บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

โสเภณี

       ความสุขทางเพศเป็นความสุขที่เกิดจากความตื่นเต้น เร้าใจ และผ่อนคลาย ดังนั้นความแปลกใหม่ การต้องหลบหลีก หลบซ่อน และการได้ระบายอารมณ์ในที่สุดเมื่อมารับบริการทางเพศ จึงล้วนเป็นสิ่งดึงดูดใจมนุษย์จำนวนมาก จนมิอาจถอนตัวออกไปได้โดยง่าย ด้วยเหตุนี้ การบริการทางเพศจึงคงอยู่คู่โลกและมีวิวัฒนาการตลอดมาโดยไม่หยุดยั้ง

การบริการทางเพศมีมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์

ในยุโรปและเอเชียตะวันออกกลาง ตั้งแต่สมัยกรีกและโรมันโบราณ มีประเพณีการพลีพรหมจรรย์เพื่อบูชาเทพเจ้า ดังนั้นจึงมีหญิงสาวที่มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อศาสนา พลีกายให้ชายแปลกหน้าในวิหารหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมต่าง ๆ

ในยุคต่อมาคือยุคของคริสต์ศาสนา พิธีกรรมดังกล่าวถูกยกเลิกไป แต่การบริการทางเพศยังคงอยู่ โดยถูกเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นการบริการที่มีค่าตอบแทน และกระทำกันทั่วไปจนเกิดเป็นสำนักโสเภณีสำหรับให้บริการทางเพศอย่างเปิดเผย

คำว่าโสเภณีแปลว่าหญิงงาม ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า prostitute หมายถึงหญิงที่ยินยอมมีเพศสัมพันธ์กับชายเพื่อแลกกับเงินหรือสิ่งของมีค่า
ในยุคแรก ๆ ของการค้าประเวณี กิจกรรมดังกล่าวยังอยู่ในระเบียบวินัย และภายใต้การควบคุมของกฎหมาย แต่ต่อมามีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย อันเป็นผลมาจากการค้าประเวณี

สำหรับทวีปเอเชีย ประเทศอินเดียตั้งแต่สมัยพุทธกาล มีหลักฐานที่แสดงว่า การบริการทางเพศเป็นอาชีพสุจริตและมีเกียรติ หญิงโสเภณีได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีคุณประโยชน์ต่อสังคม ส่วนจีนโบราณ หญิงบริการก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางเพศ จนถึงขนาดเป็นที่ปรึกษาในราชสำนัก และสำหรับบุคคลทั่วไปก็มีสถานบริการทางเพศที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า โรงน้ำชา

ตำนานโสเภณีในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยมีบันทึกในประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยอยุธยาว่ามีหญิงบริการทางเพศแก่ผู้ชาย ในกฎหมายตราสามดวง ซึ่งใช้ในสมัยรัชกาลที่ 1 ก็กล่าวถึงหญิงโสเภณี จึงเป็นการยืนยันว่ามีอาชีพนี้ในสมัยรัตนโกสินทร์ ปี พ.ศ.2411 รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศเลิกทาส แต่ทาสสาวส่วนหนึ่งซึ่งนายทาสปล่อยให้เป็นไทแก่ตัวกลับไม่มีหาทางทำมาหากิน จึงต้องกลายเป็นโสเภณี

ต่อมาการค้าประเวณีก็แพร่หลายมากขึ้น ก่อให้เกิดการแพร่ของกามโรคอย่างรวดเร็ว รัชกาลที่ 5 จึงทรงออกพระราชบัญญัติสัญจรโรค ร.ศ.127 (พ.ศ.2452) เพื่อป้องกันและควบคุมกามโรค โดยบัญญัติให้สถานบริการทางเพศต้องจดทะเบียนและมีชื่อโสเภณีในสำนักให้ตรวจสอบได้ รวมทั้งโสเภณีแต่ละคนต้องไปจดทะเบียนกับเจ้าพนักงานด้วย

ปี พ.ศ.2475 มีการออกกฎหมายให้ชายหญิงมีภรรยาหรือสามีได้เพียงคนเดียว ทำให้บรรดาภรรยาน้อยจำนวนหนึ่งต้องเปลี่ยนสภาพเป็นโสเภณี และในปี พ.ศ.2491 แรงกดดันจากประเทศต่างๆ ทำให้รัฐบาลต้องอนุญาตให้มีโสเภณีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีมติจากที่ประชุมองค์การสหประชาชาติว่า การค้าประเวณีทำให้ศักดิ์ศรีของมนุษย์ตกต่ำลง และเป็นต้นเหตุแห่งความเสื่อมทรามต่าง ๆ ในสังคม เช่น การค้าผู้หญิง การบังคับให้หญิงค้าประเวณี อาชญากรรม และการแพร่เชื้อกามโรค ประเทศไทยซึ่งเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติจึงต้องปฏิบัติตามมติดังกล่าว โดยการออกพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 แทนพระราชบัญญัติสัญจรโรค ร.ศ.127 ทำให้อาชีพโสเภณีเป็นสิ่งผิดกฎหมายตั้งแต่นั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดสงครามเวียดนามในปี พ.ศ.2503 ประเทศไทยซึ่งกลายเป็นฐานทัพของอเมริกันจำเป็นต้องดำเนินธุรกิจนี้ต่อไป เพื่อบริการทหารที่มารบในสงครามเวียดนาม แต่ได้เปลี่ยนรูปไปเป็นโรงน้ำชา สถานบริการอาบอบนวด บาร์อะโกโก้ และเมียเช่า ฯลฯ ปี พ.ศ.2519 สงครามสงบ แต่บริการทางเพศดังกล่าวยังคงอยู่ เพราะยังเป็นที่ต้องการของลูกค้าชาวไทย

พ.ศ.2530 ไทยประกาศเป็นปีท่องเที่ยว แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจและทำรายได้มหาศาลคือการบริการทางเพศ จึงทำให้ธุรกิจประเภทนี้เพิ่มจำนวนขึ้นอีกมากมาย และพัฒนาวิธีการจนเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ประเทศไทยจึงได้รับสมญานามใหม่ว่า สยามเมืองเซ็กซ์ อันเป็นภาพลักษณ์ที่อัปยศของคนไทยทั่วไป แต่รัฐบาลก็ประท้วงพอเป็นพิธีเท่านั้น จนกระทั่ง พ.ศ.2536 ประเทศไทยถูกเพ่งเล็งมากเรื่องโสเภณีเด็ก รัฐบาลจึงได้ออกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 แม้กระนั้นก็ตาม จำนวนโสเภณีก็มิได้ลดลง แต่อยู่ในรูปแบบที่แอบแฝงมากขึ้น

จากโสเภณีสู่บริการทางเพศแบบอื่น ๆ

เนื่องจากการค้าประเวณีในปัจจุบันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย การบริการทางเพศจึงต้องปรับรูปแบบ เช่น เป็นนางทางโทรศัพท์ หญิงบริการอาบอบนวด หญิงบริการตามร้านอาหาร โรงน้ำชา หรือบาร์รำวง นักแสดงอะโกโก้ หญิงขายเหล้าในบาร์เบียร์หรือค็อกเทลเล้านจ์ เพื่อนฟังเพลงในผับหรือห้องคาราโอเกะ และบริการอื่น ๆ เช่น เซ็กซ์โผน ร้านขายอุปกรณ์ทางเพศ เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมีเซ็กซ์ไลน์คลายเครียด วอยซ์เมล์ (voice mail) และปาร์ตี้ไลน์ (party line) ซึ่งนิยมในหมู่วัยรุ่น บริการทางเพศแบบแอบแฝงเหล่านี้อาจมีพวกมิจฉาชีพแฝงตัวมาด้วย จึงควรระวังอันตราย โดยเฉพาะวัยรุ่นซึ่งยังอ่อนต่อโลก

ทำไมประเทศไทยจึงต้องมีโสเภณี

คนทั่วไปมักมองว่าโสเภณีเป็นปัญหาของสังคม เพราะประกอบอาชีพที่ผิดศีลธรรม แพร่เชื้อกามโรค ก่อปัญหาสังคม และทำลายภาพพจน์ของประเทศชาติ แต่มุมมองเช่นนี้อาจไม่เป็นธรรมแก่พวกเธอ และไม่นำไปสู่การแก้ปัญหา ดังนั้นจึงมีนักวิชาการวิเคราะห์ปัญหาโสเภณีในเชิงสร้างสรรค์ ดังต่อไปนี้

โสเภณีเกิดจากทัศนคติ วัฒนธรรม และความเชื่อของคนไทยที่มีมาแต่โบราณกาล

สังคมไทยยุคก่อน ๆ มีการกดขี่ผู้หญิง ถือว่าผู้หญิงเป็นทาส เป็นสินค้า หรือเป็นผู้ที่ต้องให้บริการทางเพศแก่ผู้ชาย เจตคติแบบนี้ทำให้ผู้ชายซื้อบริการทางเพศโดยไม่รู้สึกผิด นอกจากนั้นสังคมไทยยังยอมรับความสำส่อนทางเพศของผู้ชายได้ จึงก่อให้เกิดธุรกิจเพื่อตอบสนองตัณหาของผู้ชาย โดยถือว่าเป็นสิ่งชอบธรรม

ผู้หญิงต้องขายบริการเพราะความยากจนและด้อยโอกาส

หญิงบริการจำนวนมากอยู่ในชนบทและมีฐานะยากจน มีความแตกต่างในระดับการศึกษา รายได้ และความสะดวกสบายเมื่อเทียบกับผู้คนในเมือง พวกเธอจึงต้องดิ้นรนเพื่อความเสมอภาค โดยการเข้ามาหากินในเมือง

รัฐบาลไม่ให้ความสนใจต่อการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

นโยบายของประเทศกว่า 40 ปี มาแล้ว เป็นไปในลักษณะสนับสนุนการพัฒนาด้านวัตถุ ทอดทิ้งภาคเกษตรกรรม และไม่อนุรักษ์วัฒนธรรมของท้องถิ่น คนชนบทจึงวิ่งเข้ามาในเมืองเพื่อแสวงหางานง่าย ๆ ที่ทำรายได้มาก ๆ และใช้ชีวิตสุขสบายด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แม้จะต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิต

ความเป็น วัตถุนิยม ซึ่งนำไปสู่ การขายบริการทางเพศ ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในชนบท ซึ่งประชาชนด้อยโอกาสกว่าคนในเมือง แต่กำลังระบาดเข้ามาสู่สังคมเมือง ซึ่งเป็นประชากรที่ฐานะปานกลางหรือสูงและมีการศึกษาดีกว่า

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook