บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>

การละเล่นไทย สร้างเสริมคุณธรรม

การเล่นในสมัยกรุงสุโขทัย
ว่าวหง่าว
โคเกวียน
การเล่นในสมัยกรุงศรีอยุธยา
มอญซ่อนผ้า
สะบ้า
ไม้หึ่ง
ลิงชิงหลัก
การเล่นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
วิ่งวัว
ตะกร้อ
ขี่ม้าส่งเมือง
กลองหม้อตาล
หม้อข้าวหม้อแกง

การเล่นในสมัยกรุงศรีอยุธยา

สมัยกรุงศรีอยุธยา ประชาราษฎรมีความเป็นอยู่อย่างเจริญรุ่งเรือง มีทรัพย์สินมั่งคั่ง สมบูรณ์เนื่องจากกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางการค้าทั้งภายในและต่างประเทศ ตัวเมืองตั้งอยู่ตรงที่แม่น้ำใหญ่ 3 สายมาบรรจบกันได้แก่ แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ประชาชนมีเวลาที่จะสนใจหาความสนุกร่าเริง โดยเฉพาะในหมู่สามัญชน ดังบทวรรณกรรมที่ว่า
“อยุธยาถาวรเปรมปรีดิ์ ทุกข์ภัยไป่มี สนุกนิแม้นเมืองสวรรค์ฯ” (สารคดีเพื่อความเข้าใจในแผ่นดิน. 2538 : 207)

การเล่นในสมัยอยุธยานิยมเล่นกันในงานประเพณีต่าง ๆ เช่น งานฉลองผ้าป่า งานฉลองกฐิน งานลอยกระทง และงานวันตรุษสงกรานต์ เป็นต้น ในวันตรุษสงกรานต์มีการเล่นพื้นเมือง เช่น สะบ้า มอญซ่อนผ้า ไม้หึ่ง และชักเย่อ (วีระ อำพันสุข. 2531 : 59) ส่วนการเล่น ที่ไม่มีเฉพาะเจาะจงว่า ต้องเล่นในงานพิธีหรืองานประเพณี แต่จะเล่นกันโดยทั่ว ๆ ไป ได้แก่ การเล่นว่าว การเล่นบาร์ การเล่นลูกช่วง และเล่นลูกหนัง (ฟรังชัวส์ อังรี ตุรแปง. 2530 : 72-73)

จากหลักฐานหนังสือ พระราชพิธีและประเพณีชาวบ้านของประยุทธิ์ สิทธิพันธ์ (2524 : 356) และจากบันทึกของปรังชัวส์ อังรี ตุรแปง ชาวฝรั่งเศส (2530 : 73) ที่เข้ามาเป็นนักสอนศาสนาในสมัยกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า การเล่นว่าวนิยมเล่นกันมากในหมู่เจ้านายชั้นสูงเท่านั้น ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากบริเวณราชธานีสมัยนั้นคับแคบ บ้านเรือนมีมากแต่อาณาเขตพระราชวังกว้างขวาง ประกอบกับสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีพระเจ้าอู่ทองได้ทรงตรากฎมณเฑียรบาลขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 1901 ห้ามประชาชนเล่นว่าวข้ามกำแพงพระราชวัง ประชาชนทั่วไปจึงไม่มีใคร กล้าเล่น อีกประการสำคัญสมัยโบราณนั้นกระดาษที่ใช้สำหรับปิดทำว่าวต้องสั่งมาจากต่างประเทศ ราคาแพงเพราะไม่ได้ผลิตเอง ชาวบ้านคงไม่สามารถซื้อหากระดาษมาใช้ปิดทำว่าวได้ ส่วนกระดาษข่อยหรือสมุดไทยนั้นมีความหนาเกินไปที่จะใช้ปิดทำว่าวได้

 

การเล่นว่าวรุ่งเรืองมากในสมัยพระเทพราชา อันเนื่องมาจากในขณะนั้นเจ้าเมืองนครราชสีมาเป็นกบฏ ทัพจากกรุงศรีอยุธยาจึงเข้าโจมตี แต่ได้รับการต่อต้านที่เข้มแข็งจึงไม่อาจ ตีเมืองนครราชสีมาให้แตกได้ พระเทพราชาจึงสั่งแม่ทัพให้ผูกหม้อดินแขวนไว้ที่สายป่านของ ว่าวจุฬาใหญ่ พร้อมกับจุดเพลิงชนวนล่ามไว้แล้วชักว่าวขึ้น คาดคะเนให้เมื่อชนวนติดถึงดินระเบิดแล้วให้ตกลงมาไหม้ในเมือง อันเป็นสาเหตุทำให้ตีเมืองนครราชสีมาได้สำเร็จ (สมบัติ จำปาเงิน. 2523 : 138) นอกจากนี้ยังมีว่าวที่ผูกตะเกียงและผูกเหรียญทองคำ เมื่อสายป่านขาด ประชาชน ก็แย่งกันตามเก็บ การเล่นว่าวในสมัยกรุงศรีอยุธยานิยมเล่นในเดือนอ้าย ซึ่งแตกต่างจากสมัย กรุงสุโขทัยที่นิยมเล่นในเดือนยี่ การเล่นว่าวเริ่มซบเซาลงไปในสมัยตอนปลายของกรุงศรีอยุธยา

สมัยกรุงศรีอยุธยามีการกล่าวถึงการเล่นที่ปรากฏในวรรณคดี เช่น ลิงชิงเสา และ ปลาลงอวน ไว้ในบทละครเรื่อง นางมโนห์รา (หอสมุดแห่งชาติ. 41-42) ซึ่งสันนิษฐานไว้ว่า ได้มีการแต่งบทละครเรื่องนี้ก่อนสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ดังบทที่ว่า

“เมื่อนั้น โฉมนวลพระพี่ศรีจุลา ว่าเจ้าโฉมตรูมโนห์รา มาเราจะเล่นกระไรดี
เล่นให้สบายคลายทุกข์ เล่นให้สนุกในวันนี้ จะเล่นให้ซนกันสักที เล่นกันให้สนุกจริงจริง มาเราจะวิ่ง
ลิงชิงเสา ข้างโน้นนะเจ้าเป็นแดนพี่ ข้างนี้เป็นแดนเจ้านี้ เล่นลิงชิงเสา เหมือนกัน ถ้าใครวิ่งเร็ว
ไปข้างหน้า ถ้าใครวิ่งช้าอยู่หลังนี้ เอาบัวเป็นเสาเข้าชิงกัน ขยิกไล่ผายผันกันไปมา
เมื่อนั้น โฉมนวลพระพี่ศรีจุลา บอกเจ้าโฉมตรูมโนห์รา มาเราจะเล่นปลาลงอวน
บังผุดสุดท้องน้องเป็นปลา ลอยล่องท่องมาเจ้าหน้านวล
จะขึงมือกันไว้เป็นสายอวนดักท่าหน้านวลเจ้าล่องมา ออกหน้าที่ใครจับตัวได้ คุมตัวเองไว้ว่าได้ปลา
เมื่อนั้น เอววรรณขวัญข้าวมโนห์รา เป็นปลาตะเพียนทองล่องน้ำมา คือดังพระยาราช
หงศ์ทอง ล่องเข้าในอวนชวนโห่ร้อง มี่ก้องในสระพระคงคา”

การเล่นหัวล้านชนกัน แข่งวัวเกวียน ชนแรด และจระเข้กัดกัน ปรากฏในวรรณคดีเรื่องสมุทรโฆษคำฉันท์ (พระมหาราชครู. 2518 : 16-17, 26) ดังบทที่ว่า

“จะเล่นหัวล้าน ทั้งสองหัวบ้าน คือหน้าผากผา
จะจำชนกัน คในสวภา จะดูหัวข้อ ทั้งสองใครแข็ง”
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

“จะเล่นวัวเกวียน ระเบียบชาวนา ประกวดกันมา
และเล่นเลวง”
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

“จะเล่นเฉลิงแรด ระเริงผัดแผด รริบนอผลา...”
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

“จะเล่นจระเข้ ฟันภกจริงเอ อันเขาลืมเพรง
เรียกท้าวพันวัง แลอ้ายนักเลง จะเปนเลบง
มันล่มสำรวล”

เนื่องจากกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีอยู่นานถึง 417 ปี จึงส่งผลให้การเล่นในสมัยนี้มีเป็นจำนวนมาก และได้ถ่ายทอดสืบเนื่องกันมาจนเมื่อกรุงศรีอยุธยาล่มสลายลง การเล่นต่าง ๆ ก็ตกทอดเป็นแม่แบบให้กับการเล่นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน การเล่นต่าง ๆ ยังคงพบเห็นเล่นกันในหมู่ชาวบ้านอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook