทย ซึ่งเกี่ยวพันใกล้ชิดกับเศรษฐกิจ เพราะวัฒนธรรมหมายถึงวิถีการดำเนินชีวิตทั้งหมดของชุมชน ซึ่งประกอบด้วย ความเชื่อระบบคุณค่า อาชีพการกินอยู่ การแต่งตัว ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ นิสัยใจคอ วิธีแก้ปัญหา การดำรงรักษาสุขภาพหรือการแพทย์ ซึ่งเน้นที่การแพทย์ไทยแผนโบราณ อันเป็นภูมิปัญญาไทยที่สั่งสมกันมาแต่โบราณ

เศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองที่เน้นสร้างเข้มแข็งที่ฐานล่างนี้ ศ.นพ.ประเวศเรียกว่าเป็นเศรษฐกิจแบบบูรณาการ ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม จิตใจ สิ่งแวดล้อม และการเมืองพร้อมกันไปในตัว ศ.นพ.ประเวศยังเชื่ออีกว่า การดำเนินวิถีเศรษฐกิจตามแนวนี้ จะช่วยให้ความเป็นป่ากลับคืนมา ครอบครัวจะอบอุ่นและชุมชนจะเข้มแข็ง ซึ่งหมายความว่า ชุมชนจะต้องมีการอนุรักษ์และพัฒนาวัฒนธรรมไปพร้อมกับการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจที่ฐานล่างและการพัฒนาด้านจิตใจ สำหรับหน่วยของชุมชนท่านเสนอให้ตำบลเป็นหน่วยชุมชนที่เล็กที่สุดในแง่การรวมกันทางเศรษฐกิจ โดยให้คนในตำบลมาร่วมกันเป็นหน่วยเดียวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจชุมชน ทั้งนี้โดยให้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับโครงสร้างของสถาบันเสียใหม่คือ จากเดิมที่ตำบลมีลักษณะเป็นหน่วยในการปกครอง มาเป็นหน่วยพัฒนาเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเองในระดับตำบล โดยให้คนทั้งตำบลมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมกันรับประโยชน์ เศรษฐกิจชุมชนดังกล่าวนี้ อาจเรียกว่า เศรษฐกิจของตำบล โดยตำบล และเพื่อตำบล ให้มีการพัฒนาการเรียนรู้ พัฒนาครอบครัว พัฒนาชุมชน วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมพร้อมกันไป แต่การที่ สังคมชนบทจะพัฒนาและยั่งยืนอยู่ได้นั้น จะต้องมีองค์ -0ประกอบ 3 ประการคือ องค์กรชุมชน ความรู้ และกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน

พุทธทาสภิกขุ
สมณะโพธิรักษ์
ศ.นพ.ประเวศ วะสี
อี.เอฟ.ชูมาเกอร์
พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต)
นักคิดกลุ่มสภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา
ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
ศ.ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา
ศ.เสน่ห์ จามริก
ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน
อ.พิทยา ว่องกุล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

 
แนวคิดพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจในระดับประเทศ
พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook