บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์

การพัฒนาความเป็นมนุษย์ ด้วยประสาทสุนทรียศาสตร์และ DICECS Cycle

นายแพทย์อุดม เพชรสังหาร

 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8

8

“รักลูก” ได้ประมวลพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติของเด็ก และจัดให้เป็นหมวดหมู่ พร้อมกับตั้งชื่อว่า 8 ส. หรือ 8 Natural Potentials for Learning (NPL) ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบต่างๆ ดังรูป
 

ทั้งหมดคือธรรมชาติของเด็กๆ ที่ “รักลูก” รวบรวมได้จากการสังเกตเด็กที่มาเรียนรู้ที่พิพิธภัณฑ์เด็ก กรุงเทพมหานคร แต่พฤติกรรมเหล่านี้มักจะหายไปเมื่อเด็กโตขึ้น หรือเมื่อเข้าโรงเรียน สาเหตุสำคัญก็คือกระบวนการหล่อหลอมจากทั้งพ่อแม่ ครู และสังคม

กระบวนการที่ไม่เน้นการแสวงหาความรู้ แต่เน้นการป้อนความรู้
กระบวนการที่เน้นคำตอบ มากกว่าวิธีการแสวงหาคำตอบ
กระบวนการที่เน้นคำตอบเดียวที่ถูกต้อง มากกว่าการแสวงหาคำตอบใหม่ๆ สำหรับคำถามเดิมกระบวนการที่เน้นการสอนให้เชื่อ มากกว่าสอนให้คิด ซึ่งในที่สุด 8 ส. ก็อ่อนพลังลง และเลือนหายไปในที่สุด

จากปัญหาที่พบ จากประสบการณ์และความรู้ที่มีอยู่ “รักลูก” ได้สังเคราะห์ DICECS Cycle ขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับกระตุ้นให้ 8 ส. เกิดการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งประกอบด้วย

D: Driving Force

การกระตุ้นความอยากรู้ เป็นการจุดพลังการเรียนรู้ให้เกิดกับผู้เรียน นี่คือจุดเริ่มต้นของกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งอาจทำได้โดยการตั้งคำถามที่ท้าทาย การเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ เพื่อสร้างแรงจูงใจ หรือแรงบรรดาลใจให้ผู้เรียนอยากรู้ อยากแสวงหาต่อ

กรณีของ Dr. Johanna Shapiro ที่นำเอางานวรรณกรรมมาสอนจริยธรรมให้กับนักศึกษาแพทย์ เธอใช้เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนไข้เป็นตัวสร้าง Driving Force เพราะเรื่องแบบนี้มันมีความหมายกับผู้เรียนซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์อยู่แล้ว

จากนั้นเธอก็ตั้งคำถาม และเปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงทัศนะของตนเองออกมา ซึ่งในที่สุดนักศึกษาแพทย์ก็สามารถค้นพบความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกของเพื่อน และนำมาสู่ความเข้าใจและเห็นใจซึ่งกันและกันในหมู่ผู้เรียน(Empathy) และสิ่งนี้ก็จะถูกถ่ายโอน(Transfer) ไปยังผู้ป่วยในที่สุด

สิ่งที่จะต้องระลึกอยู่เสมอก็คือ “คำถามสำคัญกว่าคำตอบ” ถ้าคำถามมีพลัง มันจะขับเคลื่อนผู้เรียนให้เดินไปสู่คำตอบเอง

I: Inquiring Process
กระบวนการแสวงหาคำตอบ เมื่อมีความอยากรู้ ก็ต้องได้รู้ การสนับสนุนให้ผู้เรียนได้แสวงหาข้อมูลเพื่อตอบสนองความอยากรู้ของเขา ไม่ว่าจะเป็นการค้นคว้าจากตำรา ห้องสมุด อินเตอร์เน็ต การสัมภาษณ์ผู้รู้

C: Crystallization (1)
การตกผลึกความรู้ คือการที่ผู้เรียนได้นำข้อมูลที่ตนเองได้ไปแสวงหามา มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และตกผลึกเป็นความรู้ของตนเอง สำหรับเด็ก สิ่งที่เด็กตกผลึกออกมาอาจจะไม่ถูกต้อง แต่การได้ข้อมูลเพิ่มเติม การได้ข้อมูลใหม่จะทำให้เด็กสามารถสังเคราะห์ความรู้ที่ถูกต้องได้เองในที่สุด ต้องใจเย็นเพราะเรากำลังสอนให้เด็กรู้จักการตกผลึกความรู้ด้วยตัวของเขาเอง

E: Expand Experience

การขยายประสบการณ์และความรู้ ความรู้ที่ได้มาอาจเป็นความรู้เชิงทฤษฎี การเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดสอบด้วยการปฏิบัติ ด้วยการแลกเปลี่ยน ถกอภิปรายกับผู้อื่น จะช่วยให้เขามีความเข้าใจลึกซึ้งมีความแตกฉานมากยิ่งขึ้น คุณธรรม และ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นความรู้เชิงทักษะ การเรียนรู้คุณธรรมโดยทฤษฎี หรือการใช้ปัญญาวิเคราะห์ (Cognitive Approach) ไม่สามารถทำให้ผู้เรียนเกิดคุณธรรมที่มีคุณภาพอย่างสมบูรณ์ได้

C: Crystallization (2)

เป็นการตกผลึกอีกครั้ง หลังจากที่ได้ขยายความรู้ของตนเองผ่านทางประสบการณ์แล้ว

S: Skill & Knowledge Accumulation

การสั่งสมของความรู้ และประสบการณ์ หากท่านพิจารณาแผนผังที่แสดง DICECS Cycle กับ 8 ส. จะพบว่า DICECS Cycle คือวงล้อพลังที่จะหมุนให้ 8 ส. เกิดการเคลื่อนไหว ทำให้เกิดความสงสัย เกิดการสำรวจ สังเกต สัมผัส ต่อไปเรื่อยๆ เมื่อวงจรนี้หมุนอย่างไม่สิ้นสุด ผลที่ผู้เรียนจะได้ก็คือความรู้ที่สั่งสมขึ้นเรื่อยๆ และความชำนาญในทักษะต่างๆ ของการแสวงหาความรู้ และการสังเคราะห์ความรู้ จะประยุกติ์ DICECS Cycle เข้ากับการสอนคุณธรรมด้วยสุนทรียศาสตร์ หรือการสอนวิชาอื่นๆ ได้อย่างไร

ผู้เขียนได้ยกตัวอย่าง Dr. Johanna Shapiro ไปแล้วว่า เธอใช้วรรณกรรม และงานศิลปะที่มีเนื้อหาเกี่ยวพันกับผู้เรียนและคุณธรรมที่ผู้เรียนควรจะมี และใช้การตั้งคำถามเพื่อท้าทายให้ผู้เรียนเกิดการค้นหาตัวเอง โดยยึดเอาความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตนเองเป็นเป้าหมายของการค้นหา และการเกิดกรอบของความคิด ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติที่ดีงามต่อผู้ป่วย

จากตัวอย่างนี้ครูสามารถนำมาประยุกติ์ได้ โดยการเลือกวรรณกรรมหรืองานศิลปะ หรือภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาทำให้เกิดความประทับใจ สะเทือนใจ และนำไปสู่การเกิดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น(Empathy) ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของคุณธรรมและจริยธรรมได้ ในเนื้อหาวิชาอื่นๆ ครูสามารถใช้การตั้งคำถามมาเป็นตัวจุดชนวนความอยากรู้ และนำไปสู่การแสวงหาคำตอบเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจในเนื้อหาวิชาได้

โรงเรียนนายเรือแห่งสหรัฐอเมริกา สอนวิชากฎหมายโดยการนำเอาคดีตัวอย่างมาเป็นโจทย์ ให้นักศึกษาหาคำตอบว่า ถ้าพวกเขาเป็นผู้พิพากษา พวกเขาจะตัดสินคดีนี้อย่างไร ด้วยเหตุผลอะไร และกฎหมายมาตราใด จากนั้นนักศึกษาก็มีหน้าที่ไปค้นกฎหมายเพื่อมาประกอบเป็นคำตัดสินของตัวเอง และนำมาอภิปรายในชั้นเรียน ด้วยวิธีการแบบนี้จึงทำให้นักศึกษามีความเข้าใจในเจตนารมณ์ของกฎหมาย รวมทั้งวิธีการใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง และสามารถจำตัวบทกฎหมายได้อย่างแม่นยำ

ส่วนเรื่องความคิดสร้างสรรค์นั้น หัวใจของมันคือความสงสัย ถ้านักเรียนไม่สงสัยว่าทำไม 1 บวก 1 จึงต้องเป็นสอง เป็นอย่างอื่นได้หรือไม่ ก็แปลว่าเรายังไม่สามารถบ่มเพาะคนที่มีจิตพร้อมที่สร้างสรรค์ได้ หัวใจของ DICECS Cycle คือการตั้งคำถาม ดังนั้นจึงสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้อยู่แล้ว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook