บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย

ยุคลพบุรี (ศตวรรษที่ 15–18)

ดินแดนอาณาจักรลพบุรี คำว่า “ลพบุรี” มาจากศัพท์ว่า ลวะปุระ เป็น ละโว้ปุระ เป็น ลพบุรี ตามลำดับแห่งการเพี้ยนมาตามยุคสมัย อยู่ที่บริเวณจังหวัดลพบุรีปัจจุบันและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดไปจนถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในปัจจุบันด้วย และยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ยังเหลือมาถึงปัจจุบันนั้นคือ ทะเลชุบศร ซึ่งมีอิทธิพลมาจาก เรื่องรามยณะ(รามเกียรติ์)

ศิลปกรรมอาณาจักรลพบุรี มีลักษณะศิลปะคล้ายกับของเขมรและของทวาราวดี เช่น ศิลปะนครวัต เป็นต้น ปรากฏอยู่มากมาย เช่น ปราสาท, พระปรางค์ ฯลฯ เป็นต้น ส่วนมากในยุคนี้จะก่อสร้างด้วย อิฐ เก่าแก่ที่สุด รองลงมาคือ ศิลาแลง และรองมาอีกคือ หิน ที่ปรากฏหลักฐาน ก็มีที่ ปราสาทหินพิมาย , ปราสาทเขาพนมรุ้ง, พระปรางค์ 3 ยอด ลพบุรี, ปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นศิลปกรรมที่สร้างได้อัศจรรย์มาก เพราะ สร้างโดยไม่มีโครงเหล็กและปูนโบก จากการสันนิษฐาน ในยุคนั้นน่าจะใช้ยางไม้ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ยางบงมา” เพราะเป็นยางที่เหนียวมาก

สถาปัตยกรรมสมัยอาณาจักรลพบุรี ได้แก่ ปราสาทศิลาหรืออิฐ สร้างเป็นศาสนสถานและเทวาลัย ได้รับคติการสร้างปราสาทมาจาก ขอม เช่น พระปรางค์สามยอดเมืองลพบุรี วัดกำแพงแลง จ. ราชบุรี มีกำแพงเป็นพระพุทธรูป ที่กาญจนบุรีพบปราสาทแบบขอม ที่เมืองสุโขทัย มีปราสาทที่วัดพระพายหลวง เป็นต้น

ประติมากรรม สมัยลพบุรีชอบสร้างพระพุทธรูปนาคปรก และมักจะสร้างสลักด้วยศิลาทราย ถ้าหล่อด้วยสำริดจะเป็นพระพุทธรูปขนาดเล็ก มีลักษณะเฉพาะคือ สร้างเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวหรือหลายองค์อยู่บนฐานเดียวกัน พระพิมพ์จะสร้างด้วยดินเผาและโลหะมีลักษณะเด่นพิเศษคือ พระพิมพ์สมัยนี้มักมีรูปปรางค์ประกอบด้วยเสมอ

พุทธศิลป์อาณาจักรลพบุรี ลักษณะพระพุทธรูปแบบลพบุรีบางแบบ มีลักษณะเป็นของตนเอง เช่น พระพุทธรูปรุ่นพระพักตร์แบบรูปไข่ และทรวดทรงอันงาม รวมทั้งความอ่อนหวานของเส้นที่ส่งผลให้แก่ศิลปะสุโขทัยและอยุธยาต่อมาด้วย

อาณาจักรลพบุรี นับถือศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธปนกันไป ศาสนาพราหมณ์ส่วนใหญ่นับถือลัทธิศิวเวท ส่วนพระพุทธศาสนานั้นนับถือลัทธิมหายาน จะพบว่าร่องรอยเกี่ยวกับโบราณสถานของขอมในยุคนี้ เกี่ยวกับลัทธิมหายานทั้งนั้น เช่น พระพุทธปฏิมาของขอม มักทรงเครื่องอลังการวิภูษาตาภรณ์ มีกระบัง มงกุฏบนพระเศียร ที่เรียกว่าเทริด พระโอษฐ์หนา ดวงพระเนตรใหญ่ พระกรรณยาวลงมาจดพระอังสะ ลักษณะใกล้ไปทางเทวรูปมาก พระปฏิมาที่ว่านี้ คือ รูปพระอาทิพุทธะ ในคติมหายาน

ถ้าเป็นรูปรพระศากยมุนี ก็มักจะมีรูปพระโพธิสัตว์ซ้ายขวา แทนรูปพระอัครสาวก มีพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ รูปพระปรัชญาปารมิตาโพธิสัตว์ รูปพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์นั้น บางที่ทำเป็น 4 กร บ้าง 6 กร บ้าง คนชั้นหลังไม่รู้นึกว่าเป็นรูปพระนารายณ์ หรือพระพรหมไปก็มี เช่น นักเล่นพระเครื่องตระกูลลพบุรี เรียกพระเครื่องชุดหนึ่งว่า นารายณ์ทรงปืน ความจริงเป็นรูปพระอวโลกิเตศวร พระเครื่องแบบมหายานที่ว่านี้ ขุดได้ที่จังหวัดลพบุรี รวมทั้งพระเครื่องที่เรียกพระหูยาน ที่จริงเป็นพิมพ์ของพระอักโษภยพุทธะ พระพุทธเจ้าประจำทิศบูรพา ปราสาทของสามหลังที่ลพบุรีเดิม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าตรีกาลตามคติมหายาน มาแปลงเป็นเทวสถานในชั้นหลัง ปราสาทหินพิมายที่โคราชก็เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรกองค์มหึมา ที่เรียกกันว่า ชยพุทธมหานาค และประดิษฐานรูปปฏิมา พระไตรโลกวิชัย อันเป็นปางหนึ่งของพระอมิตาภพุทธเจ้า พระพุทธรูปในยุคนี้ ส่วนมากสร้างจากหิน หาสำริดได้น้อย

สำหรับพระพุทธเจดีย์ มีปนกันทั้งฝ่ายมหายานและเถรวาทซึ่งสืบเนื่องมาแต่สมัยทวาราวดี พระพุทธเจดีย์ฝ่ายลัทธิมหายาน ซึ่งมาแต่เมืองเขมรและบางทีมาจากศรีวิชัยด้วย เจดีย์วัตถุมีมากมายหลายแบบ เช่น เจดีย์ที่วัดมหาธาตุ เมืองลพบุรี บางแห่งทำเป็นปรางค์เรียงกันสามองค์ เรียกว่าปรางค์สามยอด เจดีย์ส่วนมากทำด้วยศิลาแลง ต่อเป็นของเล็กจึงหล่อด้วยทองสำริด

พระพุทธรูปที่สร้างในสมัยลพบุรี มีทั้งศิลา พระหล่อ และพระพิมพ์ เกิดมีพระทรงราชาภรณ์ หรือที่เรียกกันเป็นสามัญว่า พระทรงเครื่อง สังเกตดูพระพิมพ์ที่สร้างสมัยลพบุรี สร้างตามคติมหายานเป็นพื้น มีมากมายหลายอย่าง ทำเป็นพระพุทธรูปนั่งในปรางค์ 3 องค์หมายเป็นพุทธกาย ทำเป็นพระอาทิพุทธเจ้าเป็นประธานมีรูปมนุษย์พุทธเจ้า 4 องค์ 7 องค์เป็นบริวารก็มี ทำพระพุทะรูปอย่างกลาง รูปพระโพธิสัตว์อยู่ข้างก็มี จะพบว่าพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ซึ่งสร้างในสมัยลพบุรี มีปางเหล่านี้เป็นพื้น คือ

1. ปางทรงสมาธิ มีนาคปรกบ้าง ไม่มีบ้าง
2. ปางมารวิชัย (ปางสะดุ้งมาร)
3. ปางยืนกรีดนิ้วพระหัตถ์ ปางเสด็จจากดาวดึงส์
4. ปางยืนตั้งพระหัตถ์ปางประทานอภัย ที่เรียกกันว่า พระห้ามสมุทร
5. ปางป่าเลไลยก์ (ปฐมเทศนา) (มีลิงกับช้าง)คล้ายกับยุคทวาราวดี

รูปพระโพธิสัตว์ตามลัทธิมหายานในสมัยลพบุรี ชอบสร้างแต่ 2 องค์ คือ

  1. รูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ทำอย่างเทวรูปสามัญ มีที่สังเกตคล้ายรูปพระนารายณ์ แต่พระหัตถ์บนสองพระหัตถ์ ถือลูกประคำและหนังสือ พระหัตถ์ล่าง 2 พระหัตถ์ถือดอกบัวและน้ำอมฤตอย่างนี้บ้าง ทำเป็นมนุษย์หลายหน้า ซ้อนกันอย่างหัวโขน หลายพระหัตถ์ หลายพระบาท
  2. รูปนางภควดีปัญญาบารมี ทำเป็นรูปนางยกมือขวาถือหนังสือ มือซ้ายถือดอกบัว ซึ่งมักเข้าใจกันว่ารูปนางอุมาภควดี นอกจาก 2 อย่างนี้ มิใคร่ทำเป็นรูปพระโพธิสัตว์องค์อื่น อย่างพวกศรีวิชัยหรือชวา

พุทธเจดีย์ตามแบบสมัยลพบุรีสร้างแพร่หลายในประเทศสยาม ยิ่งกว่าแบบสมัยอื่น เพราะเนื่องกันกับแบบประเทศขอม และสร้างสืบมาในสมัยที่พวกขอมมาปกครองประเทศไทย ทางตะวันออก พุทธเจดีย์เป็นแบบสมัยนี้ไปจนจดแดนญวน ทางทิศเหนือแบบสมัยนี้ สร้างขึ้นไปจนถึงเมืองชะเลียง คือเมืองสวรรคโลก เก่าเป็นที่สุด ที่เมืองลำพูนก็ว่ามีพระพุทธรูปละโว้ แต่สังเกตเห็นเป็นของขนขึ้นไปจากเมืองลพบุรีหาได้สร้างขึ้นที่นั่นไม่ ทางตะวันตก พุทธเจดีย์แบบลพบุรี สร้างลงไปเพียงเมืองเพชรบุรี หาปรากฏว่ามีใต้ลงไปกว่านั้นไม่

เส้นทางพระพุทธศาสนาขยายเข้าสู่ประเทศไทย

นักประวัติศาสตร์สันนิษฐาน ว่า พระพุทธศาสนาเข้ามาสู่ประเทศไทย 2 ทาง คือ

  1. ทางบก ผ่านอ่าวเบงกอล ข้ามเทือกเขาปาดไก่ เข้าสู่ทางเหนือของประเทศพม่า แล้วเข้าสู่ประเทศไทยตอนบน
  2. ทางน้ำ คือลงเรือที่อ่าวเบงกอล แล้วมาขึ้นจากเรือที่เมืองเมาะตะมะหรือเมืองมะริด ผ่านเทือกเขาตะนาวศรีแล้วเดินทางเข้ามาสู่ประเทศไทยแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

อีกทางหนึ่งคือ ลงเรือที่อินเดียใต้ ผ่านมหาสมุทรอินเดีย เข้าสู่ช่องแคบมะละกา และขึ้นบกที่แหลมมลายูหรืออาจจะอ้อมไปเลยเข้าอ่าวญวนไปกัมพูชา และจำปา เข้าสู่ประเทศไทย

ยุคต่อมาสันนิษฐานว่ามาสองทางพร้อมกัน คือ

  1. ทางบกหรือทางเรือ จากประเทศอินเดียเข้าสู่ประเทศไทย
  2. ทางบกหรือทางเรือ จากประเทศอินเดียผ่านประเทศพม่าเข้ามาสู่ประเทศไทย
  3. ทางบกหรือทางเรือ จากประเทศอินเดียผ่านประเทศอินโดนีเซีย เข้าสู่ประเทศไทย
  4. ทางบกหรือทางเรือ จากประเทศอินเดียผ่านประเทศลังกาเข้าสู่ประเทศไทย

คนอินเดียอพยพเข้าสู่ประเทศไทยสันนิษฐานว่ามาจากสาเหตุ 5 ประการ

1. ถูกบีบคั้นจากเผ่าที่มีอิทธิพล
2. เพื่อประกาศศาสนา
3. เพื่อการค้าขาย
4. เพื่อการแสวงหาโชคทางการเมือง
5. เพื่อการประกอบอาชีพ

การอพยพของชาวอินเดียนั้นปรากฏว่าได้กระทำกันมากในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช กล่าวกันว่าชาวกาลิงคะหนีภัยสงคราม ลงเรือจำนวนหลายร้อยลำ มาสู่สุวรรณภูมิ และหมู่เกาะอินโดนิเซีย ในจำนวนคนมากมายนี้แน่นอนเหลือเกินว่า จะต้องมีท่านที่เป็นนักปราชญ์ ราชบัณฑิตมาด้วยเพราะเป็นจำนวนคนมาก ดังนั้นเมื่อพระโสณะและพระอุตตระนำพระพุทธศาสนามาเผยแผ่เป็นครั้งแรก ท่านจึงพูดกับชาวสุวรรณภูมิรู้เรื่อง อย่างน้อยก็พูดกับคนที่เป็นชาวอินเดียแล้วค่อยแผ่ไปถึงชาวพื้นเมืองทีหลัง

ยุคฟูนัน (พนม) (ศตวรรษที่ 6–7)
ยุคทวาราวดี (ศตวรรษที่ 11–16)
กษัตริย์เทียบเท่าพระโพธิสัตว์
ยุคศรีวิชัย (ศตวรรษที่ 12–18)
ยุคลพบุรี (ศตวรรษที่ 15–18)
พระพุทธศาสนายุคสุโขทัย(ศตวรรษที่ 18)
พระพุทธศาสนาสมัยพ่อขุนรามคำแหง
การปกครองคณะสงฆ์สมัยสุโขทัย
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยของพระมหาธรรมราชาลิไท
พระพุทธศาสนาในสมัยล้านนา(ลานนา)
พระพุทธศาสนาในสมัยพระเจ้าเม็งราย(ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา)
พระเจ้ากือนาธรรมิกราช (ตื้อนา)
พระพุทธศาสนาสมัยกรุงศรีอยุธยา
พระพุทธศาสนาสมัยพระบรมไตรโลกนาถ
พระพุทธศาสนาสมัยพระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ. 2163 เป็นต้นมา)
พระพุทธศาสนาสมัยพระนารายณ์มหาราช(พ.ศ.2199เป็นต้นมา)
แผนการยึดเมืองไทยของฝรั่งเศส
พระพุทธศาสนาสมัยสมเด็จพระบรมโกษฐ์(พ.ศ. 2275เป็นต้นมา
สรุปพระพุทธศาสนาในสมัยกรุงศรีอยุธยา
พระพุทธศาสนาในสมัยกรุงธนบุรี(พ.ศ.2310–2325)
พระพุทธศาสนาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์(พ.ศ.2325 ถึงปัจจุบัน)
พระพุทธศาสนาสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดล
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยลเดช
นาคหลวง
ภาวะแห่งความแย้งขัดระหว่างพระพุทธศาสนากับศาสนาอื่น
เกี่ยวกับนิกายแห่งศาสนาและลัทธิอื่น
นิกายหรือลัทธิใหม่ที่เกิดมีขึ้นในประเทศไทย
การเข้ามาสู่ประเทศไทยของพระพุทธศาสนา
ยุคที่ 1 ลัทธิหินยานอย่างเถรวาท
ยุคที่ 2 ลัทธิมหายาน
ยุคที่ 3 ลัทธิหินยานอย่างพุกาม
ยุคที่ 4 ลัทธิลังกาวงศ์
บรรณานุกรม

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook