บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

พุทธสัจจะ

การเกิดนิกายและสำนักทางพุทธสัจจะ
ลักษณะของพุทธสัจจะ
หลักคำสอนของพระพุทธเจ้า
การเข้าใจและเข้าถึงพุทธปรัชญา
วิธีการสอนของพระพุทธเจ้า

การเกิดนิกายและสำนักทางพุทธสัจจะ

ถึงแม้จะมีการทำสังคายนาคำสั่งสอนจนถือว่าเป็นที่ยุติแล้วก็ตาม แต่ยังมีสาวกบางกลุ่มได้พยายามตีความคำสอนนั้นตามอำเภอใจของตนและดำเนินชีวิตตามที่ตนเองเห็นชอบอีกด้วย ทำให้เกิดการแตกออกเป็น 4 สำนักใหญ่ๆ ดังนี้

สำนักมาธยมิกะ

เป็นสำนักทางปรัชญาในนิกายมหายาน นาคารชุน เป็นผู้ก่อตั้งปรัชญาสำนักมาธยมิกะ คำว่ามาธยมิกะ หมายถึง ทางสายลาง (มาธยมา ปฏิบัติ) ซึ่งนาคารชุนสอนมุ่งถึงอัตถิตา และนัตถิตา ของทุกสิ่งทุกอย่าง ปรัชญาสำนักนี้มองสิ่งต่าง ๆ ที่ธรรมชาติเป็นอย่างนั้น (ตถตา) ตถตาเป็นคำสอนของอัศวโฆษะ หรือ เป็นไปอย่างนั้นเอง ปราศจากแก่นสารอมตะ มีแต่ความว่างเปล่า จึงเรียกว่า ศูนยวาท

สำนักโยคาจาร

เป็นสำนักทางปรัชญาในนิกายมหายาน ไมตรียนาถ เป็นผู้ก่อตั้งสำนักโยคาจาร และนักปรัชญาสำคัญ มีท่าน อัศวโฆษะ มีชีวิตในช่วง ปี ค.ศ. 100 และ อารยเทวะเป็นปรัชญาแบบจิตนิยมเชิงจิตวิสัย (Subjective Idialism) ท่านอสังคะ แต่งโยคาจารภูมิ และมหายานสัม

 

สำนักเสาตรันติกะ

เป็นสำนักทางปรัชญาในนิกายหีนยาน ผู้ก่อตั้งปรัชญาสำนักนี้คือกุมารลาตะ (Kumarlata) แห่งนาครตักสิลา ปรัชญาสำนักเสาตรันติกะหรือวิพากษ์สัจนิยม ปฏิเสธคัมภีร์อภิธรรมทั้งหมด และยึดมั่นอยู่ในพระสูตรของพระพุทธองค์โดยตรง ทัศนะเกี่ยวกับการมีอยู่ของธาตุประกอบว่ามีอยู่ตลอดกาล ปรัชญาพุทธบางสาขาถือว่าธาตุประกอบ (ธรรม) ทั้งปวงมีอยู่ตลอดกาล คือในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต แต่ปรัชญาสำนักเสาตรันติกะโต้แย้งโดยการตั้งคำถามเชิงวิจารณ์ว่า ถ้าหากว่าธาตุประกอบในอดีตและในอนาคตมีอยู่เหมือนกับที่มันมีอยู่ในปัจจุบัน เหตุใดมันจึงเป็นอนาคตและอดีต? ความแตกต่างกันชั่วคราวของสิ่งทั้งปวงจึงถูกปิดบังไว้ และไม่สามารถกล่าวได้เช่นกันว่า สารัตถะหรือแก่นแท้ของธาตุประกอบหนึ่งมีอยู่ในอดีตและอนาคตโดยไม่ใช่เป็นเพราะการกระทำตามหน้าที่ของมัน เพราะสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่เป็นอะไรเลยเป็นแต่เพียงการกระทำตามหน้าที่ของมัน การยอมรับการมีอยู่อย่างต่อเนื่องของธาตุประกอบ เป็นการยอมรับปรัชญาอกาลิกนิยมอย่างหนึ่ง และไม่จำเป็นที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ปรากฏอยู่เป็นสิ่งที่เกิดจากความนึกคิด แนวความคิดเช่นนี้ อาจทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่องขึ้นมา คืออนาคตอันห่างไกลสภาพความไม่มีอยู่ หรือนิพพานที่ไม่สามารถเข้าถึง อาจมีอยู่เมื่อคิดว่ามันมีอยู่

สำนักไวภาษิกะ

เป็นสำนักทางปรัชญาในนิกายหีนยาน สืบเนื่องมาจากการทำสังคายนาที่แคชเมียร์ อรรถกถาพระไตรปิฎกได้รับการแต่งและจารึกเป็นภาษาสันสกฤต โดยการอำนวยการของท่านวสุมิตร คัมภีร์ชื่อ "อภิธรรมมหาวิภาษาศาสตร์" ที่อธิบายคัมภีร์อภิธรรม

ไวภาษิกะ ถือว่า สิ่งที่มีอยู่จริง มีทั้งร่างกาย(วัตถุ) และจิตใจ (นามธรรม) แต่ละอย่างที่อยู่เป็นอิสระแยกจากกันไม่ขึ้นแก่กัน และสภาวะทั้ง 2 อย่างคือ วัตถุ และนามธรรม ต่างก็มีส่วนประกอบหลายอย่าง ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะมีสภาพเป็นอมตะ สรรพสิ่งมีการผันแปรเปลี่ยนแปลงเสมอ นอกจาก สภาวะ 3 อย่างคืออวกาศ และนิพพาน 2 อย่าง ซึ่งคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบที่เล็กที่สุดของวัตถุคือปรมาณู เมื่อปรมาณูรวมตัวกัน วัตถุก็ก่อเป็นรูปร่างขึ้นมา แต่ภาวะของปรมาณูเราไม่อาจสัมผัสได้ นอกจากจะสัมผัสกลุ่มที่ได้รวมตัวกันแล้วของปรมาณูที่ปรากฏเป็นรูปร่างออกมาเท่านั้น (พิสิฏฐ์ โคตรสุโพธิ์, 2549 :25)

ไวภาษิกะยืนยันว่า วัตถุภายนอกมีอยู่ เรารับรู้วัตถุนั้นในฐานะที่เป็นอารมณ์ของประจักษ์ไม่ต้องมีสิ่งใดมาเป็นตัวกลางระหว่างประสาทสัมผัสและอารมณ์ภายนอก ความรู้ก็เกิดขึ้นแล้วความรู้ทางอายตนะ ตา หู และใจ ไม่ต้องสัมผัสถึงตัววัตถุก็รับรู้ได้ แต่ความรู้ทางอายตนะอื่นๆคือจมูก ลิ้น และกาย ต้องสัมผัสถูกต้องวัตถุ (อารมณ์) นั้นโดยตรง จึงรับรู้ได้ เช่นจมูกสัมผัสกลิ่น จึงรับรู้กลิ่น ลิ้นสัมผัสรส จึงรู้รสเค็ม เปรี้ยว เป็นต้น เมื่ออายตนะภายนอกกับอายตนะภายใน 2 อย่างสัมผัสกันการปรุงแต่งทางใจเกิดขึ้นมา เพราะอาศัยการปรุงแต่งทางใจ จิตจึงเกิดการรู้แจ้งขึ้นมา

สรุปสำนักทางสัจจะ

สำนักทางพุทธปรัชญา 4 สำนัก ที่กล่าวมา หลักการใหญ่ๆ ที่มีความคล้ายคลึงกัน คือ สิ่งที่ถูกรู้นั้นคือ ธรรมชาติ (ภายนอก) ซึ่งเราจะรู้ความจริงเหล่านั้นได้จากการที่เรามีจิตใจที่มุ่งหวังและมีความพยายามใฝ่ในความรู้ด้วยตัวของเรา และพุทธปรัชญา 4 สำนักนั้นโต้เถียงกันในเรื่องความจริงขั้นสูงสุดในทางพระพุทธศาสนา โดยเหตุแห่งความแตกต่างทางความคิดก็มาจากการที่ยึดหลักธรรมคนละอย่างในการอธิบายสภาวะแห่งความรู้และนิพพาน โดยสำนักมาธยามิกะมีความเข้าใจว่า ไม่มีสัจธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเลยไม่ว่าจะเป็นทางกาย หรือ ทางใจ และถือว่าทุกอย่างว่างหรือสูญ เรียกว่า สูญญตา และโยคาจารนั้นก็เข้าใจไปในทำนองเดียวกันว่า จิตอย่างเดียวเท่านั้นที่มีอยู่ ส่วนโลกียวัตถุทั้งหมดนั้น เป็นสิ่งที่สูญเปล่าจากความจริง

แต่สำนักเสาตรันติกะ และสำนักไวภาษิกะ ถือว่าวัตถุและจิตใจเป็นสิ่งมีอยู่จริง และสำนักเสาตรันติกะเข้าใจว่าสิ่งภายนอกนั้นเราไม่สามารถสัมผัสได้และก็สัมผัสไม่ได้เลย แต่เราสามารถเข้าใจสิ่งนั้นได้โดยการอาศัยการอนุมาน และสำนักไวภาษิกะ มีความคิดว่า การรับรู้โลก

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook