บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

พุทธสัจจะ

การเกิดนิกายและสำนักทางพุทธสัจจะ
ลักษณะของพุทธสัจจะ
หลักคำสอนของพระพุทธเจ้า
การเข้าใจและเข้าถึงพุทธปรัชญา
วิธีการสอนของพระพุทธเจ้า

ลักษณะของพุทธสัจจะ

พระพุทธเจ้าเมื่อตรัสรู้แล้วจึงได้แสดงให้เห็นถึงเป็นศาสนาที่มีเหตุผลสมบูรณ์ จริยธรรมที่สามารถปฏิบัติได้จริง โดยทรงวางหลักง่ายๆของการดำเนินชีวิตของมนุษย์เอาไว้ ประมวลลักษณะเด่นๆของพุทธปรัชญาได้ดังต่อไปนี้ (พิสิฏฐ์ โคตรสุโพธิ์, 2546 : 6)

หลีกเลี่ยงที่จะถกเถียงโต้แย้งทางปรัชญา (Aversion of Discussion)

พระพุทธเจ้าไม่ใช่นักเก็งความจริง แต่จะพยายามอธิบายหลักคำสอนของพระองค์อย่างมีเหตุผล โดยปกติจะหลีกเว้นการอธิบายที่ยึดยาว ในลักษณะเช่นนี้พระองค์มักจะคัดค้านพวกที่ชอบสนทนาโต้แย้ง ในเรื่องการถือโชคลาง พระองค์จะมีท่าทีใกล้เคียงกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ โดยย้ำที่คุณค่าแห่งความเพียรพยายาม และคุณค่าของการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองมากกว่า ศาสนาและจริยธรรมของพุทธเน้นที่การเชื่อและให้พึ่งตนเอง คำสอนเน้นที่การวางหลักฐานอย่างหยั่งลึกในเรื่องการวิเคราะห์อย่างถึงแก่น (วิภัชชวาที) และประสบการณ์ทางการปฏิบัติอย่างยิ่ง มากกว่าที่จะมามัวโต้เถียงกันทางอภิปรัชญาเป็นสิ่งที่ไร้สาระและเสียเวลา

จุดมุ่งหมายของพุทธไม่ใช่แต่การสนทนาโต้ตอบหาเหตุผลทางความคิดทางปรัชญา แต่มุ่งที่การหลุดพ้นจากความทุกข์ต่างๆเมื่อถูกถามปัญหาทางอภิปรัชญา พระองค์จะทรงปฏิเสธไม่ตอบเงียบเฉย นิ่งเสีย และบอกว่าไม่ควรถาม การนิ่งเฉยไม่ยอมตอบ ไม่ใช่เป็นความโง่ หรือเป็นเพราะไม่รู้ แต่ถือว่าเป็นความฉลาดอย่างยิ่งต่างหาก เพราะแม้ตอบแล้วก็จะยังไม่จบอยู่ดี ปัญหาทาง

อภิปรัชญาที่นักคิดสมัยนั้นชอบโต้แย้งกันโดยถามหาที่สุดของโลกเป็นต้น แต่พระพุทธเจ้าไม่ตอบดังนี้ (ม. ม. 13/128/141.)

 

“ปัญหาว่า โลกเที่ยง โลกไม่เที่ยง โลกมีที่สุด โลกไม่มีที่สุด ชีวะกับสรีระเป็นอย่างเดียวกัน ชีวะกับสรีระเป็นคนละอย่างกัน หลังจากตายแล้วตถาคตเกิดอีก หลักจากตายตถาคตไม่เกิดอีก หลักจรากตายแล้วตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีก หลักจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่ เราไม่ตอบ”

เหตุผลที่ไม่ตอบปัญหาทางอภิปรัชญา ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ (ม.ม.13/128/141)

“ไม่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายความกำหนัด เพื่อดับ เพื่อสงบระงับ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน เหตุนั้นเราจึงไม่ตอบ”

ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าครั้นถูกถาม พระองค์จะนิ่งเฉยเสีย หรือปฏิเสธตรงๆ หรือให้ยกคำถามไว้ก่อนว่ายังไม่ควรตอบ การไม่ตอบเป็นความฉลาด ถ้าตอบว่า “ใช่” ก็ต้องตกอยู่ในข่ายของสัสสตวาทะ (ความเห็นว่า วิญญาณเที่ยง) ถ้าตอบ “ไม่ใช่” ก็จะอยู่ในข่าย อุจเททวาทะ(ความเห็นว่าวิญญาณขาดสูญ) ผู้ใดมีศักยภาพสามารถรู้อดีต และอนาคตไม่มีขีดจำกัดจะรู้ จะตอบปัญหานี้ได้ดี

มีลักษณะทุทัศนนิยม (Pessimism)

ความคิดหลักของพุทธปรัชญาถูกกล่าวหาว่าเป็นทุนิยม คือมองโลกในแง่ร้าย เนื่องจากพระพุทธเจ้าสอนว่า โลกเต็มไปด้วยทุกข์ หน้าที่ของมนุษย์ต้องถอนตนออกจากโลกแห่งความทุกข์ เป็นความโง่เขลาอย่างยิ่งที่จะคาดหวังความสนุกเพลิดเพลินในโลกนี้ มองอย่างนี้จะเป็นทุนิยม แต่พุทธปรัชญาก็แสดงหนทางหลุดพ้นจากทุกข์ ให้บรรลุถึงสุขได้ อาจกล่าวได้ว่ามีจุดเริ่มต้นเป็นแบบทุนิยม แต่จุดสุดท้ายจบลงที่ความเป็นสุนิยม คือการมองโลกในแง่ดีอย่างยิ่ง

มีลักษณะเป็นสัจนิยม (Realism)

พระพุทธเจ้าวิจารณ์ความเชื่องมงายในคำสอนในคัมภีร์ที่สืบทอดมาตามประเพณี เช่น คัมภีร์พระเวทเป็นต้น พระองค์ทรงปฏิเสธความศักดิ์สิทธิ์ของพระเวทที่ประทานมาจากเบื้องบน แต่ทรงเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม จึงไม่ยอมรับอำนาจบงการของเทพเจ้าผู้สูงสุด พระองค์เน้นคำสอนที่ประสบการณ์จริงของชีวิต และไม่ยอมรับว่าจะมีอะไรอื่นๆที่อยู่เหนือขอบเขตแห่งความพยายามและความเข้าใจของมนุษย์เอง

มีลักษณะแบบปฏิบัตินิยม (Pragmatism)

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่นำมาปฏิบัติได้ผลจริง จากความคิดแบบปฏิบัตินิยม พระองค์สอนเรื่อง อริยสัจ 4 ที่ชี้ตัวปัญหาพร้อมทั้งต้นตอของปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างได้ผลจริง คือการไม่ยึดติดและทำลายตัณหา ความสงบทางจิต ความรู้และปัญญาจึงจะเกิด และนั่นคือการบรรลุนิพพาน พระพุทธเจ้าไม่ใช่พวก

อไญยยนิยม (Agnostic) ที่กล่าวว่าไม่มีใครรู้จริง ไม่อย่างนั้น พระองค์จะไม่เรียกพระองค์ว่า“พุทธะ” หมายถึง ผู้รู้ ผู้ตื่นแน่นอน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook