บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ประวัติพระพุทธโฆษาจารย์

อรรถกถา-พระอรรถกถาจารย์
พระพุทธโฆษาจารย์
ข้อวิจารณ์ของเสฐียรพงษ์ วรรณปก
ปัญหาเรื่องชาติภูมิ
ข้อวิจารณ์ของพุทธทาสภิกขุ
ผลงานของพระพุทธโฆษาจารย์
คัมภีร์ที่สันนิษฐานว่าพระพุทธโฆษาจารย์รจนา
คัมภีร์อรรถกถาที่สำคัญ
ย่อความอรรถกถาธรรมบท
ย่อความวิสุทธิมรรค
คุณสมบัติ 11 ประการ
สังคหกถา
สรุปประวัติ พระพุทธโฆษาจารย์
ภาคผนวก
บรรณานุกรม

ย่อความอรรถกถาธรรมบท

ธรรมบท คือ ประมวลคาถา 423 คาถา ซึ่งปรากฏใน ขุททกนิกายแห่งพระสุตตันตปิฎก คำสอนใน “ธรรมบท” มีหลายระดับตั้งแต่ระดับต้น คือ ระดับ “โลกิยะ” จนถึงระดับสูง คือ ระดับ “โลกุตตระ” หลักคำสอนทุกประการ เช่น การคบมิตร การแสวงหาปัญญา ปรัชญาชีวิต โลกทรรศน์ เป็นต้น ล้วนรวมอยู่ในคัมภีร์ “ธรรมบท” ทั้งสิ้น ผู้ต้องการปลดเปลื้องตนจากพันธนาการแห่งชีวิต ธรรมบทจะคอยนำทาง ส่วนผู้ต้องการความสงบสุขแบบโลกๆ คัมภีร์พระธรรมบทจะคอยประคับประคองนำไปสู่ความสุขนั้น

กล่าวโดยสรุปว่า คัมภีร์ “ธรรมบท” อุปมาเหมือน “ปิยมิตร” ผู้ซื่อสัตย์คอยชี้ทางแห่งความสุขและความเจริญ และคอยป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น คำสอนในคัมภีร์พระธรรมบทมีคุณค่าและเหมาะสมกับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติศาสนา ดังนั้น ธรรมบทจึงได้ชื่อว่า “วรรณคดีโลก” (World Literature)

สำนวนคำอุปมาในคัมภีร์ “ธรรมบท” ไพเราะ ชัดเจน แจ่มแจ้ง ให้ภาพพจน์ และสมเหตุสมผล เพื่อให้วิจักษ์ด้วยตนเอง ผู้เขียนขอนำคาถาพระธรรมบท (ภาคภาษาไทย) มาแสดงพอเป็นนิทัศนอุทาหรณ์ดังนี้

“เมื่อบุคคลมีใจผ่องใส จะกระทำก็ตาม พูดก็ตาม ความสุขย่อมติดตามผู้นั้น อุปมาเหมือนเงาที่ติดตามไป ฉะนั้น” (ธรรมบท ภาค 1)
“เมื่อบุคคลมีใจประทุษร้าย จะกระทำหรือพูดก็ตาม ความทุกข์ย่อมติดตามเขาผู้นั้น เฉกเช่นล้อเกวียน หมุนตามลอยเท้าโคที่ลากเกวียน ฉะนั้น” (ธรรมบท ภาค 1)
“ความรักย่อมเกิดเพราะอาศัยสาเหตุ 2 ประการ คือ การอยู่ร่วมกันในชาติก่อน (บุพเพสันนิวาส) และการช่วยเหลืออนุเคราะห์กันในปัจจุบัน ประหนึ่งปทุมชาติเกิดเพราะอาศัยน้ำ และเปือกตม ฉะนั้น” (ธรรมบท ภาค 2)



“เมื่อฝ่ามือไม่มีแผล บุคคลย่อมนำยาพิษไปได้ ยาพิษย่อมไม่ซึมเข้าสู่ฝ่ามือ ฉันใด บาป (เปรียบเหมือนยาพิษ) ย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่กระทำ ฉะนั้น” (ธรรมบท ภาค5)
“บุคคลพึงเว้นจากความชั่ว ประหนึ่งพ่อค้าที่มีทรัพย์มากแต่มีพวกน้อยหลีกเลี่ยงทางที่มีภัย ฉะนั้น” (ธรรมบท ภาค 5)
“พระธรรมบท” ที่เป็นคาถา (คำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง) ล้วนๆ จึงง่ายแก่การจดจำ “ธรรมบท” แบ่งออกเป็นวรรคหรือหมวดได้ 26 วรรค คือ

  1. ยมกวรรค ว่าด้วยสิ่งที่ควรคู่กัน 14 คาถา
  2. อัปปมาทวรรค ว่าด้วยความไม่ประมาท 9 คาถา
  3. จิตตวรรค ว่าด้วยจิต 9 คาถา
  4. ปุปผวรรค ว่าด้วยดอกไม้ 12 คาถา
  5. พาลวรรค ว่าด้วยคนพาล 15 คาถา
  6. บัณฑิตวรรค ว่าด้วยบัณฑิต 11 คาถา
  7. อรหันตวรรค ว่าด้วยพระอรหันต์ 10 คาถา
  8. สหัสสวรรค ว่าด้วยจำนวนพัน 14 คาถา
  9. ปาปวรรค ว่าด้วยบาป 12 คาถา
  10. ทัณฑวรรค ว่าด้วยการลงโทษ 11 คาถา
  11. ชราวรรค ว่าด้วยความแก่ 9 คาถา
  12. อัตตวรรค ว่าด้วยตน 10 คาถา
  13. โลกวรรค ว่าด้วยโลก 10 คาถา
  14. พุทธวรรค ว่าด้วยพระพุทธเจ้า 9 คาถา
  15. สุขวรรค ว่าด้วยความสุข 8 คาถา
  16. ปิยวรรค ว่าด้วยความรัก 9 คาถา
  17. โกธวรรค ว่าด้วยความโกรธ 8 คาถา
  18. มลวรรค ว่าด้วยมลทิน 12 คาถา
  19. ธัมมัฏฐวรรค ว่าด้วยผู้ตั้งอยู่ในธรรม 10 คาถา
  20. มัคควรรค ว่าด้วยทาง 10 คาถา
  21. ปกิณณกวรรค ว่าด้วยปกิณกะ 9 คาถา
  22. นิรยวรรค ว่าด้วยนรก 9 คาถา
  23. นาควรรค ว่าด้วยช้าง 8 คาถา
  24. ตัณหาวรรค ว่าด้วยตัณหา 12 คาถา
  25. ภิกขุวรรค ว่าด้วยภิกษุ 12 คาถา
  26. พราหมณวรรค ว่าด้วยพราหมณ์ 39 คาถา

ต่อมาภายหลัง พระพุทธโฆษาจารย์ พระอรรถกถาจารย์ ผู้เรืองนามได้แต่ง “อรรถกถาธรรมบท” ซึ่งเรียกในภาษาบาลีว่า “ธมฺมปทฏกถา” เพื่ออธิบายขยายความของธรรมบท ในการแต่ง พระพุทธโฆษาจารย์ได้อธิบายคาถาธรรมบทแต่ละคาถา และนำนิทานมาประกอบเพื่อสนับสนุนคาถานั้นๆ นิทานทุกเรื่องที่นำมาเป็นนิทัศนอุทาหรณ์ เป็นนิทาน “อิงหลักธรรมทั้งสิ้น”

การนำนิทานมาประกอบ คาถาพระธรรมบท ถือได้ว่าเป็นกุศโลบาย อันยอดเยี่ยมของพระพุทธโฆษาจารย์ เพราะเป็นวิธี “สร้างรูปธรรม” ในการชักนำคนเข้าสู่ศาสนา ในทางธรรมเรียกการอธิบายนี้ว่า “บุคลาธิษฐาน” (Personification)

กลวิธีการแต่ง “อรรถกถาธรรมบท” ของพระพุทธโฆษาจารย์ น่าศึกษามาก คือมีวิธีที่เป็นระบบ (Systematic) กล่าวคือ ท่านนำคาถาธรรมบทมาตั้ง แล้วอธิบายถึงสาเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสพระคาถานั้นว่า ทรงตรัสเพราะปรารภเหตุอะไร ตรัสกะใคร ตรัสที่ไหน ขอนำเอาตัวอย่างมาแสดงโดยสังเขป ดังนี้

“อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ติสฺสตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.”
แปลว่า พระศาสดา เมื่อประทับในเชตวัน ทรงปรารภ พระเถระชื่อว่าติสสะ จึงตรัสพระคาถานี้ มีความว่า “ผู้ใดผูกเวรว่า บุคคลนั้นได้ด่าเรา บุคคลนั้นได้ประหารเรา” ดังนี้อีกตัวอย่างหนึ่ง จาก ธัททปทัฏฐกถา ภาค 1 คือ

“น หิ เวเรน เวรานีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อฺตรํ วฺฌิตฺถึ อารพฺภ กเถสิ.”
แปลว่า พระบรมศาสดา ขณะที่ประทับอยู่ในวัดเชตวันทรงปรารภ หญิงหมัน จึงได้ตรัสพระคาถานี้มีใจความว่า “เวรย่อมไม่ระงับความการจองเวร”

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook