บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์ >>

การศึกษเรื่องในพุทธปรัชญา

พุทธปรัชญาในฐานะปฏิบัตินิยม
พุทธปรัชญาในฐานะสันตินิยม
พุทธปรัชญาในฐานะอเทวนิยม
พุทธปรัชญาในฐานะมานุษยนิยม
พุทธปรัชญาในฐานะธรรมาธิปไตยนิยม
พุทธปรัชญากับการศึกษา
ปรัชญาปฏิบัตินิยม
พุทธปรัชญาการเมืองและสังคม
พุทธศาสนากับการเมืองและสังคมเริ่มแรก (อัคคัญญสูตร)
วิกฤติด้านสังคม
ข้อเหมือนเรื่องการเมืองการปกครองในพุทธปรัชญาเถรวาทกับขงจื๊อ
ทัศนะพุทธปรัชญากับวิทยาศาสตร์
หลักการของพระพุทธศาสนา
การคิดตามนัยแห่งพระพุทธศาสนาและการคิดแบบวิทยาศาสตร์
พระพุทธศาสนาในฐานะเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์

พุทธปรัชญากับการศึกษา

ท่านพุทธทาสภิกขุ กล่าวว่า คำว่าสิกขามาจากคำว่า
สยํ + อิกฺขา สมฺมา + อิกฺขา สห + อิกฺขา

ผู้ศึกษาจะต้องเห็นชัดในสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองอย่างถูกต้องจนดับทุกข์ได้และสามารถจะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ด้วยความสงบสุข ดังนั้นการศึกษาจึงมิใช่การเรียนเพียงด้านภาษา และอาชีพเท่านั้น แต่หมายถึงการดับทุกข์ตนเองและผู้อื่นให้ได้ทำตนให้เป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์

มนุษย์เราในโลกปัจจุบันนี้มีการศึกษาแต่เพียงสองอย่าง คือ รู้หนังสือ รู้อาชีพ ขาดอย่างที่สามคือ การศึกษาที่ทำให้เป็นมนุษย์กันอย่างถูกต้อง
ดร. สาโรช บัวศรี กล่าวว่า การศึกษาคือขบวนการพัฒนาขันธ์ 5 ให้เจริญเต็มที่เพื่อบรรเทาราคะ โทสะ โมหะ ของมนุษย์ให้เบาบางลงและหมดไปในที่สุด

พระราชวรมุนี ( ปัจจุบัน พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) )ได้กล่าวว่า การศึกษามีจุดมุ่งหมายเพื่อทำชีวิตให้เข้าถึงอิสรภาพ คือทำให้ชีวิตหลุดพ้นจากอำนาจครอบงำจากปัจจัยภายนอกให้มากที่สุด และ มีความเป็นใหญ่ในตัว สามารถกำหนดความเป็นอยู่ของตนให้ได้มากที่สุด

พระเทพเวที (ป.อ. ปยุตฺโต) กล่าวไว้ว่า การศึกษาจะต้องเป็นไปเพื่อฝึกฝนพัฒนา รู้จักแก้ปัญหาดับทุกข์ และทำตนให้เป็นสุขได้

พระราชวรมุนี (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) กล่าวไว้ว่า ธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ มีหลายชั้น หลายมิติที่ศึกษาได้ไม่รู้จบ ดังนั้นผู้ต้องการจะดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ จึงต้องขยายขอบฟ้าแห่งความรู้เรื่อยไปไม่รู้สิ้น นั่นคือการศึกษาตลอดชีวิตในมหาวิทยาลัยชีวิตจริงการศึกษาตามแบบแผนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเป็นเพียงเตรียมตัวผู้เรียนให้พร้อมที่จะขยายขอบฟ้าแห่งความรู้ด้วยตนเอง

เล่าจื๊อ กล่าวว่า ผู้ศึกษาความรู้ฝ่ายโลกก็จะได้เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ผู้ศึกษาความรู้ฝ่ายเต๋าก็จะสูญหายลดน้อยลงทุกวัน



อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อการศึกษาในประเทศไทย

จากประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ รวม 9 สมัยด้วยกัน อิทธิพลที่พุทธศาสนามีต่อประเทศไทยก็คือ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในแต่ละยุคสมัยมีรากฐานมาจากพระพุทธศาสนาทั้งสิน รากฐานที่สำคัญคือ คุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งเป็นบ่อเกิดศิลปะและวัฒนธรรมของชาติไทย สมัย ร.1 มีการชำระประไตรปิฎก ร.2 มีการนิมนต์พระไปสอนในวัง, ร.3 ทรงใช้วัดเป็นศูนย์กลางการศึกษาให้เด่นชัดขึ้นมา โดยสร้างวัดโพธิ์ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาของไทยเป็นแห่งแรก พระเป็นผู้นำทั้งทางด้านวัตถุและทางด้านจิตใจ ภาระหลักของพระสงฆ์คือ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อสอนผู้อื่น อาชีพของพระคือการศึกษานั้นเอง ที่เรียกกันว่า สิกขาสาชีพ

วัดเป็นสถานศึกษานอกบ้านของคนทั่วไป ผู้ที่มาเรียนที่วัดนั้นมาโดยสมัครใจ และมิได้มาเรียนวิชาชีพขั้นสูงขึ้น หรือเรียนแบบแผนธรรมเนียมของสังคมที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่มารับการฝึกอบรมเพื่อเป็นชาวพุทธที่ดี และสำหรับผู้สนใจก็อาจฝึกฝนระดับสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเข้าถึงปรมัตถ์ของศาสนาก็ได้ แม้รัฐจะมีอำนาจเหนือศาสนจักร แต่ก็ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวหรือควบคุมการศึกษาซึ่งจัดที่วัด

รัฐเริ่มเข้ามาจัดการศึกษาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ก็เพราะชนชั่นนำเห็นว่า ความรู้ที่สอนกันที่วัง บ้าน และวัดนั้นไม่เพียงพอสำหรับจะรักษาประเทศให้อยู่รอดและนำสังคมไทยเข้าสู่โลกสมัยใหม่ได้

จุดมุ่งหมายของปรัชญาการศึกษา

ยุคก่อนโซฟิสต์
นักปรัชญามิได้เสนอทัศนะเกี่ยวกับเป้าหมายของการศึกษาไว้ แต่ได้ทำหน้าที่ของผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการถ่ายทอดความรู้และวัฒนธรรม คือ การค้นคว้าวิจัยเพื่อเพิ่มเติมความรู้และแก้ไขข้อบกพร่องของสิ่งเดิม

ยุคโซฟิสต์
โซฟิสต์ คือ กลุ่มนักปรัชญาที่เริ่มมีความคิดเกี่ยวกับเป้าหมายของการศึกษาไว้ว่า การศึกษาต้องสามารถทำให้ผู้เรียนได้รับความสำเร็จในการแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเอง

โสคราตีส
โสคราตีสมีความเห็นว่า เป้าหมายของการศึกษา คือ การค้นพบสัจธรรมหรือความจริงเชิงปรนัย

เพลโต
เพลโตเป็นนักปรัชญาคนแรกที่กล่าวถึงเป้าหมายของการศึกษาที่ชัดเจน เพลโตมีความเห็นว่า เป้าหมายของการศึกษา คือ การทำให้บุคคลตระหนักได้ชัดเจนว่าเขาสมควรเป็นชนชั้นไหนของสังคม และสิ่งที่สามารถทดสอบว่าเขาควรเป็นชนชั้นไหนของสังคม ก็คือ ความรู้ในความจริงขั้นปรมัตถ์ (ขั้นสูงสุด) กล่าวคือ ถ้าใครสามารถบรรลุความรู้ในขั้นนี้ เขาสมควรเป็นผู้ปกครองรัฐ หรือราชาปราชญ์

เซนต์ ออกัสติน
เซนต์ ออกัสติน มีความเห็นว่า เป้าหมายของการศึกษา คือ การมุ่งให้ผู้เรียนกลับใจไปรักพระเจ้า (conversion) และสำนึกในบาปของตน ( repentance ) ทั้งนี้ เพราะการกลับใจไปรักพระเจ้าย่อมทำให้มนุษย์พบกับความสุขที่แท้จริง

ล็อค
ล็อคมีความเห็นว่า เป้าหมายของการศึกษาควรมุ่งสู่สังคมและรัฐ ไม่ใช่อาณาจักรของพระเจ้า เป้าหมายดังกล่าว คือ การรักษารัฐที่ให้ความมั่นคงในสิทธิในทรัพย์สินส่วนบุคคล

รุสโซ
รุสโซมีความเห็นว่า เป้าหมายของการศึกษา คือ การให้ผู้เรียนได้เติบโตตามแนวโน้มแห่งธรรมชาติของตน การศึกษาจึงเป็นอิสระจากสังคมและอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น ผลของการให้การศึกษาในลักษณะดังกล่าวนี้คือ ผู้เรียนสามารถเป็นตัวของตัวเอง จากนั้น จึงเรียนรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในสังคมและการมุ่งสู่ความดีของสังคมทั้งสังคมโดยละเลยผลประโยชน์เฉพาะตนและเฉพาะกลุ่มลงเสีย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook