บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย

พระพุทธศาสนาสมัยพระนารายณ์มหาราช(พ.ศ.2199เป็นต้นมา)

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าปราสาททองแห่งราชวงศ์ปราสาททอง ในสมัยของพระองค์มีการบวชเรียนกันมาก มีข้าราชการบางคนหนีข้าราชการบวชแล้วไม่ศึกษาพระธรรมวินัย หลวงสรศักดิ์ จึงได้กราบทูลให้พระองค์ทราบเรื่องนี้ หลังจากนั้น พระองค์ก็ทรงมีบัญชาให้ผู้นำสงฆ์ประชุมสงฆ์เพื่อสอบความรู้เรื่อง พระธรรมวินัย ถ้าพระไม่มีความรู้เรื่องพระธรรมวินัย ก็จะโดนจับสึก

ในสมัยนั้น มีการค้าขายกับชาวต่างประเทศซึ่งเป็นกลุ่มนักล่าอาณานิคมทั้งหลาย มี พวกโปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เป็นต้น ในยุคนี้จึงมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและถือว่าพระพุทธศาสนาในประเทศไทยต้องผจญกับอันตรายที่เกิดขึ้นจากศาสนาคริสต์นิกายโรมันแคธอลิคเป็นครั้งแรกโดย มีพ่อค้าได้นำศาสนาคริสต์(มิชชันนารี)เข้ามา พระองค์จึงออกกฎหมายกฤษฎีการให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา เพราะเป็นการต่อรองให้ประเทศรอดพ้นจากการที่ประเทศจะตกเป็นเมืองขึ้นของชาวต่างชาติ

ศาสนาคริสต์นิกายโรมันแคธอลิคได้เข้ามาสู่ประเทศไทยในรัชสมัยของพระชัยราชาธิราช โดยติดตามพวกโปรตุเกสเข้ามา แต่ในสมัยนั้นมีคนนับถือน้อย ส่วนมากก็เป็นพวกโปรตุเกสเอง ต่อมาพวกบาทหลวงชาวฝรั่งเศสเข้ามา พระนารายณ์มหาราชได้ทรงมีพระราชหัตถ์เลขาไปถึงโป๊ปอินโนเซ้นท์ ที่วาติกัน โป๊ปจึงได้ส่งบาทหลวงเข้ามาที่กรุงศรีอยุธยาโดยตรง และถือว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของคริสตจักรในเอเซีย ทั้งนี้เพราะว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ให้สิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา ในขณะที่รัฐบาลจีน ญี่ปุ่น ญวน ตั้งข้อรังเกียจต่อศาสนาคริสต์ว่าเป็นผู้มาเบียดเบียนทำลายความสงบสุขของประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีคริสตศาสนิกชนอยู่ประมาณ 2 แสนคน คนเหล่านั้นให้ความเคารพเชื่อฟังบาทหลวงยิ่งเสียกว่ารัฐบาล เวลาญี่ปุ่นรบกับฝรั่ง พวกชาวญี่ปุ่นที่นับถือคริสต์ กลับเป็นแนวที่ 5 ให้กับฝรั่ง จนท่านมหาอำมาตย์ญี่ปุ่น ชื่อ ดิเดโยชิ ถึงกับอุทานว่า “ประเทศญี่ปุ่นมีแนวที่ 5 อยู่ถึง 2 แสนคนเชียวหรือ”

ดังนั้น เมื่อศาสนาคริสต์เข้าไปในประเทศเหล่านั้น จึงไม่ได้รับการต้อนรับจากรัฐบาล ตรงข้ามกับในกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ทรงให้การอุปถัมภ์แก่ศาสนาทุกศาสนา พระราชทานที่ให้สร้างโบสถ์หรือวัดเซนต์เปาโล ที่จ. ลพบุรี และวัดเซนต์โยเซฟ ที่จ. อยุธยา พระราชทานทรัพย์เกื้อกูลแก่ศาสนาคริสต์ จนถึงประกาศเป็นพระบรมราชโองการให้ประชาชนเลือกนับถือศาสนาตามศรัทธาของตน โปรดให้บาทหลวงเเปลคัมภีร์ไบเบิลให้ฟัง ในขณะเดียวกันก็ให้ทูตทางเปอร์เซียแปลคัมภีร์อัลกูรอานให้ฟัง โป๊ปจึงตั้งศูนย์คริสตจักรขึ้นในเมืองไทย และตั้งตั้งโรงเรียนสอนศาสนาสำหรับผลิตนักเผยแผ่ เพื่อส่งไปเผยเเผ่ศาสนาในประเทศ ลาว กัมพูชา พม่า ญวน และมลายู อีกด้วย

จากจดหมายเหตุของบาทหลวงคริสต์ พบว่า คนไทยได้เข้ารีตนับถือศาสนาคริสต์เป็นจำนวนพัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวป่า ชาวเขา เชลยที่ทางรัฐบาลไทยได้จับมา คนที่ไปนับถือศาสนาคริสต์จึงเป็นพวกมีการศึกษาน้อย ในสมัยนั้นอิทธิพลของพระสงฆ์ยังมีอยู่มาก การทำงานของพระสงฆ์จึงหนักเพิ่มขึ้น นอกจากจะต้องแนะนำสั่งสอนศาสนธรรมแก่ประชาชนคนไทยที่นับถือพระพุทธศาสนาแล้ว ยังต้องไปดึงคนไทยที่ไปเข้ารีตนับถือศาสนาคริสต์ให้กลับมานับถือพระพุทธศาสนาเหมือนเดิม โดยการชี้แจงเปรียบเทียบให้คนเหล่านั้นมองเห็นความดีงามของศาสนาทั้งสองแล้วพิจารณาเลือกเอาเองว่า ควรจะนับถือศาสนาอะไร แม้คนที่บาทหลวงนำไปรับศีลมหาสนิท ล้างบาปแล้ว ก็ถูกพระสงฆ์กลับใจให้กลับมาเป็นพุทธศาสนิกชนอีกเป็นจำนวนมาก บาทหลวงนั้นเข้าใจผิดคิดว่า การที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชให้การอุปถัมภ์บำรุงยกย่องสนับสนุนกิจกรรมของศาสนาคริสต์และศาสนาอื่น ๆ แสดงว่าพระองค์ทรงมีความเคารพนับถือเลื่อมใสในศาสนาคริสต์ จนถึงกับได้ใช้ความเพียรพยายามที่จะโน้มน้าวพระทัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชให้เป็นคริสตศาสนิกชนและคนที่บทบาทในเรื่องนี้อย่างสำคัญ คือ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ฟอลคอน ที่เป็นฝรั่งชาติกรีก เดิมชื่อว่า เยรากี ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นฟอลคอน เดิมทีเดียวเป็นคนจรจัดได้สมัครเป็นกลาสีติดตามสินค้ามาทางตะวันออก ท่องเที่ยวไปหลายหัวเมือง ฟอลคอนได้วางแผนร่วมมือกับฝรั่งเศสที่จะเอาเมืองไทยเป็นเมืองขึ้น แม้ว่าเดิมทีเดียวเยรากีหรือฟอลคอนจะนับถือศาสนาคริสต์นิกายโปแตสแตนท์ก็ตาม แต่เพราะต้องการจะอาศัยอิทธิพลของฝรั่งเศส จึงได้เปลี่ยนเป็นโรมันแคธอลิค พระเจ้าหลุยที่ 14 ของฝรั่งเศสได้พระราชทานฐานันดรศักดิ์ให้แก่ฟอลคอน พร้อมทั้งอิสริยาภรณ์หรือบองออนเนอร์ และได้ให้คำมั่นสัญญาว่า ถ้าช่วยให้เมืองไทยเป็นเมืองขึ้นได้ ก็จะให้กลับไปรับราชการอยู่ที่ปารีส แผนการที่จะเอาเมืองไทยเป็นเมืองขึ้นจึงได้ถูกกำหนดขึ้น

ยุคฟูนัน (พนม) (ศตวรรษที่ 6–7)
ยุคทวาราวดี (ศตวรรษที่ 11–16)
กษัตริย์เทียบเท่าพระโพธิสัตว์
ยุคศรีวิชัย (ศตวรรษที่ 12–18)
ยุคลพบุรี (ศตวรรษที่ 15–18)
พระพุทธศาสนายุคสุโขทัย(ศตวรรษที่ 18)
พระพุทธศาสนาสมัยพ่อขุนรามคำแหง
การปกครองคณะสงฆ์สมัยสุโขทัย
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยของพระมหาธรรมราชาลิไท
พระพุทธศาสนาในสมัยล้านนา(ลานนา)
พระพุทธศาสนาในสมัยพระเจ้าเม็งราย(ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา)
พระเจ้ากือนาธรรมิกราช (ตื้อนา)
พระพุทธศาสนาสมัยกรุงศรีอยุธยา
พระพุทธศาสนาสมัยพระบรมไตรโลกนาถ
พระพุทธศาสนาสมัยพระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ. 2163 เป็นต้นมา)
พระพุทธศาสนาสมัยพระนารายณ์มหาราช(พ.ศ.2199เป็นต้นมา)
แผนการยึดเมืองไทยของฝรั่งเศส
พระพุทธศาสนาสมัยสมเด็จพระบรมโกษฐ์(พ.ศ. 2275เป็นต้นมา
สรุปพระพุทธศาสนาในสมัยกรุงศรีอยุธยา
พระพุทธศาสนาในสมัยกรุงธนบุรี(พ.ศ.2310–2325)
พระพุทธศาสนาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์(พ.ศ.2325 ถึงปัจจุบัน)
พระพุทธศาสนาสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดล
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยลเดช
นาคหลวง
ภาวะแห่งความแย้งขัดระหว่างพระพุทธศาสนากับศาสนาอื่น
เกี่ยวกับนิกายแห่งศาสนาและลัทธิอื่น
นิกายหรือลัทธิใหม่ที่เกิดมีขึ้นในประเทศไทย
การเข้ามาสู่ประเทศไทยของพระพุทธศาสนา
ยุคที่ 1 ลัทธิหินยานอย่างเถรวาท
ยุคที่ 2 ลัทธิมหายาน
ยุคที่ 3 ลัทธิหินยานอย่างพุกาม
ยุคที่ 4 ลัทธิลังกาวงศ์
บรรณานุกรม

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook