บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

คลื่นพระราหู

         ดาวพระเคราะห์ ดาวฤกษ์ ซึ่งโคจรอยู่ในท้องฟ้าไม่ว่าใน ระบบสุริยจักรวาล หรือใน ระบบดาราจักร (กาแล็คซี่) จะไม่มีอำนาจอิทธิพลอะไรเลยต่อโลกของเรา เหมือนดังดาวพระเคราะห์ทั้งหลายที่โคจรไปด้วยความอ้างว้าง เปล่าเปลี่ยวเป็นวัตถุธาตุที่ตายด้านไม่มีชีวิตชีวา ถ้าปราศจาก “อากาศธาตุ” หรือที่เรียกว่า ชั้นบรรยากาศ ซึ่งแตกต่างกับ “ธาตุลม” ห่อหุ้มปกคลุมโลกของเราไว้ดุจดังเรือนกระจก ขนาดมหึมา พวงฤาษีในสมัยพระเวทซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ยุคแรกของโลก ได้แบ่งระบบชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกออกเป็น 3 ชั้น แต่ละชั้นสมมุติว่ามีจำนวน 11 องค์ครอบครองอยู่ รวมทั้งสิ้นเป็น 33 ชั้น เรียกว่า “ไตรตรึงเทพ” โดยมี พระอินทร์ ทรงช้างเอราวัณ 3 เศียร เป็นพาหนะเป็นใหญ่อยู่ในสวรรค์ชั้นบรรยากาศ ชาวอารยันนับถือว่าเป็นเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงษ์ ทรงเป็นบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์ตนจึงเรียกนามเชื้อชาติของตนว่า อินเดีย ทั้งยังเชื่อว่า พระอินทร์ มีผิวกายเป็นสีเขียว หรือสีคล้ำเข้ม คล้ายสีก้อนเมฆฝนในท้องฟ้า เมฆฝนตกลงมาเป็น น้ำฝน เพื่อหล่อเลี้ยงโลกให้เกิดความชุ่มฉ่ำมีความสมบูรณ์พูนสุขแก่สัตว์โลกฉันใด พระอินทร์ ก็สามารถ อวตาร ลงมาเป็นมนุษย์เพื่อช่วยปราบยุคเข็ญขจัดความชั่วร้าย ช่วยเหลือบ้านเมืองและประชาชน ให้พ้นจากความทุกข์ยากเดือดร้อน แม้ว่าพวงพราหมณ์ในสมัยต่อมาจะยกย่องเทพเจ้าที่ศาสนาพราหมณ์นิกายที่ตนนับถือ เช่น พระนารายณ์ พระศิวะ พระพรหม ว่าเป็นเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่า พระอินทร์ หรือ พระวิษณุ ทั้งยังอวตารมาเป็นมนุษย์เพื่อลบล้างความยิ่งใหญ่ของพระอินทร์ โดยไม่ทราบถึงรากฐานความเป็นมาของหลักอภิปรัชญายิ่งใหญ่แห่งโลกว่า แท้จริงแล้วสิ่งทั้งหลายล้วนแต่เป็นมายา การสมมุติให้ พระอินทร์ เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นฟ้า ก็เพื่อซุกซ่อนการค้นพบความจริงอันล้ำลึก ที่แผ่กระจายอยู่ในชั้นบรรยากาศที่นักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่เรียกว่า “ชั้นโทรโพสเฟียร์” ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ยประมาณ 15 กิโลเมตร

ชั้นบรรยากาศที่ พระอินทร์ หรือ ท้าวสหัสนัยไตรตรึงษา เป็นหัวหน้าของเทพเจ้าครอบครองเป็นใหญ่อยู่นั้น แท้จริงแล้วเป็นอากาศธาตุที่ประกอบด้วย ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนดั่งระบบธาตุในโลก และยังแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ชั้นบรรยากาศด้านที่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ในภาคกลางวัน วิชาโหราศาสตร์เรียกว่า “พระเกตุ” อันเป็นสาระสำคัญในการอธิบายความรู้ในเรื่อง คลื่นพลังชีวิต อีกส่วนหนึ่งเป็นชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก ด้านที่ไม่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ตลอดกาล วิชาโหราศาสตร์เรียกว่า “พระราหู” โลกคือพระราหู พระราหูคือโลกจริงเท็จอย่างไรหรือไม่นั้น ยากที่จะตัดสินได้ว่าอะไรถูกหรือผิดเพราะเป็นความคิดเห็นแต่ละบุคคลซึ่งไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่เป็นสัจธรรมก็คือโลกของเราต้องตกอยู่ใน ภาคกลางคืน เป็นระยะเวลา 12 ชั่วโมงในรอบ 1 วัน โลกในภาคกลางคืนนี่แหละคือ พระราหู ถ้าไม่มีโลกภาคกลางคืนเสียแล้ว ถึงแม้ว่าโลกของเรามีชั้นบรรยากาศห่อหุ้มอย่างพิเศษพิศดารขนาดไหน ก็คงไม่มีสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติเกิดขึ้นในโลกได้เลย พระราหู จึงอุปมาดังตัวการสำคัญที่บันดาลให้เกิดสิ่งมีชีวิตขึ้นในโลก หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไม่มีที่สิ้นสุด ฝ่ายโลกตระจึงประณาม และให้ฉายา พระราหูว่า เป็นมาร ส่วนฝ่ายโลกียะยกย่องว่าเป็นเทพบุตร ชาตินักเลงผู้ไม่เกรงกลัวเทวดาหน้าไหน ราชโอรสของกษัตริย์ศรีวิชัยพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้ามาราวิชโยตุงคะ มีชื่อเสียงเกรียงไกรอยู่ในประวัติศาสตร์ราชอาณาจักรทะเลใต้ ดังนั้นคำว่า ยักษ์ คำว่ามาร จึงไม่อาจไปจำกัดความว่า ดี หรือ ร้าย สุดแล้วแต่เป็นความเห็นฝ่ายใด เพราะว่าสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกอยู่ภายใต้ “ทวิภาวะ” คือแบ่งออกเป็น 2 ทาง 2 ขั้ว เสมอไปจนกว่าจะบรรลุปรมัตสัจธรรมเข้าถึงความเป็น หนึ่งเดียว ดังปรากฏหลักธรรม คำสอนอยู่ใน อภิปรัชญาสางขยะลัทธิ

 

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ยุคใหม่ และยานอวกาศทั้งไม่มีมนุษย์และมีมนุษย์ควบคุม ได้เดินทางไปสำรวจดาวพระเคราะห์และจักรวาลยืนยันตรงกันว่า ทุกชีวิตบนโลกต้องอาศัยบรรยากาศเพื่อการดำรงชีวิต เหนือบรรยากาศ ชั้นโทรโฟสเฟียร์ขึ้นไปในราว 45 กิโลเมตร หรือประมาณ 60 กิโลเมตร เหนือระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย เรียกว่าบรรยากาศ “ชั้นสตราโตสเฟียร์” ความเข้มของโอโซนซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตมากพอกับ น้ำ และอากาศหายใจ บางเบาจนสิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ แต่สิ่งมีชีวิตในโลกต้องพึ่งพาอาศัยโอโซน ช่วยดูดกลืน รังสีอุลตราไวโอเลต จากดวงอาทิตย์ไม่ให้เป็นอันตรายต่อโลก และยังรักษาอุณหภูมิบนชั้นบรรยากาศ และบนพื้นผิวโลกให้เป็นปกติด้วย ความรู้ที่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบเมื่อไม่กี่ร้อยปี พระฤาษีในยุคพระเวท ผู้รจนาคัมภีร์โหราศาสตร์ก็กล่าวถึงเรื่องราวของพระราหู ไว้ในตำนานชาติเวรแห่งดวงดาว และอธิบายให้เห็นถึงจุดบรรจบกันเอง ภาคพื้นโลกของมนุษย์กับ ภาคสวรรค์ของเทพบุตรเทพธิดา ณ จุดสูงสุดของชั้นบรรยากาศ อันถือว่าเป็นสถานที่เกิดเหตุซึ่ง พระราหูเทพบุตร ได้ก่ออาชญากรรมขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แห่งจักรวาล สืบสานต่อเนื่องมาเป็นซาตานในโลกมนุษย์

ภูมิหลังทางวิทยาศาสตร์ทำให้เรารู้ว่า บรรยากาศ “ชั้นสตราโตสเฟียร์” ซึ่งอยู่สูงไปจากพื้นผิวโลกประมาณ 60 กิโลเมตร เป็นชั้นบรรยากาศที่แห้งแล้งและไม่มีเมฆเลย คนโบราณรู้ได้อย่างไรว่าขอบเขตสุดท้ายของชั้นบรรยากาศ เคลื่อนที่ไปในรูปวงจรในลักษณะสวนทางกับการโคจรของดาวพระเคราะห์ทั้งปวง มีอาการสั่นไหวเป็นละลอกพริ้วไปดุจดังคลื่นในมหาสมุทรท่ามกลางความมืดมิด เรียกสิ่งมหัศจรรย์พันลึกนั้นว่า “คลื่นพระราหู”

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook