บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

สาระธรรมจากพระพุทธศาสนา

ประวัติของพระพุทธเจ้า
พระพุทธศาสนา
องค์ประกอบของพระพุทธศาสนา
สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
ปรัชญา
ความแตกต่างระหว่างศาสนากับปรัชญา
ความแตกต่างระหว่างพระพุทธศาสนากับปรัชญา
ลักษณะเชิงปรัชญาของพระพุทธศาสนา

ลักษณะเชิงปรัชญาของพระพุทธศาสนา

พระพุทธศาสนาดั้งเดิมนั้นมีลักษณะเป็นหลักศาสนาและหลักจริยธรรม ไม่มีลักษณะเป็นปรัชญา ต่อมาเมื่อได้มีการตีความหมายคำสอนดั้งเดิมกันกว้างขวางยิ่งขึ้นในหมู่ของเหล่าพุทธสาวกเอง จึงก่อให้เกิดการแปรรูปขึ้นในพุทธธรรมนี้คือจุดเริ่มต้นของพุทธปรัชญาซึ่งได้ค่อยๆพัฒนาตัวเองจนปรากฏรูปร่างที่ชัดเจนขึ้นในเวลาต่อมาดังนั้น เมื่อจะมองพระพุทธศาสนาในเชิงปรัชญาหรือเรียกว่าเอาหลักปรัชญามาจับหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา หรือที่เรียกว่า พุทธปรัชญา แล้วนั้น พระพุทธศาสนามีลักษณะเชิงปรัชญา ดังนี้

  1. คัมภีร์ที่แสดงลักษณะทางปรัชญาของพระพุทธศาสนาได้ชัดเจน คือ คัมภีร์อภิธรรม ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่เชื่อกันว่าเกิดขึ้นในชั้นหลังต่อมาอีกนาน แต่คัมภีร์อภิธรรมในยุคแรกๆก็ยังคงมีลักษณะเป็นเรื่องศาสนา มากกว่าที่จะถือว่าเป็นปรัชญาอยู่ดีคัมภีร์อภิธรรมในยุคหลังๆ ต่อมาจึงมีลักษณะเป็นปรัชญาชัดเจนขึ้น
     
  2. ผู้ที่ต้องการศึกษาพุทธในเชิงปรัชญา หรือศึกษาส่วนที่เป็นปรัชญาของพระพุทธศาสนาจึงต้องศึกษาอภิธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคัมภีร์อภิธรรมที่เป็นภาษาสันสกฤต เช่น คัมภีร์อภิธรรมของนิกายสรวาสติวาท และนิกายสถวีรวาท พร้อมทั้งคัมภีร์ชั้นอรรถกถาในยุคต่อมา ซึ่งได้มีการอธิบายเรื่องของชีวิตและจักรวาลในแบบของปรัชญามากยิ่งขึ้น
     
  3. พุทธปรัชญานั้นพัฒนาขึ้นมาจากการที่นักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาพยายามโต้แย้งลัทธิหรือปรัชญานอกพระพุทธศาสนา ที่เป็นปฏิปักษ์หรือพยายามโจมตีพระพุทธศาสนาในด้านต่างๆขบวนการดังกล่าวนี้ได้เริ่มขึ้นในอินเดียเมื่อราวพุทธศตวรรษที่6-11 และได้เกิดขึ้นในประเทศจีนเมื่อราวพุทธศตวรรษที่11-15
     
  4. พระพุทธศาสนาในลักษณะที่เป็นปรัชญาส่วนใหญ่จึงเป็นผลงานของนักคิดฝ่ายมหายานทั้งที่เกิดขึ้นในอินเดียและจีน สำหรับมหายานที่เกิดในอินเดียนั้น นิกายสำ คัญก็คือ โยคาจารของ ท่านอสังคะ, ท่านวสุพันธุ์ และนิกายมาธยมิกของท่านนาคารชุน ท่านจันทกีรติและท่านอารยะเทวะส่วนมหายานที่เกิดในจีนก็คือ นิกายเทียนไท้ หรือนิกายสัทธรรมปุณฑริกและนิกายหัวเย็น

     
     
  5. ความคิดทางปรัชญาของพระพุทธศาสนาที่ควรแก่การสนใจศึกษา ก็คือ ความคิดเชิงอภิปรัชญา เพราะเป็นความคิดที่เป็นต้นตำรับและเป็นความคิดที่ละเอียดลึกซึ้งกว่าอภิปรัชญาของตะวันตกเป็นอันมาก ส่วนความคิดเชิงสัมพัทธ์ปรัชญา ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับโลกหรือธรรมชาติฝ่ายวัตถุนั้นพระพุทธศาสนาให้รายละเอียดไว้น้อยและคงสู้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของตะวันตกไม่ได้
     
  6. พุทธศาสนาเป็นระบบปรัชญาฝ่ายอเทวนิยม เป็นระบบจริยศาสตร์ และมีลักษณะเป็นปรัชญาเชิงปฏิฐาน หรือปฏิฐานนิยมที่ลึกซึ้งแจ่มแจ้งที่สุด ความคิดเชิงปรัชญาของพระพุทธศาสนา ได้มีอิทธิพลต่อความคิดของชาวตะวันตกไม่น้อยโดยเฉพาะ ระบบจริยศาสตร์ของพระพุทธศาสนาเป็นที่ชื่นชอบของชาวตะวันตกเป็นอันมาก
     
  7. คัมภีร์อภิธรรม แม้จะว่าด้วยเรื่องทางอภิปรัชญา แต่ก็เป็นปรัชญาวิทยาศาสตร์ของพระพุทธศาสนา เพราะในคัมภีร์อภิธรรมได้อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติไว้อย่างละเอียด โดยชี้ให้เห็นว่า ปรากฏการณ์ธรรมชาตินั้นเป็นไปตามเงื่อนไขแห่งเหตุปัจจัยหรือว่าเกิดขึ้นอย่างมีสาเหตุซึ่งตรงกับหลักแห่งความเป็นสาเหตุในวิทยาศาสตร์นั่นเอง หลักการดังกล่าวนี้เป็นคำสอนสำคัญเรื่อง หนึ่งของพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับเป็นหลักสำคัญทางวิทยาศาสตร์
     
  8. หลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนานั้นตั้งอยู่บนฐานของการรู้เห็นตามความเป็นจริงหลักความจริงดังกล่าวนี้เมื่อได้รับการอธิบายขยายความให้กว้างขวางออกไปเราเรียกว่า พุทธปรัชญาและการนำเอาพุทธปรัชญานั้นมาสู่การปฏิบัติให้เป็นจริงขึ้นในชีวิต นั่นคือด้านที่เป็นศาสนาของพระพุทธศาสนา ส่วนในด้านที่เป็นปรัชญานั้น พุทธปรัชญาจัดอยู่ในประเภทสัจนิยม
     
  9. พุทธปรัชญาพัฒนาไปใน 4 กระแสหลักคือ
    - ไวภาษิกะ มีลักษณะเป็นพหุสัจนิยม และปรมาณูนิยม
    - เสาตรานติกะ มีลักษณะเป็นปรากฏการณ์นิยม
    - โยคาจาร มีลักษณะเป็นจิตปรากฏการณ์นิยม อัตวิสัยนิยม
    - มาธยมิก มีลักษณะเป็นจิตนิยม ปรัชญาวิจารณ์
     
  10. พระพุทธศาสนาฝ่ายฝ่ายเถรวาทนั้น ยังคงรักษาคำสอนของพระพุทธศาสนาในรูปเดิมไว้อย่างมั่นคงตลอดมา แต่คัมภีร์ชั้นหลังของฝ่ายเถรวาทซึ่งได้มีการอธิบายขยายความพุทธธรรมออกไปอย่างกว้างขวางเช่นกัน ก็มีลักษณะของปรัชญาให้เห็นมากขึ้น ฉะนั้นหากจะศึกษาผลงานทางปรัชญาของฝ่ายเถรวาท ก็จะต้องสึกษาผลงานของพระอรรถกถาจารย์ เช่น พระพุทธโฆษาจารย์และพระอนุรุทธะ เป็นต้น (สุเชาว์ พลอยชุม, 2545 :6-9)

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook