บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์ >>

การศึกษเรื่องในพุทธปรัชญา

พุทธปรัชญาในฐานะปฏิบัตินิยม
พุทธปรัชญาในฐานะสันตินิยม
พุทธปรัชญาในฐานะอเทวนิยม
พุทธปรัชญาในฐานะมานุษยนิยม
พุทธปรัชญาในฐานะธรรมาธิปไตยนิยม
พุทธปรัชญากับการศึกษา
ปรัชญาปฏิบัตินิยม
พุทธปรัชญาการเมืองและสังคม
พุทธศาสนากับการเมืองและสังคมเริ่มแรก (อัคคัญญสูตร)
วิกฤติด้านสังคม
ข้อเหมือนเรื่องการเมืองการปกครองในพุทธปรัชญาเถรวาทกับขงจื๊อ
ทัศนะพุทธปรัชญากับวิทยาศาสตร์
หลักการของพระพุทธศาสนา
การคิดตามนัยแห่งพระพุทธศาสนาและการคิดแบบวิทยาศาสตร์
พระพุทธศาสนาในฐานะเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์

พุทธปรัชญาในฐานะปฏิบัตินิยม

ปฏิบัตินิยมเป็นลัทธิ ซึ่งมีมาในยุโรปนานแล้ว แต่เพิ่งจะได้รับการประกาศอย่างจริงจังในปี ค.ศ. 1878 โดยนักคิดชาวอเมริกันชื่อ ชาร์ลส์ เอส. เพียร์ส (Charles S. Peirce) ซึ่งมีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1839- 1914 เป็นลัทธิปรัชญาซึ่งมีแก่นสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของความหมายและความจริง กล่าวคือ

  1. ข้อความใดๆ จะมีความหมายอย่างไร ขึ้นอยู่กับผลทางปฏิบัติของข้อความนั้นๆ ดังนั้น ข้อความ 2 ข้อความที่มีผลในทางปฏิบัติอย่างเดียวกัน ก็ต้องถือว่ามีความหมายเหมือนกัน
  2. ข้อความใดที่นำไปใช้ได้ผลจริงตามที่คาดหมาย ข้อความนั้นถือว่าจริง

ชาวอินเดียในสมัยพุทธกาล เชื่อมั่นในอำนาจของดวงดาว เชื่อฤกษ์ยาม เชื่อความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ และพิธีกรรมต่างๆ พระพุทธองค์ทรงปฏิเสธความเชื่อเหล่านั้น โดยตรัสไว้ว่า สัตว์เหล่าใดประพฤติกายสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยกาย) วจีสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยวาจา) และมโนสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยใจ) ในเวลาเช้า เวลาเช้าก็เป็นเวลาที่ดีของสัตว์เหล่านั้น สัตว์เหล่าใดประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต ในเวลาเที่ยง เวลาเที่ยงก็เป็นเวลาที่ดีของสัตว์เหล่านั้น สัตว์เหล่าใดประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต ในเวลาเย็น เวลาเย็นก็เป็นเวลาที่ดีของสัตว์เหล่านั้น

สัตว์ทั้งหลายประพฤติชอบในเวลาใด
เวลานั้นชื่อว่าเป็นฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี
ขณะดี ยามดี และบูชาดีในพรหมจารีบุคคล



สังคมอินเดียในสมัยพุทธกาล เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำในแม่น้ำบางสายหรือท่าน้ำบางแห่ง นิยมลงอาบน้ำในแม่น้ำหรือท่าน้ำนั้น เพราะเชื่อว่าตนจะเป็นผู้บริสุทธิ์ พระพุทธองค์ทรงปฏิเสธความเชื่อเหล่านั้น ดังที่ทรงตรัสไว้ว่า

คนพาลมีกรรมชั่ว แม้จะไปยังแม่น้ำพาหุกา ท่าน้ำอธิกักกะ ท่าน้ำคยา แม่น้ำสุนทริกา แม่น้ำสรัสสดี ท่าน้ำปยาคะ และแม่น้ำพาหุมดี เป็นประจำ ก็ยังบริสุทธิ์ไม่ได้ แม่น้ำสุนทริกา ท่าน้ำปยาคะ แม่น้ำพาหุกา จักทำอะไรได้จะพึงชำระคนผู้มีเวร ผู้ทำกรรมหยาบช้า ผู้มีกรรมชั่วนั้น ให้บริสุทธิ์ไม่ได้เลย ผัคคุณฤกษ์

เป็นฤกษ์ดีทุกเมื่อสำหรับผู้บริสุทธิ์ อุโบสถเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ ทุกเมื่อสำหรับผู้บริสุทธิ์ วัตรปฏิบัติสมบูรณ์ทุกเมื่อสำหรับผู้บริสุทธิ์ มีกรรมสะอาดพราหมณ์ ท่านจงอาบน้ำในศาสนาของเรานี้เถิด ท่านจงทำความปลอดภัยในสัตว์ทั้งปวงเถิด ถ้าท่านไม่พูดเท็จ ไม่เบียดเบียนสัตว์ ไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้มีความเชื่อ ไม่ตระหนี่ ท่านจะไปยังท่าน้ำคยาทำไม แม้การดื่มน้ำจากท่าน้ำคยา จักมีประโยชน์อะไรแก่ท่าน

คำสอนของพุทธองค์มีธรรมชาติแห่งความจริงทางปฏิบัติผู้จะบรรลุสัจธรรมในพุทธปรัชญาได้ จะต้องลงมือปฏิบัติตาม ศีล สมาธิ ปัญญา หรือ มรรคมีองค์ 8 เพราะคำสอนของพระพุทธองค์เป็นความจริงสามารถพิสูจน์ได้ทุกเมื่อ ไม่ติดอยู่กับ กาละ และ เทศะ อันบุคคลย่อมสามารถน้อมนำมาปฏิบัติได้ด้วยตนเอง และพุทธปรัชญาแสดงกระบวนการของพุทธธรรม 3 ประการ คือ ปริยัติ คือทฤษฎี ปฏิบัติ คือการลงมือพิสูจน์ และปฏิเวธ คือการบรรลุความสำเร็จ ดังนั้นพุทธองค์ จึงทรงแสดงหลักอริยสัจ 4 กฏแห่งกรรม ปฏิจจสมุปบาท และไตรลักษณ์ เป็นต้น พร้อมกันนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงปฏิเสธ ความศักดิ์สิทธิ์ของฤกษ์ยาม มายาศาสตร์ เป็นต้น

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook