บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สุขภาพ ความงาม อาหารและยา สมุนไพร สาระน่ารู้ >>

สมุนไพร

สมุนไพรยอบ้าน

นางสาวฮาซีย๊ะ แตอาลี
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

ชื่อท้องถิ่น : ยอบ้าน ตาเสือ มะตาเสือ แยใหญ่
ชื่ออังกฤษ: Indian mulberry;
ชื่อวิทยาศาสตร์: Morinda citrifolia L. (สมภพ ประธานธุรารักษ์,2539)

สมุนไพรยอบ้าน มีประโยชน์มากมายทางด้านสุขภาพ และสามารถหาเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ได้สะดวก เพราะมีขึ้นอยู่ทั่วทุกสภาพดิน และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ ราก เปลือก ใบ ผล ซึ่งทั้งหมดนี้จะอุดมไปด้วย สารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้ง วิตามินซี โปตัสเซียม วืตามินเอที่ค่อนข้างสูง มีสารแอนตี้ออกซิแดนท็ซึ่งสารเหล่านี้มีความสำคัญ และให้ประโยชน์แก่สุขภาพทั้งสิ้น อีกทั้งยังเป็นสมุนไพรที่สามารถป้องการเกิดมะเร็งได้ด้วย เหมือนกับการทานผักผลไม้ทั้งหลาย

ลักษณะทั่วไปของยอและลูกยอ

ยอ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ยอบ้านจะเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด เติบโตได้เองตามธรรมชาติ มีการแตกขยายกิ่งก้านสาขาไม่มากนัก ใบมีสีเขียวยาวรีออกตามกิ่งก้าน ลำต้นเกลี้ยง สีน้ำตาล

ลูกยอ ลูกยอบ้านจะมีขนาดใหญ่กว่าลูกยอป่า มีขนาดประมาณเท่ากำมือ และผิวเป็นตุ่มๆรอบๆมีสีเขียว ออกตามกิ่ง (วุฒิ วุฒิธรรมเวช,2540)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้น ไม้ยืนต้นขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ จะแตกกิ่งก้านสาขาไม่มากนัก ผิวลำต้นเกลี้ยง น้ำตาลเทาๆ สูงประมาณ 5 – 15 เมตร

ใบ ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ ตามข้อ ใบเป็นรูปมนรี ปลายและโคนแหลม ขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบเป็นมัน ใบมีสีเขียว ขนาดของใบกว้างประมาน 5 – 14 ซม. ยาว 12 – 14ซม. ตามใบจะมีจุดแต้มเป็นตุ่มต่างๆ ก้านใบยาว 1 ซม.

ดอก เป็นช่อออกตามง่ามใบ ช่อดอกยาว 2 – 3 ซม. มีสีขาวและมีขนาดเล็ก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน เป็นรูปท่อ ปลายดอกจะแยกออกเป็น 5 กลีบ ยาว 4 – 5 ม.ม กลีบด้านนอกเรียบ แต่ด้านใน มีขนหนาแหน่น เฉพาะส่วนบน

ผล เป็นรูปกลมหรือรูปรี ผิวเป็นตุ่มๆรอบๆ ผลอ่อนสีเขียวพอแก่ทานได้ เป็นสีขาวอม 7 เขียวหรือออกเป็นเหลืองๆ ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก โตประมาณ 1 – 4 ซม. ยาว 3 – 8 ซม. (ก่องกานดา ชยามฤต,2545)

การขยายพันธ์

ขยายพันธ์โดยการใช้เมล็ด ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด เจริญเติบโตในดินชุ่มชื่น มักปลูกกันในต้นฤดูฝน จะปลูกลงหลุมเลยหรือเพาะกล้าก่อนแล้วย้ายไปที่ ที่เตรียมปลูกไว้ และต้องกำจัดวัชพืชบ้างเป็นครั้งคราว

นิเวศวิทยา

ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด แต่เจริญได้ดีในที่ที่มีความชุ่มชื้นพอควร

ยอ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีทั้งยอป่าและยอบ้าน ยอบ้านขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด ปลูกง่าย แต่จะเจริญเติบโตได้ดี ในที่มีความชุ่มชื้น เติบโตได้เองตามธรรมชาติ จึงปลอดจากสารเคมี นอกจากนี้รากของต้นยอที่มีอายุ 3-4 ปี ยังใช้เป็นสีย้อมผ้า โดยเปลือกและรากจะให้สีแดง ส่วนเนื้อในเปลือกจะให้สีเหลือง ใช้ย้อมผ้าฝ้ายจะให้สีคงทน ( วันดี กฤษณพันธ์,2539)

ลูกยอ เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Morinda citrifolia Lin L. ในประเทศไทย ลูกยอได้ถูกนำมารับประทาน เป็นอาหาร และมีสรรพคุณเป็นยารักษาอาการคลื่นไส้อาเจียน และยังมีประโยชน์ ทางด้านคุณค่าของอาหารที่มี วิตามิน ซี วิตามิน A และ ธาตุโปตัสเซียมสูง (วันดี กฤษณพันธ์, 2539) นอกจากนั้นยัง มีสารต้านอนุมูลอิสระ หรือที่เรียกกันว่า แอนตี้ออกซิแดนท์ อีกมากมายหลายชนิด ซึ่งถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เพราะปัจจุบันนี้เป็นที่ยอมรับว่า อนุมูลอิสระ เป็นสารพิษต่อเซลล์ร่างกาย อาจจะเกิดจากของเสียภายในเซลล์เอง และรับมาจากภายนอก จากมลภาวะต่างๆ สารอนุมูลอิสระ ในปริมาณที่มากเป็นอันตรายต่อเซลล์ เพราะจะทำลาย ดีเอนเอ เยื่อหุ้มเซลล์ นอกจากจะมีผลต่อการอักเสบ และการทำลายเนื้อเยื่อในระยะสั้น ในระยะยาว เชื่อว่าอาจมีผลต่อความเสื่อมหรือการแก่ของเซลล์ และอาจเป็นสารการก่อมะเร็ง และโรคหัวใจ ต้อกระจก และโรคอื่นๆอีก มาก (สมพร ภูติยานนท์,2542)

อนุมูลอิสระมีอันตรายได้มากมายดังนี้ สารต้านอนุมูลอิสระจึงมีประโยชน์มาก จึงมีรายงานของผู้ที่ทานน้ำลูกยอในต่างประเทศถึงผลดีต่างๆมากมาย ซึ่งเป็นประสบการณ์ส่วนตัว คงเป็นผลจากการต้านอนุมูลอิสระในน้ำลูกยอ (มาลี บรรจบและครุณ,2538)

อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบงานวิจัยในผู้ป่วยจำนวนมาก คิดว่าคงกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม จากกระแสความนิยมการบริโภคผลิตภัณฑ์ของลูกยอในบ้านเรามีมากเหลือเกิน เกิดอะไรขึ้นกับสมุนไพรลูกยอไทย จะเห็นว่าลูกยอที่มีในบ้านเราเป็นจีนัส สปีชี่เดียวของตาฮีติ ที่มีขายทั่วโลก คือถือเป็นพันธุ์เดียวกัน(ศึกษาวิจัยสมุนไพร,โครงการ,2523) อาจแตกต่างกันบ้างเช่น ทุเรียนหมอนทอง กับทุเรียนก้านยาว ยังไม่มีข้อมูลรายงานว่าของใครจะดีกว่ากัน

นอกจากนั้นจะมีลักษณะเหมือนพืชผักผลไม้จำนวนมากเพราะมีสาร แอนตี้ออกซิแดนท์หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งถือว่าช่วยชะลอการแก่ของเซลล์ และต้านมะเร็งได้ งานวิจัยลูกยอมีไม่มากนัก ที่มีการวิจัยมากที่สุดเป็นที่คณะแพทย์ในเกาะตาฮีติ แต่การวิจัยเหล่านี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับทางการแพทย์ชาติอื่น เพราะถือว่าอาจมีอคติได้เพราะเป็นการสนับสนุนธุรกิจของประเทศตนเอง (สายัณห์ ทัดศรี,2540)

ลูกยอ เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ มีวิตามินซี โปแตสเซียม วิตามินเอสูง มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยชะลอการแก่และต้านมะเร็ง โดยหลักการแล้วน่าจะป้องกันมะเร็งได้บ้าง ซึ่งก็เหมือนกับการทานผักผลไม้สดทั้งหลาย ตัวน้ำลูกยอมีผลยับยั้งเซลล์มะเร็ง การทานน้ำลูกยอไม่มีอันตรายเว้นผู้ป่วยโรคไต และเป็นไปได้ว่าลูกยอไทย อาจจะไม่ต่างหรืออาจจะดีกว่าหรือด้อยกว่าของต่างประเทศก็ได้ และเป็นพันธ์เดียวกัน คณะผู้อำนวยการโรงพยาบาลวังน้ำเย็น ได้เคยวิจัยลูกยอแก่จัดๆ คั่วให้หอม นำมาชงน้ำชา พบว่าแก้คลื่นไส้อาเจียนได้ โดยเปรียบเทียบกับการชงน้ำชาธรรมดา (วิสุทธิ์ ใบไม้ และรังสิมา ตัณฑเลขา,2545) ซึ่งเป็นการยืนยันผลการใช้ตามสรรพคุณโบราณไทย จึงอยากแนะนำในการรับประทานลูกยอหรือน้ำลูกยอว่า การคั้นรับประทานสดๆ เองจะได้ผลดี หรือหากต้องซื้อหามาเพื่อรับประทานก็ควรพิจารณาดูตามความจำเป็น ไม่จำเป็นต้องบริโภคของต่างประเทศซึ่งมีราคาสูงมากเหลือเกินขวดละหลายพันบาท เพราะลูกยอไทยก็มีสรรพคุณเช่นเดียวกัน

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

สารสำคัญ ที่มีอยู่ในลูกยอสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ดังต่อไปนี้ คือ

1. สารโพรเซอรโอนีน (Proxernine) ช่ วยในการป้องกันการอักเสบ ปวด บวม

2. สารสโคโปเลติน (Scopoletin) สารชนิดนี้จะมีผลขยายตัวของหลอดเลือดและมีฤทธิ์ยับยั้ง การทํางานของระบบประสาทอัตโนมัติ รวมทั้งยังช่วยให้ มีพลังงานและขจัดความรู้ สึกอ่อนเพลียลงได้

3. สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) มีหลากหลายชนิด ซึ่งมีผลเสริมฤทธิ์กันในการขจัดอนุมูลอิสระได้ อย่ างมีประสิทธิภาพ เช่ น

4. วิตามินและเกลือแร่มีหลากหลายชนิด เช่ น แมกนีเซียม มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำงานของเอนไซม์ และช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและโปแตสเซียม และยังพบธาตุเหล็กซึ่งจะช่วยในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดงที่มีหน้าที่นําออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกาย

5.กรด อะมิโน เป็นสารสำคัญที่ใช้ ในการสังเคราะห์โปรตีน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างร่างกายมนุษย์ เพราะโปรตีนมีหน้าที่ในการสร้างกล้ามเนื้อ ผิวหนัง เอ็น เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ต่อมไร้ท่อ เล็บ ผม และกระดูก นอกจากนี้ยังมีส่วนในการสังเคราะห์ ฮอร์โมน เอนไซม์ และยีนส์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบ

6.พันธุกรรม

7.สารประกอบอื่น ๆ นอกจากที่ได้ กล่าวมาแล้ว ลูกยอยังประกอบด้วยสารสำคัญอีกกว่า 100 ชนิด เช่น แอนทราควิโนน ซึ่งมีประสิทธิภาพในการต่อต้านเชื้อไวรัส ช่วยควบคุมการติดเชื้อ แบคทีเรีย และเชื้อราแคมนาแคนอล ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์ ระยะก่อนมะเร็งเปลี่ยนเซลล์ มะเร็งให้ กลายเป็นเซลล์ ที่ดีได้

การค้นพบสารสำคัญในลูกยอ

ดร.ราฟ ไอเนกี (Dr. Ralph Heinicke) นักชีวเคมีชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง ได้ทำการวิจัยและค้นพบ เอนไซม์ในสับปะรด ซึ่งเป็นอัลคาลอยด์ชนิดหนึ่งเขาตั้งชื่อไว้ว่า เซโรนีน (Xeronine) นับแต่ปี ค.ศ. 1950 และได้มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา จนพบว่ามีสารนี้ในลูกยอมากกว่าในสัปปะรดหลายสิบเท่า และได้มีการวิจัยอย่างต่อเนื่อง (วิสุทธิ์ ใบไม้ และรังสิมา ตัณฑเลขา,2545) จนรู้ถึงคุณประโยชน์อันน่าอัศจรรย์ของน้ำลูกยอ และเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ ดังนี้

  1. สร้างเสริมปฏิกิริยาชีวเคมีในเซลล์ให้ดีขึ้น ฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมโทรม ซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกทำลาย เพิ่มพลังในเซลล์ทำให้มีกำลังและขจัดสารพิษในเซลล์
  2. ช่วยสังเคราะห์สารโปรตีนในร่างกาย ทำให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายดีขึ้น และเป็นผลดีต่อต่อมต่าง ๆ ในร่างกายทำให้ทำงานดีขึ้น
  3. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของร่างกาย และต่อต้านมะเร็ง
  4. ลดระดับน้ำตาลในคนไข้เบาหวาน
  5. ลดความดันโลหิตสูง (โอภาส เชฎฐากุล,ม.ป.ป)
  6. ต่อต้านเซลล์มะเร็ง และเสริมภูมิต้านทานโรคโดยการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อต่อต้านเซลล์มะเร็งและเชื้อโรคต่าง ๆ
  7. ลดและบรรเทาการอักเสบของเซลล์ ลดและบรรเทาโรคภูมิแพ้
  8. มีวิตามิน แร่ธาตุ อามิโนแอซิท ช่วยเสริมอาหารและเพิ่มพลังงานใน ร่างกาย
  9. ระงับความเจ็บปวด และบรรเทาอาการปวดซ้ำ
  10. ช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็ว
  11. ป้องกันและลดอาการของโรคภูมิแพ้ (วิสุทธิ์ ใบไม้ และรังสิมา ตัณฑเลขา,2545)

งานวิจัยเท่าที่มี

รายงานที่ตีพิมพ์อย่างแท้จริง เมื่อค้นในห้องสมุดแพทย์ และจาก Medline search มีเพียงประมาณ 20 รายงานทั่วโลก มีสามรายงานที่มีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

ในลูกยอมีสาร Polysaccharide ( noni PPt ) มีผลต่อเซลล์ของมะเร็งคือ ต้านมะเร็ง Lewis lung carcinoma ได้จริง และยืดอายุของหนูที่เป็นมะเร็งนี้ได้จริง แต่ยังไม่มีการวิจัยในคน อาจมีผลป้องกันมะเร็งได้ จากการที่มีสาร Anti oxidant โดยดูการลด DMBA-DNA adduct formation และด้วยกลไกอื่นๆ (วิสุทธิ์ ใบไม้ และรังสิมา ตัณฑเลขา,2545) อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานในคนว่าผู้ที่ทานลูกยอ จะเป็นมะเร็งน้อยกว่าผู้ที่ไม่ทาน หรือรักษามะเร็งได้ ซึ่งต่างจากกระเทียมที่มีรายงานทางระบาดวิทยาว่าผู้ที่ทานกระเทียมจะเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และลำไส้ใหญ่น้อยกว่าผู้ที่ไม่ทาน และสารสกัดกระเทียมยับยั้ง เซลล์มะเร็งได้หลายชนิดกว่า

ประโยชน์ของน้ำลูกยอ

  1. ให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ ต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโน หลากหลายชนิด
  2. ให้กำลังงานแก่ร่างกาย และควบคุมสมดุลในการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ
  3. เสริมสร้างภูมิต้านทาน และป้องกันการติดเชื้อ
  4. ช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ และโรคภูมิต้านทานทำร้ายร่างกาย (AutoimmunDiseases)
  5. ป้องกันโรคที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกิดจากการทําลายของอนุมูลอิสระ ได้แก่ ภาวะ การตีบตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ความดันเลือดสูงลำไส้ใหญ่อักเสบ ลูกหมากอักเสบ ต้อกระจกและมะเร็งบางชนิด
  6. ช่วยลดความดันเลือดสูง (โอภาส เชฎฐากุล,ม.ป.ป)
  7. ลดกรดในกระเพาะอาหารและช่วยในการย่อยและดูดซึมอาหาร
  8. บรรเทาอาการปวดและต้านอักเสบ
  9. ช่วยในผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจ และหลอดเลือด
  10. ช่วยในผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ (วิสุทธิ์ ใบไม้ และรังสิมา ตัณฑเลขา,2545)

คุณค่าจากลูกยอมีดังนี้คือ

ประโยชน์ทางการแพทย์และช่วยดูแลสุขภาพของลูกยอ

จากผลการวิจัยในต่างประเทศแสดงให้เห็นว่าการทานลูกยอหรือน้ำลูกยอธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเสริมภูมิต้านทาน โดยการควบคุมการทำงานของเซล การกระตุ้มให้สร้างเซล ใหม่ทดแทนเซลเดิมที่ถูกทำลายไปดังนั้นลูกยอจึงช่วยเยียวยาร่างกายพร้อมกับสามารถใช้ลูกยาทานร่วมกับการรักษายาแผนปัจจุบันโดยการไปเสริมให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น ดังนั้นในการใช้ดูแลสุขภาพร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ให้ลองทานที่ละน้อยและค่อยๆเพิ่มขึ้นและสามารถลดยาแผนปัจจุบันให้น้อยลงได้ จากรายงานการวิจัย พบว่ามีผลข้างเคียงน้อยมาก โดยมี มากกว่า5% อาการข้างเคียงที่อาจพบได้เช่น อาการท้องอืด ถ่ายเหลว (สำหรับคนธาตุอ่อนเพราะผลยอมีสรรพคุณในทางยาระบาย) อาการผื่นแพ้เล็กน้อย (ในน้ำลูกยอที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่) สรรพคุณในการบำบัดดูแลผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งสารสำคัญในลูกยอคือ สโคโปเลติน (Scopoletin) สารตัวนี้จะมีฤทธิ์ไปช่วยขยายหลอดเลือด ให้ความยืดหยุ่น ผลคือทำให้ระดับของความดันโลหิตเริ่มลดลง (โอภาส เชฎฐากุล,ม.ป.ป) นอกจากนี้ยังส่งผลต่อให้ลดอาการเสื่อมของหัวใจที่ต้องทำงานหนัก จากการพยายามบีบเลือดผ่านเส้นเลือดที่เริ่มอุดตันไปทั่วร่างกาย(พบในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง)

สารสำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือ โปรเซอโรนีน(Proxeronine) โดยเมื่อเข้าสู่ร่างกายโปรเซอโรนีน จะถูกเซลในร่างกายเปลี่ยนไปเป็น เซอโรนีน (Xeronine) ซึ่งมีผลทางบวกต่อเซลในร่างกายโดยการควบคุมปฏิกริยาต่างๆในร่างกายในบริเวณที่มีการอักเสบให้ลดลงจนเป็นปกติได้ดีขึ้น โดยเป็นไปได้ที่เซอโรนีนอาจไปป้องกันให้เปป์ไทด์ที่กระตุ้นการอักเสบไปจับตัวกับโปรตีนเฉพาะนี่เอง ทำให้สามารถลดการอักเสบ ปวดบวม ลงได้

องค์ประกอบสำคัญในการสร้างเซอโรนีนในร่างกายจะประกอบด้วย โปรเซอโรนีน เอ็มไซม์โปรเซอ โนเนส (proxeronase) และเซโรโทนิน โดยปกติแล้วร่างกายจะสามารถสร้างเวอโรนีนได้เองแต่ในปริมาณจำกัด โดยตับจะเป็นตัวสะสมโปรเซอโรนีนทุก 2 ชั่วโมง โดยคำสั่งจากสมองมาที่ตับ จะกระตุ้นให้ตับปล่อยโปรเซอโรนีนออกมา เซลของอวัยวะต่างๆของร่างกายจะดูดซับเอาไว้และเปลี่ยนให้เป็นเซอโรนีนตามที่ต้องการ

ดังนั้นความผิดปกติในการทำงานของเซลก็จะต้องอาศัยหรือขึ้นอยู่กับปริมาณของโปรเซอโรนีน โดยจะไม่มีปัญหาอย่างใดจนกว่าร่างกายจะตกอยู่ในภาวะที่ต้องการเซอโรนีนจำนวนมาก เช่น ภาวะเครียด (Stress) เป็นเวลานาน ปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ภาวะการเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของเซลก่อนกลายไปเป็นเซลมะเร็ง การติดเชื้อรา การได้รับสารพิษเป็นระยะเวลานาน (เช่นกลุ่มที่ได้รับสารพิษจากการทำงานเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้เกิดภาวะผิดปกติอย่างไม่ทราบสาเหตุเรื่อรัง) ภาวะต่างๆข้างต้นหรือจากหลายๆปัจจัยร่วมกัน จะส่งผลให้เซลร่างกายต้องการเซอโรนีนเพิ่มมากขึ้น แต่เนื่องจากตับที่ทำหน้าที่ผลิตสารตั้งต้นโปรเซอโรนีนได้ในปริมาณจำกัด อาจไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้เกิดความผิดปกติเกิดขึ้น (วิสุทธิ์ ใบไม้ และรังสิมา ตัณฑเลขา,2545)

ดังนั้นการวิจัยสกัดลูกยอเข้มข้นจึงมีประโยชน์อย่างมากเพราะในลูกยอจะมีสารโปรเซอโรนีน (Proxeronine) ประกอบอยู่เป็นจำนวนมากคุณค่าของลูกยออีกประการหนึ่งมาจากความเกี่ยวข้องกับสาร เซโรโทนินคือ มีความสามารถในการจับยึดกับสารเซโรโทนินได้ดี โดยสารเซโรโทนินเมื่อใช้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า (depression) หรือผู้ป่วยปวดศีรษะไมเกรน จะมีอาการดีขึ้น ปัจจุบัน

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เซโรโทนิน เป็นสารตัวหนึ่งในขบวนการชีวสังเคราะห์เพื่อให้ได้อัลคาลอยด์ที่เรียกว่า เซอโรนีนซึ่งมีประโยชน์ต่อการบำบัดดูแลรักษาระบบของร่างกายคือ

ผลข้างเคียงในการใช้นํ้าลูกยอ

ควรมีการเลือกชนิดของสมุนไพรที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งพิจารณาจากสายพันธุ และพื้นที่ซึ่งใช้เพาะปลูก และหากใช้ ในรูปแบบของยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม ควรพิจารณา ถึงผู้ผลิตว่าจะมีมาตรฐานพอเพียงหรือไม่ และขนาดที่ใช้ อย่างเหมาะสมควรถือตามข้อมูลที่เป็นผลการวิจัยหรือประสบการณ์ ในการใช้ ในกรณีที่ใช้ อย่างถูกต้องและเหมาะสม สมุนไพรโนนี่จะมีความปลอดภัยสูงอย่างไรก็ตาม พบว่าประมาณ 3% มีผลข้างเคียงเล็กน้อยคือ ท้องอืด ถ่ายเหลว และมี ผื่นคัน (รุ่งรัตน์ เหลืองนทีเทพ,2535 )

ข้อควรระวัง

น้ำลูกยอมีธาตุ โปแตสเซียม สูงมากประมาณ 56 meq/L พอๆกับน้ำส้ม และน้ำมะเขือเทศ และมีรายงานว่าผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังทานน้ำลูกยอแล้วมีโปตัสเซียมสูงมากจนเป็นอันตราย จึงไม่ควรทานในโรคไต ในประเทศไทย มีรายงานผลการรักษาคนไข้ที่มีอาการและอาเจียน หลังจากฟื้นจากโรคมาลาเรีย โดยเทียบกับ metoclopamide และชาจีน พบว่าต้านการอาเจียนไม่ดีเท่า metoclopamide แต่ให้ผลดีกว่าในกลุ่มควบคุม แต่เป็นการตากแห้งชงน้ำไม่ใช่ทานน้ำคั้นสด (วันดี กฤษณพันธ์, 2539)

สรุปคุณสมบัติลูกยอ

ลูกยอมีสาร สำคัญมากมายกว่า 140 ชนิด ทั้งจำพวกโปรตีนและ กรดอะมิโนครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีสารอื่น ทั้งวิตามินและเกลือแร่ มากมาย

ประโยชน์ทางยา

ที่ใช้เป็นยา คือ ราก ใบ ผล ต้น ดอก และสรรพคุณในตำรายาไทย

  1. ราก สรรพคุณเป็นยาระบาย แก้ท้องผูก
  2. ใบยอ รสขมเฝื่อน คั้นเอาน้ำสระผมแก้เหา ทาแก้ปวดข้อนิ้วมือนิ้วเท้า ใบย่างสดนำมาประคบแก้ปวดบวม อักเสบ แก้โรคเกาต์ ต้มดื่ม แก้ไข้ บำรุงธาตุ แก้ท้องร่วงในเด็ก ทาเหงือกแก้บวม วิตามินเอต้านอนุมูลอิสระ
  3. ผลยอดิบหรือห่าม ใช้รับประทานเป็นยาแก้คลื่นไส้อาเจียนชนิดที่ไม่รุนแรงได้ สารแอนทราควิโนนช่วยระบายท้อง แก้ท้องอืดเฟ้อขับพยาธิตัวกลมและเส้นด้าย ช่วยขับเลือดหลังการคลอดบุตร ห้ามใช้เวลามีครรภ์ อาจแท้งได้ โขลกผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน กินครั้งละขนาดเท่าผลพุทราไทย 1-2 ลูก เป็นยาขับผายลม อาจใช้ตากแห้งหนัก 5 กรัม ชงน้ำร้อนดื่มก่อนอาหารเช้า เย็นได้ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทำจากลูกยอชื่อโนนิ (Noni) ซึ่งมีราคาแพงมาก
  4. ผลสุก ของยอบ้าน มีกลิ่นฉุน สรรพคุณผายลมในลำไส้ ต้น ใช้เป็นส่วนผสมกับสมุนไพรอื่นเป็นยารักษาวัณโรค ซึ่งผลแก่นิยมนำมาสกัดทำเป็นน้ำลูกยอ ซึ่งได้นิยมทำมาตั้งแต่โบราน (สันติสุข โสภณศิริ , 2537)

ขนาดและวิธีใช้

  1. แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ใช้ผลดิบแก่ฝานเป็นชิ้นบางๆ ย่างไฟให้เหลือง ต้มหรือชงดื่ม ใช้ครั้งละประมาณ 2 กำมือ (10-15 กรัม) เอาน้ำที่ได้จิบทีละน้อยและบ่อยๆ ครั้งจึงจะได้ผลดี
  2. แก้ปวดบวม อักเสบ โรคเกาต์ ใช้ใบสดย่างไฟ หรือปรุงยาประคบ
  3. แก้ปวดข้อนิ้วมือนิ้วเท้า ใช้ใบคั้นเอาแต่น้ำ ทาที่ปวด
  4. ฆ่าเหา ใช้ใบสดคั้นเอาน้ำ สระผม
  5. แก้เหงือกเปื่อย เป็นขุมบวม ใช้ผลดิบเผาเป็นถ่านผสมเกลือเล็กน้อยอม
  6. ขับโลหิตระดู ขับผายลม ขับเลือดลม ใช้ผลดิบต้มเอาน้ำดื่ม
  7. แก้คลื่นเหียนอาเจียน ใช้ผลดิบหั่นปิ้งไฟหรือตากแห้ง คั่วแล้วนำไปต้มเอาน้ำ (วิฑูรย์ พลาวุฑฒ์,2539)

ประโยชน์ทางอาหาร

ส่วนที่ใช้เป็นผัก คือ ใบอ่อนและห่ามของยอใช้เป็นผักได้ ใบยอเป็นผักเก่าแก่ที่ใช้เป็นผัก รองกระทะห่อหมก ใบยอมีสารอาหารหลายอย่าง ประกอบไปด้วยแคลเซียมมาก นอกจากนั้นยังมีเกลือแร่ วิตามินต่างๆอีกไม่น้อย รวมทั้งกากและเส้นใยอาหาร นอกจากนี้รากต้นยอ ที่มีอายุ 3-4 ปี ใช้เป็นสีย้อมผ้าได้ด้วยเพราะเปลือกรากจะให้สีแดง ส่วนเนื้อเปลือกจะเป็นสีเหลือง ย้อมผ้าฝ้ายและผ้าไหมได้ดี ( พระจันทร์ กันยา,2544)

วิธีปรุงอาหาร ส่วนของใบอ่อน ลวกหรือต้มให้สุก ทำเป็นผักจิ้มน้ำพริก ปรุงเป็นแกงจืด แกงอ่อม หรือใช้เป็นผักรองก้นกระทงห่อหมก ผัดไฟแดง

คุณค่าทางโภชนาการ

ใบยอ 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 73 กิโลแคลอรี ประกอบด้วยน้ำ 77.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 10.5 กรัม โปรตีน 5.0 กรัม ไขมัน 2.2 กรัม กาก 4 กรัม แคลเซียม 469 มิลลิกรัม เหล็ก 1.4 มิลลิกรัม วิตามินเอ 43333 IU วิตามินบีหนึ่ง 0.30 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.14 มิลลิกรัม ไนอาซีน 7.2 มิลลิกรัม วิตามินซี 3 มิลลิกรัม (วิสุทธิ์ ใบไม้ และรังสิมา ตัณฑเลขา,2545 )

บรรณานุกรม

 

กานพลู
สมุนไพรช่วยย่อยอาหาร
หางไหลกำจัดศัตรูพืช
สมุนไพรกำจัดไรฝุ่น
สมุนไพรแก้ท้องผูก
สมุนไพรน่ารู้
สมุนไพรเพื่อความงาม
สมุนไพรเพื่อวัยสูงอายุ
สมุนไพรรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
สมุนไพรลดความอ้วน
สมุนไพรใกล้ตัว
สมุนไพรกับชีวิตประจำวัน
สมุนไพรแก้อาการหวัด
สมุนไพรรักษาน้ำกัดเท้า
รางจืดสมุนไพรล้างพิษ
สมุนไพรไทย ต้านโรคมะเร็ง
สมุนไพรไล่แมลง
ประโยชน์และโทษ สรรพคุณสมุนไพรจีน
น้ำตะไคร้
ทำยาอมสมุนไพร
ลูกประคบสมุนไพร
การแปรสภาพสมุนไพร
สาระน่ารู้เกี่ยวกับสมุนไพร
ยาสมุนไพร
สมุนไพรพื้นบ้าน
ชะคราม วัชพืชสมุนไพรต้านอนุมูลอิสระในป่าชายเลน
บทบาทของพืชสมุนไพร
มะรุม
หญ้าปักกิ่ง
สมุนไพรยอบ้าน
สมุนไพรและเครื่องเทศ
สะระแหน่
มะระขี้นก
สมุนไพรขิง
แคลเซียมจากพืชสมุนไพร
เคล็ดลับยาสมุนไพรรักษาโรค

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook