บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา >>

วิวัฒนาการของโลกและสิ่งมีชีวิต

วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต

การขยายพันธุ์นับเป็นกระบวนการที่ทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถดำรงลักษณะเดิมอยู่ได้ และมีวิวัฒนาการต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยสภาพสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันและอนาคตเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดเส้นทางในวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ได้มีนักวิทยาศาสตร์หลายท่านศึกษาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตกำหนดขึ้นเป็นทฤษฎีหลักการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต

ทฤษฎีที่สนับสนุนหลักการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต

นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามศึกษาค้นคว้าการกำเนิดของสิ่งมีชีวิต และการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตในรูปแบบของวิวัฒนาการ โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นผลจากการทำงานร่วมกันระหว่างกรรมพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม โดยมีทฤษฎีสนับสนุนวิวัฒนาการดังนี้

  1. ทฤษฎีลามาร์ค ได้เสนอทฤษฎีการใช้และไม่ใช้ (Theory of use and disuse) และทฤษฎีการถ่ายทอด โดยกล่าวว่า อวัยวะที่ไม่ใช้เลยและไม่มีประโยชน์จะค่อยๆ ลีบและหายไปในที่สุด อวัยวะที่ใช้มากจะเจริญเติบโตเพื่อเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับงานนั้น ๆ เขายกตัวอย่างยีราฟซึ่งมีคอยาวได้ เพราะพยายามยืดคอไปกินยอดไม้สูง และนกกระยางมีขายาวเพราะพยายามยกลำตัวให้พ้นน้ำ และการเปลี่ยนแปลงอวัยวะดังกล่าวสามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ไปสู่ลูกหลานได้
     
  2. ทฤษฎีไวส์มัน ไวส์มันได้พิสูจน์ทฤษฎีที่โต้แย้งกับทฤษฎีลามาร์ค โดยได้ทดลองตัดหางหนูให้สั้นลงติดต่อกันหลายรุ่น พบว่าหนูรุ่นสุดท้ายยังคงมีหางยาวอยู่ จึงได้ตั้งทฤษฎีการถ่ายทอดลักษณะต่อเนื่องจากเซลล์สืบพันธุ์ (Germ plasm) โดยกล่าวว่า เซลล์อื่นของร่างกายมิได้เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดลักษณะไปสู่ลูกหลาน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีบางสถานการณ์ที่ทฤษฎีของลามาร์คดูเหมือนจะถูกต้อง เช่น การเกิดมะเร็งบางชนิดซึ่งสามารถถ่ายทอดสู่ลูกหลานได้ หรืองูที่มีการลดรูปของระยะทางทำให้เคลื่อนที่โดยการเลื้อยได้ดีขึ้น ดังนั้นทฤษฎีของลามาร์คจึงยังคงอยู่เพื่อท้าทายการพิสูจน์ต่อไป
     
  3. ทฤษฎีของดาร์วิน ชาร์ลส ดาร์วิน นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ออกเดินทางรอบโลกไปกับเรือบีเกิล (HMS Beagle) เมื่ออายุเพียง 22 ปี ภาระกิจสำคัญของเรือบีเกิลก็คือการทำแผนที่ทวีปอเมริกาใต้ และวัดเส้นรอบวงโลก ส่วนชาร์ลส ดาร์วินได้รับมอบหมายให้เก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิตส่งกลับไปยังเฮนสโลว์ที่อังกฤษ และบันทึกทุกสิ่งที่เขาเห็น ดาร์วินสังเกตเห็นความหลากหลายมากมายมหาศาลของสิ่งมีชีวิตในทวีปอเมริกาใต้ ตั้งแต่ในป่าอะเมซอนในบราซิล ทุ่งหญ้าในอาร์เจนตินา และบนเทือกเขาแอนดีสสูงเสียดฟ้า ดาร์วินตื่นเต้นมากกับสัตว์ที่เขาพบบนหมู่เกาะกาลาปากอส ซึ่งอยู่ห่างจากแผ่นดินทวีปอเมริกาใต้ไปทางตะวันตกประมาณ 900 กิโลเมตร สัตว์บางชนิดไม่พบที่อื่นใดในโลกเลยนอกจากบนหมู่เกาะแห่งนี้

    ในระหว่างที่ศึกษาธรรมชาติในหมู่เกาะกาลาปากอส ดาร์วินพบนกฟินช์ (finches) ถึง 14 ชนิด ในขณะที่บนแผ่นดินใหญ่เขาพบเพียง 1 ชนิด และทั้งๆที่หน้าตาดูคล้ายคลึงกัน แต่ขนาด ลักษณะของจงอยปาก และอาหารที่มันกินกลับแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด และนกฟินช์บางชนิดก็อาศัยอยู่แต่เฉพาะบางเกาะ หรือ 2 - 3 เกาะที่อยู่ใกล้เคียงกัน เขาสงสัยว่ามันเป็นนกที่พลัดหลงมาจากแผ่นดินใหญ่เพียงไม่กี่ตัว และกระจายพันธุ์ พร้อมๆกับการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะชนิดอาหารที่มีไม่เหมือนกันบนแต่ละเกาะ จนกระทั่งมีลักษณะแตกต่างกันออกไป



    ดาร์วินเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตมีความหลากหลายตามธรรมชาติ และปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น ปริมาณอาหาร และน้ำที่จำกัด ทำให้สิ่งมีชีวิตตัวที่เหมาะสมเท่านั้นที่จะมีชีวิตอยู่รอด และถ่ายทอดลักษณะที่เหมาะสมนั้นไปสู่ลูกหลาน ดาร์วินเรียกกระบวนการที่ทำให้เกิดความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตนี้ว่า “ การคัดเลือกโดยธรรมชาติ ”

    หนังสือของดาร์วินไม่ได้เป็นหนังสือเล่มแรกที่พยายามอธิบายวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต แต่หนังสือและทฤษฎีของดาร์วินเป็นที่น่าเชื่อถือมากที่สุด เพราะดาร์วินสามารถอธิบายกระบวนการวิวัฒนาการได้อย่างชัดเจน ด้วยตัวอย่างสิ่งมีชีวิตจากการเก็บสะสมของเขา ทฤษฎีของดาร์วินขัดกันอย่างสิ้นเชิงกับแนวคิดทางศาสนา เพราะดาร์วินแสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไปจากบรรพบุรุษ และนำไปสู่ความคิดที่ว่าบรรพบุรุษของมนุษย์เองก็ไม่ได้มีหน้าตาอย่างที่เห็นในปัจจุบันมาตั้งแต่แรกเริ่ม
     
  4. ทฤษฎีวิวัฒนาการสมัยใหม่ของเมลเดล แม้ว่าดาร์วินและคนอื่นๆ จะสังเกตเห็นความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต แต่ดาร์วินไม่สามารถอธิบายได้ว่าความหลากหลายนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร บุคคลแรกที่ไขปริศนานี้ คือ เกรเกอร์ เมนเดล (Gregor Mendel) พระชาวออสเตรีย ซึ่งเริ่มทำการทดลองผสมพันธุ์ถั่วในช่วงปี พ.ศ. 2399 – 2406 ( ค.ศ . 1856 – 1863 ) และได้พบว่ามีการถ่ายทอดลักษณะของพ่อแม่ผ่านไปยังลูกด้วยสัดส่วนที่คงที่ เมนเดลเชื่อว่า วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจะเกี่ยวพันกับความหลากหลายของหน่วยพันธุกรรมซึ่งเกิดการรวมตัวจับคู่กัน หรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของหน่วยพันธุกรรม เมนเดลไม่ได้เป็นผู้พบสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ แต่เขาทำนายว่าน่าจะมีบางสิ่งบางอย่างที่สามารถส่งผ่านลักษณะของบรรพบุรุษไปยังลูกหลานได้ น่าเสียดายทการค้นพบของเมนเดลไม่เป็นที่แพร่หลายจนกระทั่งในอีกเกือบ 50 ปีต่อมาภายหลังจากที่เมนเดลเสียชีวิตไปแล้ว

สมมติฐานการเกิดสุริยจักร
สมมุติฐานดวงดาวชนกัน (Planetesimal hypothesis)
ทฤษฎีร่วมสมัย (Contemporary Theory)
วิวัฒนาการของโลก
วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
วิวัฒนาการของมนุษย์
เผ่าพันธุ์มนุษย์ (Race of Mandkind)
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook