บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

พุทธปรัชญาในคัมภีร์มิลินทปัญหา

ประวัติคัมภีร์มิลินทปัญหา
ทรรศนะของนักปราชญ์เกี่ยวกับคัมภีร์มิลินทปัญหา
คัมภีร์มิลินทปัญหาหลายฉบับ
พระเจ้ามิลินท์คือใคร
หาผู้ตอบปัญหาให้หายสงสัยไม่ได้
พระนาคเสนคือใคร
การประลองเชิงและตั้งกติกาการโต้วาทะ
การวิเคราะห์ลักษณะพิเศษ
เอกสารอ้างอิง

พระนาคเสนคือใคร

ในคัมภีร์ฉบับภาษาบาลีนั่นเองเล่าว่า พระนาคเสนเกิดที่หมู่บ้านกระชังคละ ใกล้ภูเขาหิมาลัย บิดาเป็นพราหมณ์ ชื่อ โสณุตตระ เริ่มเรียนศิลปวิทยาเมื่ออายุได้ 7 ขวบ และเรียนได้อย่างรวดเร็วมาก ทั้งไตรเพทและศิลปศาสตร์อื่น ๆ เมื่อเรียนจบแล้วได้ถามบิดาว่า ศิลปวิทยาที่คนตระกูลนี้จะพึงศึกษาเล่าเรียนมีเพียงเท่านี้หรือ? เมื่อบิดาตอบว่ามีเพียงเท่านี้ ก็รู้สึกว่าวิชาต่าง ๆ ที่เรียนมาทั้งหมดนั้นไม่มีสาระอะไรนักหนา ไม่เต็มความประสงค์ในความรู้ที่มีอยู่

วันหนึ่งได้พบกับพระเถระในพระพุทธศาสนารูปหนึ่ง ชื่อ โรหณะ ซึ่งมาบิณฑบาตที่บ้านของโสณุตตรพราหมณ์ เมื่อได้เห็นพระเถระก็เกิดปีติโสมนัส และคิดว่า “สมณะผู้นี้อาจจะรู้ศิลปวิทยาที่เป็นแก่นสารบ้างกระมัง” จึงเข้าไปสนทนาด้วย ให้ฉันอาหารในบ้านของตนแล้วขอเรียนวิชาคือมนต์อันสูงสุดในโลก ซึ่งท่านโรหณะบอกว่าท่านรู้ แต่ท่านว่าไม่อาจบอกมนต์นี้แก่ผู้ไม่บวชได้ นาคเสนกุมารจึงขออนุญาตมารดาบิดาเพื่อจะบวช มารดาบิดาก็อนุญาต ด้วยหวังว่า “บวชเพื่อเรียนมนต์อันสูงสุด เมื่อเรียนจบแล้วก็คงสึกออกมาครองเรือนอย่างเดิม”

นาคเสนกุมารบวชเป็นสามเณรที่วัดถ้ำรักขิต ท่ามกลางพระอรหันต์จำนวนมาก พระโรหณะผู้เป็นอุปัชฌาย์เห็นปัญญาอันแหลมคมของสามเณรนาคเสน ซึ่งมีพื้นฐานความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ มาดีพอสมควรแล้ว จึงให้เรียนพระอภิธรรมก่อน

 

สามเณรนาคเสนเรียนได้อย่างรวดเร็ว สามารถสาธยายทั้งสวดและท่องให้พระ-อรหันต์ทั้งหลายฟังได้อย่างแม่นยำไม่ผิดพลาด เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ พระอรหันต์ทั้งหลายจึงประชุมกันให้สามเณรนาคเสนอุปสมบทเป็นภิกษุ มีพระโรหณะนั่นเองเป็นพระ-อุปัชฌายะ

วันรุ่งขึ้นพระนาคเสนออกบิณฑบาตกับพระอุปัชฌาย์ เดินตามหลังท่าน และคิดใน ใจว่า “พระอุปัชฌาย์ของเราโง่เขลาจริงที่ให้เราเรียนพระอภิธรรมก่อนกว่าพระพุทธพจน์ อื่น ๆ” พระโรหณะทราบความคิดของพระนาคเสน จึงกล่าวว่า “นาคเสนคิดอย่างนั้นหาควรไม่” พระนาคเสนจึงได้รู้ว่า พระอุปัชฌาย์ของตนรู้วารจิต จึงคิดใหม่ว่า พระอุปัชฌาย์ของเรามีปัญญาดีแท้ จึงกล่าวขออภัยท่านในการคิดล่วงเกิน

พระโรหณะกล่าวว่า “จะอภัยโทษล่วงเกินด้วยเหตุเพียงเท่านี้หาสมควรไม่ นาคเสนต้องไปทำกิจพระศาสนาอย่างหนึ่งให้สำเร็จ เราจึงจะอภัยโทษให้ คือ มีพระราชาพระองค์หนึ่ง พระนามว่า มิลินท์ ครองราชสมบัติในสาคลราชธานี ทรงโปรดถามปัญหาเกี่ยวกับลัทธิต่าง ๆ ให้เธอไปทำพระราชาพระองค์นั้นให้เลื่อมใสเถิด เมื่อพระราชาเลื่อมใสนับถือพระพุทธศาสนาแล้ว นั่นคือการอภัยโทษของเรา”

พระนาคเสน ตอบว่า “เกล้ากระผมขอรับภาระด้วยความยินดียิ่ง”

ในพรรษานั้น พระโรหณะส่งพระนาคเสนให้ไปอยู่กับพระอัสสคุตตเถระ ซึ่งจำพรรษาอยู่ ณ วัดนิยเสนาสน์ พระนาคเสนปฏิบัติบำรุงพระเถระอยู่ 7 วัน มีการกวาดบริเวณ ตั้งน้ำบ้วนปากและไม้สีฟันไว้ถวาย เป็นต้น แต่พระอัสสคุตตเถระไม่รับการปฏิบัติบำรุงนั้น โดยการกวาดบริเวณเสียใหม่ เทน้ำที่พระนาคเสนวางไว้ให้ เปลี่ยนไม้สีฟันใหม่ เมื่อล่วง 7 วันไปแล้ว เห็นพระนาคเสนยังทำอยู่เหมือนเดิม จึงยอมรับไว้เป็นศิษย์

ในหมู่บ้านใกล้วัดมีอุบาสิกาคนหนึ่ง เป็นอุปัฏฐายิกาของพระอัสสคุตตเถระมาถึง 30 ปีแล้ว เมื่อออกพรรษาแล้ว วันหนึ่งมาหาพระเถระ ถามว่า มีภิกษุอื่นจำพรรษาอยู่กับท่านบ้างหรือไม่ พระเถระบอกว่ามีอยู่รูปหนึ่ง ชื่อ นาคเสน อุบาสิกาจึงนิมนต์พระเถระ และพระนาคเสนไปฉันที่บ้านของตนในวันรุ่งขึ้น เมื่อฉันเสร็จแล้ว พระเถระให้พระนาคเสนกล่าวอนุโมทนา ตัวท่านกลับไปก่อน

อุบาสิกาบอกพระนาคเสนว่า ตนเป็นคนแก่แล้ว ขอให้พระนาคเสนกล่าวธรรมที่สุขุมลุ่มลึกแก่ตนด้วยเถิด พระนาคเสนจึงกล่าวอนุโมทนาด้วยอภิธรรมกถา แสดงโลกุตตร-ธรรมประกอบด้วยสุญญตานุปัสสนา มหาอุบาสิกาได้บรรลุธรรมขั้นโสดาปัตติผล แม้พระนาคเสนเอง เมื่อกล่าวอนุโมทนาแก่อุบาสิกาแล้ว ก็พิจารณาธรรมที่ตนแสดงอยู่ ได้บรรลุโสดาปัตติผลเหมือนกัน

พระอัสสคุตตเถระนั่งอยู่ที่วัด ได้ทราบเรื่องนี้ด้วยทิพพจักษุญาณ แล้วสาธุการว่า “ท่านนาคเสนยิงศรดอกเดียว สามารถทำลายสักกายทิฐิได้ถึง 2 กอง คือ สักกายทิฐิของตนและของอุบาสิกา”

เมื่อพระนาคเสนกลับถึงวัด ท่านได้ส่งพระนาคเสนไปอยู่ในสำนักของพระธรรม-รักขิตเถระ ณ วัดอโศการาม เมืองปาตลีบุตร เพื่อศึกษาพระพุทธวจนะให้ยิ่งขึ้นไป

ในการเดินทางไปเมืองปาตลีบุตรครั้งนั้น ท่านนาคเสนได้อาศัยเศรษฐีผู้เป็นพ่อค้าเกวียนคนหนึ่งไป ระหว่างทางได้แสดงธรรมให้เศรษฐีได้ดวงตาเห็นธรรม คือ สำเร็จโสดา-ปัตติผล เมื่อถึงเมืองปาตลีบุตรแล้วเศรษฐีได้ช่วยชี้ทางไปวัดอโศการามให้

ในสำนักของพระธรรมรักขิตนั้น พระนาคเสนได้สาธยาย และสวดท่องพระพุทธวนะอย่างละหนเดียวเท่านั้น โดยใช้เวลาถึง 3 เดือน และพิจารณาหาความหมายทำความเข้าใจในพระพุทธวนจะอยู่อีก 3 เดือน รวมเป็น 6 เดือน พระธรรมรักขิตเห็นว่า พระนาคเสนเชี่ยวชาญในปริยัติยิ่งนัก แต่การปฏิบัติยังไม่ถึงที่สุด จึงกล่าวเตือนว่า “อย่าเป็นอย่างคนเลี้ยงโค รับแต่ค่าจ้าง แต่ไม่ได้ดื่มรสแห่งนมโค” ดังนี้

พระนาคเสนกล่าวว่า คำเตือนเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ในวันนั้นเอง พระนาค-เสนก็ได้บำเพ็ญเพียรถ่ายถอนกิเลส จนได้บรรลุอรหัตตผล พร้อมด้วยปฏิสัมภิทา 4 คือความแตกฉานในอรรถ ในธรรม ในภาษา และในปฏิภาณอย่างยิ่ง

เมื่อทราบว่า พระนาคเสนบรรลุอรหัตตผลแล้ว พระอรหันต์ที่อยู่ ณ วัดรักขิตคูหา จึงส่งทูตให้นำสารไปนิมนต์พระนาคเสนกลับมา เมื่อพระนาคเสนกลับมาแล้ว ท่านเหล่านั้นจึงแจ้งให้ทราบว่า ถึงเวลาที่จะต้องไปนครสาคละ เพื่อโต้ตอบปัญหาของพระเจ้ามิลินท์แล้ว จึงชวนกันไปยังสาคลราชธานี

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook