บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา >>

ประวัติการติดตามดาวหางฮัลเลย์

         นักบุญ Matthew ได้บันทึกในวารสาร (gospel) ของคัมภีร์ไบเบิลว่า 11 วันก่อนที่พระเยซูจะประสูติ นักปราชญ์ 3 คนได้เดินทางนำของขวัญไป ถวายแด่เด็กน้อยเยซู โดย ยึดดาวที่สุกใสมากดวงหนึ่งเป็นแสงชี้นำทางสู่ เมือง Bethlehem ตั้งแต่นั้น บรรดาจิตรกรในสมัยกลางทุกคนต่างก็ใช้ ข้อมูลนี้ในการวาดภาพการประสูติของพระเยซู

แต่สำหรับ Giotto di Bondone จิตรกรผู้เคยมีชีวิตอยู่เมื่อ 700 ปีก่อนนี้ ก็ได้วาดภาพการประสูติของพระเยซูเช่นกัน ในภาพชื่อ Adoration of the Magi ที่เขาวาดในโบสถ์แห่งเมือง Padua ประเทศอิตาลี เขาได้ แสดงภาพของดาวสว่างดวงดังกล่าว ในลักษณะของลูกไฟที่มีหางเป็น ทางยาวพาดไปในท้องฟ้า

ณ วันนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ทุกคนมีความเห็นพ้องกันว่า ดาวดวงที่ Giotto วาดคือดาวหาง และดาวหางดวงที่น่าจะเป็นไปได้ มากที่สุดคือ ดาวหางฮัลเลย์ ซึ่งได้มาปรากฏตัวให้ชาวโลกเห็นตั้งแต่กลางเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายนของปี พ.ศ. 1844 ดังนั้น เมื่อ Giotto เห็นดาวหางดวงนี้ เขาก็ได้วาดภาพของดาวหางฮัลเลย์บนเพดานโบสถ์ในอีก 4 ปีต่อมาทันที อันที่จริงการใช้ข้อมูลการสังเกต ดวงดาวต่างๆ ในอดีต เพื่อศึกษาปัญหาปัจจุบันไม่ใช่เรื่องใหม่ นักดาราศาสตร์ชาติกรีกชื่อ Hipparchus ผู้เคยมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 200 ปีก่อนคริสตกาล และ Ptolemy ในอีก 400 ปีต่อมา ต่างก็เป็นผู้ที่ได้ใช้ข้อมูลการสังเกตดาวของชาว Babylonian ทำนายเหตุ การณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคามาแล้วทั้งคู่ แม้กระทั่งนักดาราศาสตร์ชาวอาหรับก็ต้องพึ่งพาข้อมูลโบราณเพื่อช่วยในการทำนาย ปรากฏการณ์อุปราคาให้ถูกต้องยิ่งขึ้นเช่นกัน และแม้แต่ Johannes Kepler ก็ต้องพึ่งพาข้อมูลดาราศาสตร์ในสมัยโบราณในการ คำนวณขนาดของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และโลก รวมทั้งระยะห่างระหว่างดาวเหล่านี้

แต่นักดาราศาสตร์ผู้ที่นำข้อมูลโบราณมาประยุกต์ จนทำให้ตนเองมีชื่อเสียงมากที่สุดคือ Halley เพราะในปี พ.ศ. 2248 เขาได้รายงาน ผลการสังเกตดาวหางจำนวน 24 ดวง ที่ชาวโลกได้เคยเห็นมา อีกทั้งยังได้ทำนายการหวนกลับมาของดาวหางดวงหนึ่งในปี พ.ศ. 2302 ด้วย ซึ่งดาวหางดวงนั้นทุกวันนี้เรียกว่า ดาวหางฮัลเลย์ เพราะว่าการบันทึกเหตุการณ์ดาราศาสตร์ในยุโรปสมัยก่อน ไม่ค่อยเป็นระบบ เพราะข้อความในบันทึกบางครั้งก็กำกวม และบางครั้งก็เลื่อนลอย จนนำไปใช้อ้างอิงหรือคำนวณก็ไม่ได้ดังเช่นกรณี Venerable Bede ผู้ได้บันทึกว่าในปี พ.ศ. 1272 ได้มีดาวหางสองดวงปรากฏเหนือฟ้าของเมือง Durham แต่ซึ่งในความเป็นจริง ดาวหางสอง ดวงนั้นเป็นดาวหางดวงเดียวกัน เพียงแต่ปรากฏตัวบนท้องฟ้าต่างเวลากัน คือเช้าครั้งหนึ่งและเย็นครั้งหนึ่ง

ส่วนตำรากรีกและโรมันก็ไม่สามารถใช้อ้างอิงได้ดี เพราะตำรามักเขียนเกี่ยวกับการปรากฏตัวของดาวหาง เฉพาะเวลาจะมีเหตุการณ์ สำคัญๆ เกิดขึ้น

 

โชคดีที่นักประวัติศาสตร์จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีได้บันทึกการปรากฏของดาวหางบ้างเหมือนกัน และการบันทึกดังกล่าวได้เป็นที่รู้กันในโลก ตะวันตกเมื่อ Edouard Biot ผู้เชี่ยวชาญภาษาจีนของฝรั่งเศส ได้แปลประวัติศาสตร์จีนที่เขียนในคริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นภาษา ฝรั่งเศส งานแปลชิ้นนั้นได้ระบุว่า ดาวหางฮัลเลย์ได้มาเยือนโลกในปี พ.ศ. 1921, 1303 และ 994 ด้วย และเมื่อ John Hind ใช้ข้อมูล ของ Biot ศึกษาการเยือนของดาวหางฮัลเลย์ย้อนกลับไปในอดีตมากยิ่งขึ้นอีก เขาก็ได้พบว่าดาวหางดวงนี้จะมาเยือนโลกในทุก 76 หรือ 77 ปี

ถึงแม้ว่าการพยากรณ์ของ Hind จะผิดพลาดบ้างในบางปี แต่เขาก็ได้ปฏิรูปการศึกษาประวัติของดาวหางฮัลเลย์ เพราะเขาเป็นนักดารา ศาสตร์คนแรกที่พบว่า ดาวหางฮัลเลย์จะมาเยือนโลกอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลา 2,000 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้การศึกษาของ Hind ยังทำให้โลกรู้อีกว่าดาวหางดวงที่ปรากฏในปี 1609 ซึ่งเป็นปีที่กองทัพ Norman พิชิตอังกฤษคือดาวหางฮัลเลย์

งานวิจัยของ Philip Cowell และ Andrew Crommelin แห่งหอดูดาว Greenwich ที่ทำเพิ่มเติมจากงานวิจัยของ Hind ก็ได้ชี้ให้โลกรู้ว่าดาวหางที่ชาวจีนเห็นในปี พ.ศ. 426 และ 579 คือดาวหางฮัลเลย์ ก่อนปี พ.ศ. 337 นักดาราศาสตร์จีนไม่ได้บันทึกการ เห็นดาวหางบ่อย บันทึกการเห็นดาวหางที่โบราณที่สุดเกิดขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อนพุทธศักราช

เมื่อประมาณ 5 ปีก่อนนี้ ได้มีการพบผ้าไหมที่มีอักษรเขียนในหลุมฝังศพแห่งหนึ่งของราชวงศ์ฮั่น การวัดอายุของผ้าแสดงให้เห็นว่า มันถูกทอขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 375 และบนผ้านั้นมีภาพวาดของดาวหาง 29 ดวง เหล่านี้คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ชาวจีนได้สนใจศึกษา ดาวหางมาตั้งแต่สมัยโบราณ และได้เรียกชื่อดาวหางว่า ดาวไม้กวาด เพราะหางของมันยาวเหมือนไม้กวาด และถือว่าการปรากฏของ ดาวไม้กวาดก็เปรียบเสมือนการที่พระเจ้าบนสวรรค์ส่งไม้กวาดมากวาดความชั่วร้ายต่างๆ ให้หมดจากโลก

เมื่อถึงสมัยราชวงศ์ฮั่น (พ.ศ. 337-751) นักดาราศาสตร์จีนเรียกดาวหางว่า ดาวเทียนไขบ้าง ดาวอาคันตุกะบ้าง ดาวยาวบ้าง การเรียกชื่อ เช่นนี้อาจทำให้คนที่ไม่รู้ความหมายเข้าใจผิดว่า เขาเห็นดาวประหลาดที่ไม่ใช่ดาวหาง

ส่วนวันเวลาหรือปีที่เห็นดาวหางก็มีปัญหาเช่นกัน เพราะจีนโบราณมักใช้จำนวนปีที่กษัตริย์ครองราชย์เป็นศักราช และเดือนก็บอกเป็นเดือน ทางจันทรคติ ซึ่งเราต้องแปลงให้เป็นปฏิทินสากลก่อนจะนำมาเปรียบเทียบ ถึงกระนั้นก็ตาม หากนักดาราศาสตร์ทั่วโลกเข้าใจระบบเวลา ของจีน การใช้ข้อมูลดาราศาสตร์ที่ชาวจีนโบราณบันทึกไว้ก็ไม่มีปัญหาใดๆ

ในปี พ.ศ. 2538 Richard Stephenoon ได้พบว่าชาว Babylon ได้บันทึกการเยือนโลกของดาวหางฮัลเลย์ลงบนแผ่นอักษรลิ่ม (cuneiform) ในปี พ.ศ. 379 และ 456 ซึ่งก็ได้ย้ำอีกว่าการที่คนจีนเห็นดาวหางดวงหนึ่งในปี พ.ศ. 303 นั้น มันเป็นดาวหางฮัลเลย์ จริงๆ และเมื่อใช้ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ประกอบการคำนวณในปี พ.ศ. 2524 Donald Yeomans ก็ได้แสดงให้เห็นว่า เมื่อ 86 ปีก่อน พุทธกาล ดาวหางฮัลเลย์ได้ผ่านโลกที่ระยะใกล้มาก คือห่างเพียง 3 ล้านกิโลเมตรเท่านั้นเอง การเกือบชนโลกเช่นนี้ทำให้วิถีโคจรของมัน ถูกแรงโน้มถ่วงของโลกรบกวน และเมื่อได้พิจารณาการสูญเสียมวลของดาวหาง เพราะน้ำแข็งบนดาวได้หลุดระเหยหายไปตลอดเวลา Yeomans ก็สามารถกำหนดวิถีของยานชื่อ Gittto ให้โคจรผ่านใกล้ดาวหางฮัลเลย์ ขณะที่มันมาเยือนโลกเมื่อ 16 ปีก่อนได้

ทุกวันนี้นักดาราศาสตร์ที่สนใจดาวหางก็กำลังทำงานค้นคว้าในลักษณะเดียวกับที่ Halley ได้เคยทำเมื่อ 300 ปีก่อน เวลามีรายงานการ เห็นดาวหางดวงใหม่และข้อมูลวิถีโคจรของดาวหางนั้น ยังไม่รู้แน่ชัด นักดาราศาสตร์ก็จะพากันกลับไปดูแค็ตตะล็อก ข้อมูลของดาวหาง ดวงเก่าๆ ทุกดวงก่อนที่จะปักใจว่ามันเป็นดาวหางดวงใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เพราะถ้าไม่มีข้อมูลเหล่านี้นักดาราศาสตร์ก็จะ ทำงานไม่มีระบบและระเบียบอะไรๆ เลย

การสังเกตดูและการติดตามมอง รวมทั้งการค้นหาดาวหางของนักดูดาวทั้งหลายตั้งแต่สมัยโบราณได้มีความสำคัญ และยังคงมี ความสำคัญสำหรับดาราศาสตร์ยุคปัจจุบันและอนาคต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook