บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์ >>

การศึกษเรื่องในพุทธปรัชญา

พุทธปรัชญาในฐานะปฏิบัตินิยม
พุทธปรัชญาในฐานะสันตินิยม
พุทธปรัชญาในฐานะอเทวนิยม
พุทธปรัชญาในฐานะมานุษยนิยม
พุทธปรัชญาในฐานะธรรมาธิปไตยนิยม
พุทธปรัชญากับการศึกษา
ปรัชญาปฏิบัตินิยม
พุทธปรัชญาการเมืองและสังคม
พุทธศาสนากับการเมืองและสังคมเริ่มแรก (อัคคัญญสูตร)
วิกฤติด้านสังคม
ข้อเหมือนเรื่องการเมืองการปกครองในพุทธปรัชญาเถรวาทกับขงจื๊อ
ทัศนะพุทธปรัชญากับวิทยาศาสตร์
หลักการของพระพุทธศาสนา
การคิดตามนัยแห่งพระพุทธศาสนาและการคิดแบบวิทยาศาสตร์
พระพุทธศาสนาในฐานะเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์

พระพุทธศาสนาในฐานะเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์

สิ่งที่ทำให้วิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้ามาได้ สิ่งนั้นก็คือ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ และวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญก็คือ การสังเกต และการทดลอง ในการสังเกตทดลองเบื้องต้น จะใช้ประสาททั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย โดยเฉพาะตาดู หูฟัง กายสัมผัส สามอย่างนี้สำคัญอย่างยิ่ง ในการสังเกตทดลองทางวิทยาศาสตร์ ภาษาพระเรียกว่าอินทรีย์

จุดกำเนิดของวิทยาศาสตร์คือ

1. ความใฝ่รู้ในความจริงของธรรมชาติ
2. ความเชื่อในธรรมชาติว่ามีกฎเกณฑ์แห่งความเป็นเหตุเป็นผลที่สม่ำเสมอแน่นอน
3. ความหยั่งรู้ และเล็งเห็นประโยชน์

เพราะฉะนั้นจุดกำเนิดของวิทยาศาสตร์จึงอยู่ที่ใจของมนุษย์ อยู่ที่ความใฝ่รู้และศรัทธาหรือความเชื่อ ถ้าปราศจากคุณสมบัติของจิตใจอย่างนี้แล้ว วิทยาศาสตร์จะไม่เกิดขึ้น และไม่เจริญงอกงาม ไม่เฉพาะความใฝ่รู้และศรัทธาที่กล่าวมาแล้วเท่านั้น แม้แต่การค้นพบสิ่งสำคัญที่เป็นความก้าวหน้ายิ่งใหญ่ของวิทยาศาสตร์ก็เริ่มมาจากในจิตใจของนักวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นจะมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า ความหยั่งรู้ และเล็งเห็นในใจของตนขึ้นมาก่อน ก่อนที่เขาจะเริ่มการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ โดยมากในจิตใจจะมีความหยั่งรู้อะไรขึ้นมา เขาเล็งเห็นอะไรบางอย่างขึ้นมาก่อนและอันนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นในการค้นคว้า แล้วก็มีความมุ่งมั่นที่จะค้นคว้าต่อไป

 

นอกจากความใฝ่รู้และศรัทธาแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือ ความหยั่งรู้ ซึ่งเป็นสาเหตุนำไปสู่การคิดใคร่ครวญ การคิดเป็นระบบ การคิดตั้งสมมุติฐาน การทดสอบทดลอง แล้วนำไปสู่การค้นพบและทฤษฎีใหม่ ๆ

ไอน์สไตน์กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า

“ในยุควัตถุนิยมของพวกเรานี้ ผู้ทำงานทางวิทยาศาสตร์อย่างเอาจริงเอาจัง เป็นคนจำพวกเดียวเท่านั้น ที่มีศาสนาอย่างลึกซึ้ง”
ไอนสไตน์กลับเห็นว่า ในยุคนี้หาคนที่มีศาสนายาก มีนักวิทยาศาสตร์พวกเดียวเท่านั้นที่เป็นคนมีศาสนาอย่างจริงจัง แต่ต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานอย่างบริสุทธิ์ใจอย่างที่เรียกว่า เป็นคนทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง และกล่าวต่อไปอีกว่า

1
“วิทยาศาสตร์เกิดขึ้นได้ โดยเป็นการสร้างสรรค์ของคนที่เต็มเปี่ยมด้วย
ความใฝ่ปรารถนาต่อสัจจธรรมและปัญญาที่เข้าใจความจริง... บุคคลที่เราเป็น หนี้ผลสำเร็จในทางสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ทางวิทยาศาสตร์ ทุกคนล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นทางศาสนา (ศรัทธา) อย่างแท้จริงว่าสากลจักวาลของเรานี้ เป็นสิ่งที่มีความสมบูรณ์และสามารถรับรู้ได้ด้วยการแสวงหาความรู้อย่างมีเหตุผล”

2
“สำนึกทางศาสนาที่หยั่งโยงสรรพสิ่งทั่วสากลนี้ เป็นแรงจูงใจที่แรงกล้าและประเสริฐที่สุดสำหรับการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์”

3
“พุทธศาสนา... มีสภาวะที่เรียกว่า cosmic religious feeling คือความรู้สึกหรือสำนึกทางศาสนาอันหยั่งโยงสรรพสิ่งทั่วสากลนี้อย่างเข้มข้น หรือแรงกล้ามาก”
ไอน์สไตน์กล่าวว่า พุทธศาสนามี cosmic religious feeling สูงมาก และ cosmic religious feeling นี้ เป็นต้นกำเนิดของการคิดค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้นจึงถือเป็นนัยได้ว่า พุทธศาสนาเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์ในแง่ตามที่กล่าวมานี้

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook