บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

ร้อยแก้วยุคแรกในสมัยรัตนโกสินทร์

สรณัฐ ไตลังคะ

ประวัติศาสตร์นิพนธ์: วาทกรรม ที่ “ประกอบสร้าง”
ประวัติศาสตร์เป็น “ศาสตร์” หรือ “ศิลป์”
แนวคิดของไวต์กับการศึกษาประวัติศาสตร์นิพนธ์ไทย
พงศาวดารกับขนบวรรณศิลป์ในวรรณกรรมไทย
การควบคุมอดีต: การสร้างความสัมพันธ์เชิงอำนาจ
เรื่องเล่าในพงศาวดาร: บันเทิงคดีร้อยแก้วยุคแรกของสมัยรัตนโกสินทร์
บรรณานุกรม

เรื่องเล่าในพงศาวดาร: บันเทิงคดีร้อยแก้วยุคแรกของสมัยรัตนโกสินทร์

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ กลการประพันธ์แบบ พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ(เจิม) มาจากไหน ความแตกต่างของการเล่าเรื่องในพงศาวดารทั้งสองเรื่องดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ได้มีการเปลี่ยนแปลงแนวการเขียนร้อยแก้วเกิดขึ้นแล้ว

ถ้าลองดูการฟื้นฟูวรรณกรรมในสมัยรัชกาลที่ 1 ก็จะพบว่า รัชกาลที่ 1 ได้มีพระราชดำรัสให้แปลหนังสือพงศาวดารจีน 2 เรื่องคือ ไซ่ฮั่นและสามก๊ก วัตถุประสงค์ในการแปลสามก๊กก็เพื่อให้เป็นตำราพิชัยสงคราม และในการแปลนั้นมุ่งแปลเอาความและพยายามเปลี่ยนสำนวนและวัฒนธรรมเหล่านั้นให้เป็นไทย สามก๊ก หรือ ไซ่ฮั่น เป็นพงศาวดารที่เป็นประเภทความเรียงที่มีการพรรณนารายละเอียด แตกต่างไปจากขนบการเขียนพงศาวดารของไทยแต่เดิม

การเขียนพงศาวดารแบบจีน (หรืออาจรวมถึงการแปลเรื่องราชาธิราชในสมัยเดียวกัน) น่าจะมีอิทธิพลต่อการเขียนพงศาวดารในสมัยกรุงธนบุรีต่อเนื่องกับต้นรัตนโกสินทร์เมื่อมีการชำระเอกสารทางประวัติศาสตร์ เพราะมีการขยายความด้วยบทสนทนาและมีการเปรียบเทียบคล้ายพงศาวดารจีน ดังที่ นิธิ เอียวศรีวงศ์ได้ตั้งข้อสังเกตในกรณีพระราชพงศาวดารฉบับพระพนรัตน์ว่าได้มีการเพิ่มเติมข้อความในเรื่องการศึกมาก และเห็นว่า “ดูเหมือนอิทธิพลจากสามก๊กจะแทรกเข้ามาไม่น้อยด้วย (เช่น การเจรจาขอดูตัว เป็นต้น) การถอยจากเมืองพิษณุโลกก็ทำกันอย่างมีระเบียบ เจ้าพระยาจักรีให้ทิ้งค่ายนอกเมืองมารบเมือง แล้วให้เอาพิณพาทย์ขึ้นตีบนกำแพงเป็นกลลวง (อิทธิพลสามก๊กเช่นกัน)”



ในตอนท้ายของงานเรื่องประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ในพระราชพงศาวดารอยุธยา นิธิ เอียวศรีวงศ์ สรุปว่าพงศาวดาร “ค่อนข้างแพร่หลายในบรรดาชนชั้นสูง”  ไม่ได้กระจายสู่คนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนบทความนี้เห็นว่า การเปลี่ยนวิธีการเขียนดังกล่าวน่าจะแสดงว่า ผู้ที่อ่านพงศาวดารนี้น่ามีความหลากหลายและมีจำนวนมากขึ้น จึงมีการเปลี่ยนแปลงแนวการเขียนเพื่อเชิดชูอุดมการณ์หนึ่งๆ และโน้มน้าวใจผู้อ่าน

ขอย้อนกลับไปที่แนวคิดของไวต์ที่กล่าวว่า ลักษณะการแต่งประวัติศาสตร์นิพนธ์จะเป็นอย่างไรนั้นอยู่ที่ขนบในการแต่งวรรณคดีของวัฒนธรรมนั้น ทำให้เกิดข้อคิดว่า บันเทิงคดีร้อยแก้วในสมัยรัชกาลที่ 1 ที่ไม่ใช่งานแปลนั้น แท้ที่จริงน่าจะได้พัฒนาขึ้นแล้ว แต่ที่ดูเหมือนยังไม่ปรากฏนั้นเพราะนักอ่านสมัยใหม่มุ่งที่จะหางานเขียนที่สามารถแยกประเภทเป็นบันเทิงคดีแท้ๆ

หากเราไปดูร้อยแก้วที่เขียนในสมัยกรุงธนบุรีและต้นรัตนโกสินทร์ ก็จะเห็นได้ว่ามีวิธีการเล่าเรื่องที่ผูกโยงเรื่องได้น่าสนใจ เช่น วิธีการเล่าเรื่องในจดหมายความทรงจำ กรมหลวงนรินทรเทวี (เจ้าครอกวัดโพ) ที่เล่าเหตุการณ์ในสมัยกรุงธนบุรี ขอยกตัวอย่างตอนที่กล่าวถึงเจ้าประทุมฟ้องพระเจ้ากรุงธนบุรีว่าหม่อมฉิมและหม่อมอุบลเป็นชู้กับฝรั่งที่เข้ามาไล่หนูในที่ประทับ พระองค์โปรดให้ลงโทษประหารชีวิต แต่หลังจากนั้นก็ทรงอาลัยและมีพระประสงค์จะ “ตายตามหม่อมอุบล” มีการบรรยายความเป็นมาของเหตุการณ์ได้อย่างละเอียด รวมทั้งแสดง “บทพูด” ถือได้ว่าเป็นการผูกเรื่องราวได้น่าสนใจมาก ดังนี้

วิบัติหนูกัดพระวิสูตร์ รับสั่งให้ชิตภูบาลชาญภูเบศ ฝรั่งคนโปรดทั้งคู่ให้ เข้ามาไล่จับหนูใต้ที่เสวยในที่ด้วย เจ้าประทุมทูลว่าฝรั่งเปนชู้กับหม่อมฉิมหม่อมอุบล กับคนรำสี่คนเปนหกคนด้วยกัน รับสั่งถามหม่อมอุบลไม่รับ หม่อมฉิมว่ายังจะอยู่เป็นมเหษีคี่ซ้อนฤามาตายตามเจ้าพ่อเถิด รับเปนสัตย์หมด ให้เฆี่ยนเอาน้ำเกลือรดทำประจานด้วย แสนสาหัสประหารชีวิตร์ผ่าอกเอาเกลือทา ตัดมือตัดเท้าสำเร็จโทษเสร็จแล้ว ไม่สบายพระไทยคิดถึงหม่อมอุบล ว่ามีครรภ์อยู่สองเดือน ตรัสว่าจะตายตามหม่อมอุบล ว่าใครจะตายกับกูบ้าง เสมเมียกรมหมื่นเทพพิพิธว่าจะตามเสด็จ หม่อมทองจันทร์ หม่อมเกษ หม่อมลาสั่งบุษบาจะตามเสด็จด้วย (นรินทรเทวี, กรมหลวง, 2546: 55)

เมื่อดูจากตัวอย่างข้างต้นก็จะเห็นลักษณะของเรื่องเล่าแบบร้อยแก้วในสมัยกรุงธนบุรีต่อต้นรัตนโกสินทร์ได้ ดังนั้น วิธีการเล่าเรื่องในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ซึ่งเขียนในเวลาต่อมา นอกจากจะแสดงว่ามีการพัฒนาสำนวนการเขียนให้ราบรื่นขึ้น (เช่น มีการเชื่อมโยงประโยค) ยังแสดงว่าได้เกิดแนวคิดในการสร้างโครงเรื่องซึ่งเป็นการนำเหตุการณ์มากมายที่กระจัดกระจายมาผูกเป็นโครงเรื่อง และเห็นได้อย่างชัดเจนจากการอภิปรายข้างต้นกรณีของเหตุการณ์การยึดอำนาจของพระเทียรราชาจากขุนวรวงศาธิราชและท้าวศรีสุดาจันทร์ นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายของวิธีการเล่าเรื่อง (การเปลี่ยนมุมมอง การสร้างบทสนทนา ฯลฯ) รวมทั้งที่สำคัญคือการใช้กลวิธีทางวรรณศิลป์ต่างๆ ในการเพิ่มรสในการอ่าน

ทั้งหมดนี้ทำให้ พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงว่าได้เกิดแนวการเขียนแบบบันเทิงคดีร้อยแก้วในสมัยรัชกาลที่ 1 แล้ว แต่ที่ดูเหมือนว่ายังไม่ปรากฏชัดเจนนั้นเป็นเพราะว่า ซ่อนตัว อยู่ในรูปของพงศาวดารนั่นเอง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook