บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

เศรษฐศาสตร์เพื่อชุมชน

 

ยุทธศาสตร์หนึ่งครัวเรือนสองวิถีการผลิต
แนวทางการปฏิบัติ
หลักคิดและการพัฒนา
ธุรกิจชุมชน-วิสาหกิจชุมชม
วิสัยทัศน์ในการสร้างกกระบวนทัศน์ใหม่
แนวคิดและทฤษฎี
แนวคิดเรื่องธุรกิจชุมชนในต่างประเทศ
ธุรกิจชุมชนในประเทศด้อยพัฒนา
การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจชุมชน
ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจชุมชนต่าง ๆ
รูปแบบที่เหมาะสมของธุรกิจชุมชน
แนวคิดเศรษฐกิจชุมชนในปัจจุบัน

แนวคิดเศรษฐกิจชุมชนในปัจจุบัน

ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์

อาจารย์ป๋วยท่านเป็นทั้งนักวิชาการและนักบริหารการเงินการที่มีความสามารถสูงและมีแนวคิดเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม และเมื่อรวมกับการที่ท่านเป็นอาจารย์สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย ยิ่งทำให้จิตสำนึกของความเป็น “ครูของสังคม” ของท่านแสดงบทบาทที่เด่นกว่าการเป็นอาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์ธรรมดาๆ เพราะท่านเห็นว่า ผู้ใหญ่จะต้องรับผิดชอบต่อเยาวชน ซึ่งบทบาทความเป็น “ครูของสังคม” นี้ ไม่สู้จะมีปรากฏมากนักในจิตวิญญาณนักวิชาการไทย

เนื่องจากอาจารย์ป๋วยเป็นนักเศรษฐศาสตร์ผู้มีความสามารถสูง ดังนั้น แนวคิดด้านเศรษฐกิจของท่านอาจารย์ป๋วยจึงครอบคลุมทั้งระดับชนบทและระดับชาติ และเป็นแนวคิดที่ทันสมัยตลอดกาล โดยความคิดของท่านอยู่บนพื้นฐานสำคัญ 5 ประการคือ สิทธิส่วนบุคคล อิสรภาพเสรีภาพ สันติวิธี ธรรมะทางสังคม และการพัฒนา กล่าวคือ บุคคลและสังคมจะพ้นมีความสุข พ้นจากความทุกข์ยากและพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืนจะต้องประกอบขึ้นด้วย การที่บุคคลมีสิทธิส่วนตัวที่จะกระทำในในสิ่งที่ทำ ซึ่งจะเกิดประโยชน์มากกว่าที่จะต้องถูกสั่งหรือบังคับให้ทำซึ่งการจะใช้สิทธิส่วนบุคคลได้เต็มที่นั้น เขาจะต้องมีอิสรภาพเสรีภาพในตนเองด้วย อย่างไรก็ดี หากถูกลิดรอนสิทธิและเสรี ภาพ วิธีการต่อสู้เรียกร้อง ควรเป็นไปอย่างสันติวิธี ซึ่งสิ่งที่จะประคองให้การต่อสู้เรียกร้องเป็นไปอย่างสันติ ไม่เบียดเบียนกัน หรือที่เรียกว่า อวิหิงสา เช่นเดียว -กับวิธีที่คานธีเคยใช้ได้ผลนั้น ผู้เรียกร้องจะต้องมีธรรมะ คือ เรียกร้องในขอบเขตที่เหมาะสม และผู้ถูกเรียกร้องก็จะต้องมีธรรมะหลงเหลืออยู่บ้างเพื่อข้อที่เรียกร้องโดยสันติจะได้รับการนำมาพิจารณาทบทวน ตัดสินใหม่ หรือนำไปสู่การแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

อาจารย์ป๋วยเชื่อว่า สังคมจะเจริญรุ่งเรืองได้จะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ประการคือ ประการแรก สมรรถภาพ ซึ่งหมายถึงความสามารถที่จะทำให้เกิดประโยชน์ทางวัตถุ ทางปัญญา และทางธรรม ประการที่สอง อิสรภาพเสรีภาพ หมายถึง การมีชีวิตที่อิสระทำสิ่งใดได้ตามปรารถนา ประการที่สาม ความยุติธรรม หมายถึง สังคมจะต้องมีความยุติธรรม มีความเสมอภาคต่อกัน มิฉะนั้น สังคมจะอยู่ไม่ได้เพราะคนจะไม่สามัคคีกัน และประการที่สี่ คนในสังคมจะต้องมีความเมตตากรุณาให้แก่กันและกัน รู้จักช่วยผู้อื่นที่เดือดร้อนและตนเองอยู่ในฐานะช่วยได้ การที่เห็นผู้อื่นทุกข์ยากเดือดร้อน แล้วนิ่งดูดาย ไม่คิดช่วยเหลือ จะถือว่า ขาดทั้งความเมตตา และกรุณา

ในด้านแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาชนบทนั้น อาจารย์ป๋วยได้เสนอความคิดเห็นว่า การพัฒนาชนบทจะเกิดประโยชน์แก่คนหมู่มากเนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาคชนบท ทั้งนี้ การพัฒนาจะสัมฤทธิผลเมื่อบรรลุเป้าหมาย 3 ประการคือ (1) รายได้ชาวชนบทเพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าพึงพอใจ (2) ความจำเริญของรายได้ชนบทจะต้องเป็นไปโดยมั่นคงและมีเสถียรภาพ และ ( 3) ชาวชนบท สามารถพึ่งตนเองได้และสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ดี ในกระบวนการพัฒนาย่อมจะเกิดปัญหาและอุปสรรคขึ้นเสมอ ซึ่งโดยทั่วไป ปัญหาที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างๆ คือ คน เทคโนโลยี วัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา ขนบจารีตประเพณี กลไกรัฐ ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม แต่สำหรับประเทศไทยและประเทศด้อยพัฒนาอื่นๆ อาจารย์ป๋วยเห็นว่า มีอุปสรรคที่จะต้องฝ่าฟันเพื่อให้การพัฒนาชนบทบรรลุเป้าหมายหลายประการ เช่น การมีลูกมาก การพัฒนาแบบฉาบฉวย การทำลายสิ่งแวดล้อม การใช้วิทยาศาสตร์ไร้ทางที่ผิด การบริหารราชการขาดสมรรถภาพ และการละเลยต่อการศึกษา

อาจารย์ป๋วยยอมรับบทบาทภาครัฐที่มีต่อการพัฒนา และได้เสนอความคิดเห็นว่า รัฐควรมีหน้าที่รับผิดชอบต่อพลเมืองและต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ได้แก่
(1)รักษาความสงบเรียบร้อย
(2)บริหารราชการที่ดีมีประสิทธิภาพในทุกด้านและเห็นอกเห็นใจราษฎร
(3)จัดบริการขั้น พื้นฐานที่ดี ส่งเสริมการเกษตร และอบรมด้านอุตสาหกรรม
(4)มีนโยบายสร้างสรรค์และส่งเสริมการประกอบอาชีพ
(5)เฉลี่ยรายได้ให้ทั่วถึงกันด้วยวิธีการคลังและสังคมสงเคราะห์
(6)มุ่งงานพัฒนาโดยเน้นให้ประโยชน์แก่คนยากไร้ และ
(7)ลงทุนสร้างทรัพยากรมนุษย์ทั้งด้านโภชนาการ การศึกษา และสุขภาพอนามัย

การส่งเสริมโอกาสในการประกอบอาชีพแก่คนไทยนั้น อาจารย์ป๋วยเห็นว่า ควรสนับสนุนการผลิตโดยวิธีกรรมที่ใช้คนมาก ใช้เครื่องจักรน้อย และวิธีการผลิตที่เหมาะสมกับภาวะของประเทศ นอกจากนี้ ควรสนับสนุนงานสาธารณประโยชน์ในชนบทซึ่งรวมทั้งการป้องกันและบำรุงรักษาสิ่งแวดล้อม

จากแนวคิดของอาจารย์ป๋วยในเรื่องเศรษฐกิจ จะเห็นว่า ครอบคลุมทั้งส่วนชนบทหรือชุมชนไปจนถึงระดับชาติ ขณะที่ท่านให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจกของบุคคล ท่านก็เห็นว่า บุคคลจะ ต้องมีหน้าที่ต่อตนเองและต่อสังคมไปด้วยในเวลาเดียวกัน และในการพัฒนาเศรษฐกิจ ท่านก็ให้ความสำคัญแก่คนเป็นเบื้องต้น คือ ควรใช้เทคโนโลยีที่ใช้แรงงานมากเพื่อดูดซับแรงงาน ไม่ให้เกิดการว่างงาน การอยู่ร่วมกันในสังคมที่ควรจะมีเมตตากรุณาต่อกัน ใช้สันติวิธีต่อกัน ล้วนเป็นกระ บวนการทางสังคมของชุมชนไทยมาแต่อดีตทั้งสิ้น นอกจากนี้ การที่ท่านเห็นว่าการพัฒนาชนบทมีความสำคัญเพราะประชากรส่วนมากอยู่ในชนบท ซึ่งประชากรเหล่านี้จะได้รับประโยชน์ ก็นับเป็นการปูทางความคิดให้ผู้บริหารเศรษฐกิจของไทยในระยะต่อมาได้เหลียวมามองภาคชนบทบ้างว่า มีความเป็นอยู่อย่างไร อะไรเป็นปัญหา และจะแก้ไขปัญหาอย่างไร สิ่งที่พอใจโดยไม่ก่อปัญหาสังคม จะทำให้เขาทำอะไรด้วยใจรักหรือโดยสมัครใจและเห็นคุณค่า



พุทธทาสภิกขุ
สมณะโพธิรักษ์
ศ.นพ.ประเวศ วะสี
อี.เอฟ.ชูมาเกอร์
พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต)
นักคิดกลุ่มสภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา
ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
ศ.ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา
ศ.เสน่ห์ จามริก
ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน
อ.พิทยา ว่องกุล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

 
แนวคิดพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจในระดับประเทศ
พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook