บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ศาสนพิธี

กุศลพิธี บุญพิธี ทานพิธี ปกิณกพิธี

กุศลพิธี

กุศล แปลว่า ความฉลาด,สิ่งที่ตัดความชั่ว หมายถึง พิธีการทำความดี กุศลพิธีนี้ว่าด้วยการบำเพ็ญกุศลเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติในพิธีกรรมวันสำคัญต่าง ๆ ทางพระพุทธศาสนา มีดังต่อไปนี้

พิธีเข้าพรรษา
การเข้าพรรษา หมายถึง การอยู่ประจำที่ของพระสงฆ์ตลอด 3 เดือนในฤดูฝน ซึ่งเป็นธรรมเนียมทางพระวินัยที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ ระยะกาลเข้าพรรษาของพระภิกษุ มี 2 ครั้ง คือ

  1. ปุริมพรรษา คือการเข้าจำพรรษาแรก กำหนดตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 8 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
  2. ปัจฉิมพรรษา คือการเข้าจำพรรษาหลัง กำหนดตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 9 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12

โดยมากพระสงฆ์ส่วนใหญ่นิยมเข้าปุริมพรรษา พอถึงวันเข้าพรรษา พระภิกษุสามเณรที่จำพรรษาในวัดทั้งหมดลงประชุมกันในอุโบสถ นั่งให้เป็นระเบียบเรียบร้อยตามลำดับอาวุโสพรรษา เมื่อพร้อมกันแล้วพึงทำกิจไปตามลำดับ

การประกาศวัสสูปนายิกา คือ การชี้แจงให้พระภิกษุและสามเณรทั้งมวลได้ทราบถึงระเบียบปฏิบัติในการจำพรรษา มีสาระสำคัญที่ควรประกาศให้ทราบ คือ

  1. บอกให้ทราบเรื่องการจำพรรษา
  2. แสดงเรื่องที่มาในบาลีวัสสูปนายิกขันธกะโดยใจความ
  3. บอกเขตของวัดที่ภิกษุจะต้องรักษาพรรษา หรือ รักษาอรุณให้ชัดเจน
  4. บอกเรื่องการถือเสนาสนะให้ชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร
  5. บอกกติกาในการจำพรรษานอกจากนี้ (ถ้ามี)

การทำสามีจิกรรม เป็นการแสดงออกถึงความเคารพกันระหว่างพระผู้ใหญ่กับพระผู้น้อย เป็นเครื่องแสดงถึงความสามัคคีของหมู่คณะ และเป็นหน้าที่ที่พระภิกษุสามเณรต้องทำตามพระวินัย

การอธิษฐานเข้าพรรษา เมื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว พระภิกษุสามเณรนั่งคุกเข่า หันหน้าเข้าหาพระประธาน กราบลงพร้อมกัน 3 ครั้ง จากนั้นเจ้าอาวาสหรือพระเถระผู้เป็นประธานกล่าวนำว่า นะโม ฯ พร้อมกัน 3 จบ แล้วจึงกล่าวคำอธิษฐานเข้าพรรษา หลังจากกล่าวจบแล้ว ให้กราบลง 3 หน แล้วเจริญพระพุทธมนต์ตามสมควร

พิธีถือนิสสัย
เป็นธรรมเนียมในพระวินัย ที่ภิกษุผู้ยังอยู่ในเกณฑ์เป็นพระนวกะ แปลว่าผู้ใหม่ กล่าวคือ มีพรรษายังไม่พ้น 5 หรือพ้น 5 แล้ว แต่ยังไม่สามารถรักษาตนด้วยการประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยได้ถูกต้องดี หมายความว่า เป็นผู้ที่ยังไม่มีความรู้ว่าอะไรควรไม่ควรแก่ภาวะของตน จำเป็นจะต้องถือนิสสัย คือ อยู่ในการปกครองดูแลของพระผู้ใหญ่ในวัดหรือสำนักสงฆ์ที่ตนอาศัยอยู่



พิธีทำสามีจิกรรม
เป็นธรรมเนียมของสงฆ์อย่างหนึ่งที่ภิกษุสามเณรจะพึงทำความชอบต่อกันเพื่อความสมานสามัคคีกันอยู่ร่วมกันโดยสงบสุข การทำความชอบต่อกันนี้ เรียกว่า สามีจิกรรม หมายถึง การแสดงความเคารพ การขอขมาโทษกัน การให้อภัยกัน มักจะทำในโอกาสต่าง ๆ คือ

  1. ในวันเข้าพรรษา
  2. ในวันก่อนและหลังเข้าพรรษา 7 วัน
  3. ในโอกาสที่จะไปอยู่วัดอื่นหรือที่อื่น

สามีจิกรรม มีอยู่ 2 แบบ คือ

  1. การทำสามีจิกรรมแบบขอขมาโทษ
  2. การทำสามีจิกรรมแบบถวายสักการะ

พิธีทำวัตรสวดมนต์
การทำวัตร หมายถึง การทำกิจวัตรของพระภิกษุ สามเณร และอุบาสกอุบาสิกา ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำกิจที่จะต้องทำเป็นประจำจนเกิดเป็นวัตรปฏิบัติ เรียกสั้นๆ ว่า “ทำวัตร” ในแต่ละวันมีการทำวัตร 2 เวลา คือ เช้ากับเย็น

พิธีการทำวัตรสวดมนต์ นั้นแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. พิธีทำวัตรสวดมนต์สำหรับพระภิกษุสามเณร
2. พิธีทำวัตรสวดมนต์สำหรับอุบาสกอุบาสิกา
3. พิธีสวดมนต์ไหว้พระสำหรับนักเรียน

การสวดมนต์ หมายถึง การสาธยายบท พระพุทธมนต์ต่างๆ ที่เป็นส่วนของพระสูตรก็มีที่เป็นส่วนของพระปริตรก็มีที่เป็นส่วนเฉพาะคาถาอันนิยมกำหนดให้นำมาสวดประกอบในการสวดมนต์เป็นประจำนอกเหนือจากบทสวดทำวัตรก็มี เมื่อเรียกรวมการสวดทั้งสองนี้เข้าด้วยกัน ก็เรียกว่า ทำวัตรสวดมนต์

จุดมุ่งหมายของการทำวัตรสวดมนต์นี้ บัณฑิตถือว่าเป็นอุบายสงบจิตไม่ให้คิดวุ่นวายไปตามอารมณ์ได้ชั่วขณะที่ทำการสวดมนต์ เมื่อทำเป็นประจำ วันละ 2 เวลา ทั้งเช้าและเย็น เวลาประมาณครั้งละครึ่งชั่วโมง หรือชั่วโมงหนึ่งเป็นอย่างน้อย ก็เท่ากับได้ใช้เวลาสงบจิตได้วันละไม่ต่ำกว่า 1 ใน 24 ชั่วโมง จิตใจที่ได้สงบแล้ว แม้เป็นเวลาเพียงเล็กน้อย ก็มีผลทำให้เยือกเย็นสุขุมไปหลายชั่วโมง เหมือนถ่านไฟที่ลุกโชน เมื่อจุ่มลงน้ำดับสนิทกว่าจะติดไฟลุกโชนขึ้นใหม่ได้ต้องใช้เวลานาน

พิธีกรรมวันธรรมสวนะ
วันธรรมสวนะ คือ วันกำหนดประชุมฟังธรรม ที่เรียกเป็นคำสามัญทั่วไปว่า “วันพระ” เป็นประเพณีนิยมของพุทธบริษัทที่ได้ถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแล้วแต่ครั้งพุทธกาล โดยถือว่า การฟังธรรมตามกาลที่กำหนดไว้เป็นประจำย่อมก่อให้เกิดสติปัญญาและสิริมงคลแก่ผู้ฟัง อย่างน้อยก็ได้รับธรรมสวนานิสงส์อยู่เสมอ วันกำหนดฟังธรรมนี้ พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ 4 วัน ในเดือนหนึ่ง ๆ คือ วันขึ้น 8 ค่ำ วันขึ้น 15 ค่ำ วันแรม 8 ค่ำ และวันแรม 14 ค่ำ หรือ 15 ค่ำ ของปักษ์ทั้งข้างขึ้นและข้างแรมโดยจันทรคติ วันทั้ง 4 นี้จึงถือกันว่าเป็นวันกำหนดประชุมฟังธรรมโดยปกติ และเป็นวันนิยมรักษาศีลอุโบสถสำหรับอุบาสกอุบาสิกาผู้ต้องการบำเพ็ญกุศลอีกด้วย

พิธีทำสังฆอุโบสถ
สังฆอุโบสถ เป็นธรรมเนียมของพระภิกษุทุกรูปต้องทำสังฆอุโบสถตามพุทธบัญญัติทุกกึ่งเดือน จะขาดมิได้ ยกเว้นมีเหตุจำเป็นที่มีพระบรมพุทธานุญาตไว้ อุโบสถมี 3 ประเภท คือ

1. สังฆอุโบสถ คือ อุโบสถกรรมที่พระภิกษุร่วมกัน ทำตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไป
2. ปาริสุทธิอุโบสถ คือ อุโบสถที่พระภิกษุต่ำกว่า 4 รูปร่วมกันทำ
3. อธิษฐานอุโบสถ คือ อุโบสถที่พระภิกษุอธิษฐานทำรูปเดียว

พิธีออกพรรษา
ออกพรรษา เป็นคำเรียกที่เข้าใจกันทั่วไป หมายถึง กาลสิ้นสุดแห่งกำหนดอยู่จำพรรษาของพระภิกษุตามพระวินัยบัญญัติ

มีพิธีเป็นสังฆกรรมพิเศษโดยเฉพาะเรียกโดยภาษาพระวินัยว่า ปวารณากรรม คือ การทำปวารณาของพระภิกษุผู้อยู่ร่วมกันมาตลอด 3 เดือน บัญญัติให้พระสงฆ์ทำปวารณา คือ ยินดีให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ทุกกรณี ไม่ต้องเกรงกันว่า เป็นผู้ใหญ่หรือผู้น้อย เมื่อใครมีข้อข้องใจใครในเรื่องการรักษาพระวินัยแล้ว ไม่พึงนิ่งไว้ พึงเปิดเผยชี้แจงกันได้ และในการว่ากล่าวตักเตือนกันตามที่ปวารณานี้ จะถือมาเป็นโทษขุ่นแค้นกันไม่ได้เลย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook