บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ประชาธิปไตยกับการเมืองไทย

เหตุการณ์หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475
กลไกของรัฐตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
การปฏิรูปสภาผู้แทนราษฎร
การปฏิรูปวุฒิสภา
การปฏิรูปกระบวนการนิติบัญญัติ
การปฏิรูประบบราชการ
ศาลปกครอง
ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา

การปฏิรูประบบราชการ

การปฏิรูปราชการส่วนกลางและภูมิภาค
1) รัฐธรรมนูญมาตรา 230 ได้เปิดช่องให้มีการจัดตั้ง รวม โอน หรือยุบกระทรวง ทบวง กรม ได้ โดยการตราพระราชกฤษฎีกาแทนที่จะเป็นการตราพระราชบัญญัติ นั่นก็หมายความว่ารัฐบาลจะมีความคล่องตัวในการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม มากขึ้น กระทรวง ทบวง กรมใดที่รัฐบาลเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องดำรงอยู่ต่อไปไม่ว่าจะเป็นเพราะความจำเป็นของสถานการณ์ที่หมดไป ไม่ว่าจะเป็นเพราะรัฐบาลโอนอำนาจหน้าที่ดังกล่าวไปให้หน่วยงานอื่นที่มิใช่ กระทรวง ทบวง กรม ควรจะไปอยู่รวมกับกระทรวง ทบวง กรมอื่น รัฐบาลก็สามารถดำเนินการได้เช่นเดียวกัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่รัฐบาลประสงค์จะตั้งหน่วยงานใหม่ เช่น กระทรวงจราจร กระทรวงสิ่งแวดล้อม กระทรวงสตรีเด็กและเยาวชน อันเป็นนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา รัฐบาลก็สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีสอดคล้องกับสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น

2) รัฐธรรมนูญยังบัญญัติถึงเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องอันมีผลต่อการปฏิรูประบบราชการส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เช่น

 

การปฏิรูปราชการส่วนท้องถิ่น
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ทำการปฏิรูปราชการส่วนท้องถิ่น 6 ประเด็นด้วยเช่นกัน

  1. โครงสร้าง มาตรา 258 บัญญัติให้
    - ท้องถิ่นทั้งหลายต้องมีองค์กร 2 องค์กร ได้แก่ สภาท้องถิ่น และฝ่ายบริหารท้องถิ่นซึ่งมีผลกระทบต่อสุขาภิบาลที่เดิมมีองค์กรพียงองค์กรเดียว คือ คณะกรรมการสุขาภิบาล
    - สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงเท่านั้น ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และเมืองพัทยา
    - ฝ่ายบริหารท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้งหรือความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขาภิบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล
    - วาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภาท้องถิ่น และฝ่ายบริหารท้องถิ่น ถือ 4 ปี ซึ่งมีผลกระทบต่อเทศบาล
     
  2. อำนาจหน้าที่ มาตรา 284 บัญญัติให้มีการกำหนดอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง โดยจะต้องคำนึงถึงการกระจายอำนาจเพิ่มขึ้นให้แก่ท้องถิ่นเป็นสำคัญนอกจากนี้ มาตรา 289 และ 290 ยังบัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น การจัดการศึกษาอบรม และการฝึกอาชีพตามความเหมาะสมและความต้องการภายในท้องถิ่นนั้น ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
     
  3. รายได้ มาตรา 284 บัญญัติให้มีการจัดสรรสัดส่วนภาษี และอากรระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคำนึงถึงภาระหน้าที่ของรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเองเป็นสำคัญ
     
  4. การบริหารงานบุคคล มาตรา 288 บัญญัติให้มีองค์กรบริหารงานบุคคลท้องถิ่นที่มีอยู่กระจัดกระจายเขาเป็นองค์กรเดียว เรียกว่า คณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) ซึ่งเท่ากับเป็นการยกเลิก ก.ก ก.ท. ก.จ. และ ก.สภ. นอกจากนี้ยังกำหนดโครงสร้างของ ก.ถ. ว่าจะต้องประกอบด้วย ผู้แทนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเท่าๆ กัน
     
  5. การให้ประชาชนมีส่วนรวมในการปกครองท้องถิ่นมากขึ้น ได้แก่ การให้ประชาชนถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นได้ (มาตรา 286) และการให้ประชาชนสามารถเสนอร่างกฎหมายท้องถิ่นได้ (มาตรา 287)
     
  6. การกำกับดูแล มาตรา 283 วรรค 2 บัญญัติเงื่อนที่รัฐจะไปกำกับดูแลท้องถิ่นให้เข้มงวดมากขึ้น การกำกับดูแลของรัฐจะต้องมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
    - ต้องทำเท่าที่จำเป็น
    - เพื่อการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น หรือประโยชน์ของประเทศเป็นส่วนรวม
    - จะกระทบถึงสาระสำคัญแห่งหลักการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นไม่ได้
    - จะกำกับดูแลนอกเหนือจากที่กฎหมายบัญญัติไว้มิได้

2. กลไกของรัฐในทางตุลาการ

การปฏิรูปโครงสร้างศาล
เดิมทีนั้นอาจจะกล่าวได้ว่า ประเทศไทยมีศาลเพียงศาลเดียว คือ ศาลยุติธรรมที่ทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาอรรคดี แม้จะมีศาลทหารแต่ก็เป็นศาลที่มีอำนาจหน้าที่อย่างจำกัด นอกจากนี้ ตุลาการรัฐธรรมนูญก็ยังมิใช่ศาลอย่างแท้จริง รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้จัดตั้งศาลใหม่ขึ้นอีก 2 ประเภท ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง คู่ขนานไปกับศาลยุติธรรม

ศาลรัฐธรรมนูญ

1) องค์ประกอบของศาลรัฐธรรมนูญ ตามาตรา 255 มี 15 คน มาจากผู้พิพากษาศาลฎีกา 5 คน ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด 2 คน ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ 5 คน และผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ 3 คน อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ยังไม่มีศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญจะประกอบด้วยตุลาการ 13 คน

2) อำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ คือ

(1) มาตรา 47 วินิจฉัยว่ามติหรือข้อบังคับของพรรคขัดรัฐธรรมนูญ
(2) มาตรา 63 วินิจฉัยกรณีบุคคลหรือพรรคการเมืองล้มล้างระบอบประชาธิปไตย อาจสั่งยุบพรรคได้
(3) มาตรา 96 พิจารณาคำร้องจากประธานสภาฯ ว่าสมาชิกผู้ใดขาดสมาชิกภาพ
(4) มาตรา 118 (8) พิจารณาคำร้องอุทธรณ์จาก ส.ส. ที่ถูกพรรคมีมติให้พ้นจากสมาชิกพรรค
(5) มาตรา142 พิจารณาคำร้องจากประธานรัฐสภา ว่ากรรมการการเลือกตั้งขาดคุณสมบัติ
(6) มาตรา 177วินิจฉัยกรณีเสนอร่างกฎหมายที่มีหลักการเดียวกันเข้ามาในรัฐสภาระหว่างการยับยั้ง
(7) มาตรา 180 วรรค 6-7 ส.ส. และ ส.ว. จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า ส.ส. ส.ว. และกรรมาธิการมีส่วนโดยอ้อม ในการใช้งบประมาณรายจ่ายหรือไม่
(8) มาตรา 198 พิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเสนอ
(9) มาตรา 219 วินิจฉัยว่าพระราชกำหนดขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
(10) มาตรา 262 วินิจฉัยว่าร่างกฎหมายที่ผ่านสภาแล้ว แต่ก่อนลงพระปรมาภิไธยผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตามที่สมาชิกรัฐสภาหรือนายกรัฐมนตรีเสนอ
(11) มาตรา 263 วินิจฉัยว่าร่างข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

(12) มาตรา 264 วินิจฉัยว่ากฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ตามที่ศาลส่งความเห็นมา เมื่อศาลเห็นเอง หรือคู่ความยกมาโต้แย้ง
(13) มาตรา 266 วินิจฉัยความเห็นที่องค์กรหรือประธานรัฐสภาส่งมากรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ
(14) มาตรา 315 พิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่กำหนดขึ้นใช้ก่อนมีกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. โดยมาใช้บังคับกับการเลือกตั้ง ส.ว.
(15) มาตรา 319 พิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของระเบียบที่คณะกรรมการการเลือก ตั้งกำหนดขึ้นใช้ก่อนมีกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(16) มาตรา 321 พิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของระเบียบ ป.ป.ป. อันจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. ก่อนมีกฎหมาย ป.ป.ช

 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook