บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

ประวัติศาสตร์วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยมุสลิม
ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

อ.มะดาโอะ สุหลง : คณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
หน้าที่หลักของปลัดอำเภอประจำตำบลต้องรู้อะไรบ้าง

หน้าที่หลักของปลัดอำเภอประจำตำบลต้องรู้อะไรบ้าง

       เรื่องวัฒนธรรมของมุสลิมทางภาคใต้ อาจารย์เป็นมุสลิมคนหนึ่ง เมื่อเรามาอยู่ ณ ตรงนี้แล้ว มองจุดหมายเดียวกันเพื่อพัฒนาประเทศ เราก็ต้องไปในทิศทางเดียวกัน การที่เราจะทำอย่างไรให้นโยบายต่าง ๆ ที่ว่า หรือวิธีการที่จะนำนโยบายไปพัฒนาให้บรรลุผลตามเป้าหมายนั้น ในเรื่องของวัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะต้องศึกษาปัจจัยตัวหนึ่งในการพัฒนา ที่นี้เมื่อเราลงไปอยู่ภาคใต้ สิ่งแรกที่เราต้องปฏิบัติคือ เรื่องการข่าว ไปดูพื้นที่ ในเรื่องที่เราอยากจะได้จากชาวบ้าน อยู่แต่ละวิถีของคนที่จะสามารถทำอย่างไรถึงจะได้ใจชาวบ้าน วิถีชาวบ้านของชาวมุสลิม หลัก ๆ ของเขาคือ

  1. ละหมาดวันละ 5 เวลา เริ่ม 12.30 น. – 15.30 น. เป็นครั้งที่ 1 15.30 – 18.30 น. ครั้งที่ 2 18.30 – 19.30 น. ครั้งที่ 3 19.30 – 04.30 น. ครั้งที่ 4 04.30 จนถึงพระอาทิตย์ขึ้นของแต่ละวัน เป็นครั้งที่ 5 วิถีชีวิตของมุสลิม เราทำงานตั้งแต่ 08.30 น. – 12.00 น. พอบ่ายโมงเราก็ต้องเข้างาน ช่วงนั้นเขาก็ต้องไปทำพิธีอีก 1 ครั้ง เมื่อ 4 โมงเย็นเลิกงาน เขาก็ไปทำพิธี วิถีชีวิตของชาวมุสลิมส่วนใหญ่จะอยู่ที่บ้าน 18.00 – 19.30 น. เขาจะต้องทำพิธีก่อน 18.00 น. ช่วงเวลา18.00 น. ชาวบ้านมุสลิมเตรียมอาบน้ำ อาบท่า เพื่อประกอบพิธี นี้คือหลัก ๆ ซึ่งชาวมุสลิมจะต้องปฏิบัติ

    คำว่า “มุสลิม” กับ “อิสลาม” มีความแตกต่างกัน คนที่นับถือศาสนาอิสลามเราเรียกว่า มุสลิม

    เมื่อวิถีชีวิตเป็นอย่างนี้แล้ว สิ่งที่จะพัฒนาคือวิถีชีวิตหลัก ๆ เราจะพัฒนาอย่างไร สาเหตุด้วยจำกัดของเรื่องเวลา เราอยู่กรุงเทพฯ วิถีชีวิตการทำงานแตกต่างกันไป จากภาคกลางถึงภาคเหนือก็แตกต่างกันแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่แตกต่างคือ เรื่องของภาษา ส่วนใหญ่จะใช้ภาษาญาวี
     
  2. ความรู้ทางด้านภาษา ภาษาถิ่นของเขา วันหนึ่งคุณไปพบชาวบ้าน การศึกษาของชาวบ้านทางใต้ไม่ได้มีความรู้มาก และภาษาที่เขาพูดกันในปัจจุบันนี้ ก็คือ คนที่อายุ 30 ปี ขึ้นไป อย่าคิดว่าเขาพูดภาษาไทยได้ทุกคน พูดภาษาไทยได้ส่วนน้อยที่ท่านจะต้องพบ ได้ทราบว่ามีผู้ประสานงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็น คนท้องถิ่นและเพิ่งได้รับการอบรมไปเมื่อเร็ว ๆนี้เป็นเจ้าหน้าที่ปกครอง ท่านจะทำงานสะดวกขึ้น เพราะว่าท่านจะต้องใช้บุคคลเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์ ลงไปปฏิบัติหน้าที่แล้วต้องให้เขาประสานให้ดี เราควรอธิบายว่าเราจะลงไปปฏิบัติหน้าที่อย่างไร และไปพบใคร

    อาจารย์ได้ฝากข้อคิดไว้ว่า

    • โครงการอะไรที่ลงไปแล้วขอให้เกิดจริง ๆ เถอะ ให้เกิดผลลัพธ์จริง ๆ ให้ถึงรากหญ้า จริง ๆ ท่านจะต้องติดตาม อาทิเช่น เกษตรอำเภอที่นำต้นไม้ไปให้ชาวบ้าน ไม่ทราบว่าซื้อจากไหน เช่น ซื้อมา 15 บาท แต่ชาวบ้านซื้อต้นละ 3 บาท เท่านั้นเอง แล้วไปกองไว้ที่อำเภอ ให้ชาวบ้านไปรับ แสดงว่า ไม่ได้ศึกษาวิถีชาวบ้านจริง ๆ ชาวบ้านจะไปที่อำเภอก็ยังกลัวเลย ที่พูดนี้ไม่ได้ล้าสมัย แต่เป็นเรื่องจริง ชาวบ้านไม่กล้าไปรับหรอกหากไม่ไปส่งถึงที่บ้านจะดี

    • โดยเฉพาะวันศุกร์ เมื่อท่านลงไปปฏิบัติหน้าที่ท่านที่เป็นมุสลิมก็ง่ายหน่อย หากจะแจ้งข่าวสารอะไรให้กับชาวบ้าน อาจารย์แนะนำว่าเป็นวันศุกร์ดีที่สุด และกระจายไปทั่วถึงด้วย ท่านนำหนังสือราชการไปแปะที่ อบต. ชาวบ้านกับ จนท.อบต. เดินผ่านแล้วยังไม่อ่านเลย ท่านเป็นคนไทยนับถือศาสนาพุทธก็ไม่เป็นอะไร ท่านไปติดต่อกับโต๊ะอิหม่ามได้เลยว่า หลังจากเขาละหมาดแล้วขอพูดสัก 20 นาที ตามลานมัสยิดจะมีเวที ขอให้โต๊ะอิหม่ามแจ้งให้ชาวบ้านทราบด้วยเป็นวันที่ชาวบ้านส่วนใหญ่จะมา เพราะเราจะเห็นวิถีชีวิตของชาวมุสลิมว่า วันศุกร์เขาจะทำงานถึง 11 โมงเท่านั้นเอง

    อาจารย์ไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้วันศุกร์ไปบอกข่าว (ไม่เคยมี) เท่าที่อาจารย์เคยอยู่ทางภาคใต้ ชาวบ้านที่ออกมาส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าครอบครัว (ผู้ชาย) ช่วงที่เขาละหมาดเสร็จประมาณหนึ่งชั่วโมงถึงสองชั่วโมง ก่อนเขาจะไปเลี้ยงวัวให้กินหญ้า หากเลยบ่ายสามโมงไปแล้วอย่าไปนัดชาวบ้าน เพราะไม่ได้ประโยชน์ ช่วงวันศุกร์หลังละหมาด ชั่วโมงเดียว น่าจะนัดประชุมได้ ในมัสยิดที่ท่านดูแล จะได้ประโยชน์มาก ส่วนใหญ่จะไปพบชาวบ้านในช่วงเลือกตั้ง มาหาเสียงตามมัสยิดต่าง ๆ แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะฝ่ายปกครองไปแจกแจงหรือไปกระจายข่าว หรือไปบอกกล่าวว่ามีอะไรบ้าง ไปทำอะไรให้ชาวบ้านบ้าง ยังไม่เคยมีขนาดในตัวเมืองยังไม่เคยมีเลย ตามชนบทไม่ต้องพูดถึง เหล่านี้คือวิถีชีวิตที่เราจะต้องศึกษา
     
  3. ความรู้เรื่องวัฒนธรรม ถ้าเราอยากจะได้ชาวบ้านเราต้องกินเหนียว หรือ มาเกะบูโละ ไม่ว่าจะเป็นมุสลิมหรือไทยพุทธเราต้องไป เพราะว่าทางใต้เมื่อเรามองทางด้านข่าวแล้วเป็นการขัดแย้งใช่ไหมครับ จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่อย่างที่เราเห็นหรอก รู้ไว้ว่าต่างพื้นที่ในหมู่บ้านจะมีชาวไทยพุทธและชาวมุสลิม รั้วติดกันเลย เมื่อก่อนเป็นอย่างไรปัจจุบันก็เป็นอย่างนั้น แต่จะมีคนกลุ่มหนึ่งไปเผาวัดเมื่อคืนที่ผ่านมา หากไปเผามัสยิดพวกเราเอาด้วยก็เป็นเรื่องเลย เพราะฉะนั้นเมื่อเราลงไปปฏิบัติหน้าที่เราจะต้องามั่นคงว่านี้คือ ลักษณะของการไม่ให้แตกกัน แค่คนกลุ่มเดียวเท่านั้นเอง เนื่องจากที่นายกฯ ทักษิณพูด ทางภาคใต้ไม่ได้รับการดูแลมานานแล้ว อันนี้ถามว่าจริงไหม จริง อาจารย์ได้เติมว่า ทางภาคใต้ไม่ได้รับการดูแลมานานนมแล้ว ปล่อยให้ชาวบ้านเขาจัดการกันเอง พอตอนนี้ก็มาพูดกัน โดยเฉพาะพื้นฐานการศึกษา มีปัญหามาก ถามว่าจริงไหม จริงการศึกษาเปิดโอกาสได้น้อยมาก ไม่ใช่เราปิดแต่เขาจะส่งเสริให้ลูกหลานเขาเรียนน้อยมาก ทราบไหมว่า ช่วงปิดเทอม เด็กนักเรียนไปไหนกัน เขาไปอยู่กับพ่อแม่ที่สวนยาง พอเปิดเทอมลูกมาอยู่กับตาและยาย เพื่อเรียนหนังสือพอดีที่บ้านสอนกุรุอานให้แก่เด็ก ๆ ถามว่า ทำไมเด็กมาเรียนหนังสือจำนวนน้อยมาก เขาบอกว่าเด็กไปอยู่กับพ่อแม่ที่สวนยาง ที่ อ.ยะหาบ้าง อ.ธารโต บ้าง ส่วนใหญ่ไปอยู่ยะลา เด็กขาดโอกาสที่จะเรียนหนังสือ พอดีเด็กจบการศึกษาภาคบังคับก็ไปอยู่กับพ่อแม่ ไม่ได้เรียนหนังสือ 3 เดือน ทำให้ไม่ได้เพิ่มพูนความรู้อะไรเลย นี้คือวิถีชีวิตของเด็กที่นั่น เมื่อเติบโตขึ้นบางคนส่งให้ลูกไปเรียนปอเนาะ เพราะอะไรที่ส่งไปเรียนปอเนาะเพราะค่าใช้จ่ายไม่มี ไม่ต้องจ้างครูสอน ไม่ต้องเสียค่าหนังสือ เห็นไหมเขาจึงกำหนดให้ปอเนาะมีหลักสูตร เพราะเมื่อก่อนปอเนาะไม่มีหลักสูตร เรียนแบบวิถีชาวบ้าน ไม่มีการสอบประเมินผล เรียนไปโต๊ะครูบอกว่าคุณผ่านแล้วนะก็ขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

ปัจจุบัน ปอเนาะจะต้องมีหลักสูตรที่ชัดเจนว่า เด็กจบไปแล้วไปทำอะไรได้บ้าง อาทิเช่น การศึกษาปัจจุบันนี้ต้องบอกอย่างชัดเจนว่า คุณเรียนแล้ววิชาไหนที่ใช้ได้บ้าง ประเมินแต่ละวิชาเลย ยิ่งละเอียดไปอีก กลุ่มนี้ไปเรียนปอเนาะ 10 ปี จบมาก็นำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ถามว่าจะทำงานอะไรเพราะในประเทศไม่มี วิถีชีวิตของเขาก็เข้าไปอยู่ใน มาเลเซีย นี่คือที่เราบอกว่าสาเหตุมาจากอะไร มาจากตรงนี้แหละ ไปหางานที่มาเลเซีย เพราะงานใน 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ไม่มีงานให้เด็กวัยรุ่นทำ หากพวกท่านลงไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว ท่านจะพบกับวัยรุ่นที่อยู่บนแคร่ บนเบิก (ศาลา) เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่จับกลุ่มกันโดยไม่เกิดประโยชน์เลย บางคนไปทำงานที่มาเลเซียแล้วให้วีซ่าหนึ่งเดือน หลังจากนั้นก็อยู่แบบ หลบ ๆ ซ่อน ๆ พอถึงเวลาก็กลับมารวมตัวกันในวันฮารีมายอ ปัจจุบันนี้ หากบ้านไหนที่สร้างเป็นตึกสวย ๆ เป็นบ้านสองชั้น ลองไปหาข่าวดูว่า พื้นเพทำอาชีพอะไร ส่วนใหญ่แล้วไปทำงานที่มาเลเซียแล้วก็ส่งเงินมาที่บ้านประเทศไทย

หากคนไม่มีงานทำแล้ว ท่านจะนำกลุ่มวัยรุ่นตรงนี้ ทำอย่างไรจะทำให้เกิดผลลัพธ์เกิดประโยชน์ในแต่ละหมู่บ้าน ในแต่ละพื้นที่ เด็กทางภาคใต้ชอบเตะฟุตบอลจริงไหม จริงแต่จำกัดด้วยเลา 6 โมง เขาจะต้องเลิกแล้ว ไม่เหมือนของกรุงเทพฯ เปิดไฟสว่างเตะฟุตบอลจนถึง 2 ทุ่มก็ได้ แต่ทางใต้ไม่ได้เป็นอย่างนี้ แต่ทางใต้เขาเล่นเพื่อรอเวลาไปประกอบพิธี เพราะฉะนั้น หากจะนำกีฬาเข้าไปท่านจะต้องดูให้ดี ต้องดูแต่ละพื้นที่หากเป็น อ.ยะหริ่ง ก็นิยมเล่นฟุตบอล อยู่ในพื้นที่ที่เจริญแล้ว ทีมีพื้นที่ลักษณะของกีฬาดีขึ้น

กลุ่มวัยรุ่นที่ไม่มีงานทำมักจะติดยาเสพติดซึ่งมีจำนวนมาก ทำอย่างไรที่จะให้พวกนี้กลับใจไม่หันไปหายาเสพติด ท่านจะต้องใช้พลังในการแก้ไข กลุ่มดะวะห์ เป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นเพื่อเป้าหมายที่ดี เพื่อถ่ายทอดหลักธรรม วิถีชีวิตมุสลิม เขาจะไปอยู่ตามัสยิด ในกลุ่มจะมีทั้งดีและไม่ดี ท่านลงไปท่านต้องศึกษาดูง่า บางคนที่เข้ามาในกลุ่มเป็นการแอบแฝงเป็นตัวเชื่อมโยงให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่ดี จริง ๆ แล้ว ตามหลักธรรมของศาสนาอิสลามคนที่จะเป็นนักบุญนั้นจะต้องเพียบพร้อมทุกอย่างคือ ลูกเมียไม่เดือดร้อน บางคนทิ้งภาระหน้าที่การดูแลลูกให้เมียเป็นผู้รับผิดชอบตนเข้าไปอยู่ในกลุ่มนี้ในลักษณะที่บอกตัวเองว่า เป็นนักธรรม ที่จริงจะต้องศึกษาให้ละเอียดเสียก่อน

อีกอย่างหนึ่งคือ กลุ่มดะวะห์ ตั้งขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดสิ่งที่ดี ๆ หากเด็กเหล่านี้ได้รับการปลูกฝังในสิ่งที่ดี ๆ ก็จะได้รับผลดี แต่หากวัยรุ่นได้รับการปลูกฝังในสิ่งที่ไม่ดีได้รับสิ่งที่ไปกระตุ้นให้เกิดความฮึกเหิมอะไรเหล่านี้ก็ไม่ถูกต้อง กลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้อ่อนไหวต่อสิ่งเร้ามาก เพราะเป็นเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีงานทำ บางกลุ่มที่ติดยาเสพติดยิ่งง่ายเลย จ้าง 100 บาทก็ไปเผาวัด เผาโรงเรียนแล้วเมื่อท่านลงไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว สื่อทั้งหลายที่ออกข่าวนั้นมันแตกต่างกันอย่างไร ผมลงไปดูก็พบว่าที่เขาเผานั้นอยู่ใกล้ ๆ กัน เผาบ้านพักตำรวจ เพราะเป็นบ้านร้างเมื่อสิบปีที่แล้ว ชั้นล่างชาวบ้านนำวัวไปผูกไว้ ชั้นบนไม่มีอะไรแล้วอยู่ห่างบ้านกำนัน 200 เมตร เขาก็ไปเผาได้ สื่อลงข้อความว่า เผาสถานีตำรวจ จริง ๆ แล้ว ไม่น่ากลัวอย่างที่เขาว่ากัน หากท่านสามารถที่จะเข้ากับพื้นที่และสร้างมวลชนได้ จากการที่จะสร้างมวลชนได้นั้นพูดง่ายแต่ทำยาก แต่หากท่านได้ทั้งภาษาและวัฒนธรรมก็จะดี ขอให้ท่านพยายามพบปะกับชาวบ้านทุกวันศุกร์ ท่านก็จะมีความสุขกับการทำงาน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook