บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

สิทธิมนุษยชน

บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 2 นโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
บทที่ 3 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้าน
บทที่ 4 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนตามกลุ่มเป้าหมาย
บทที่ 5 การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามสนธิสัญญา และแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ
บทที่ 6 การส่งเสริมการดำเนินงานสิทธิมนุษยชน
บทที่ 7 กลไกการบริหารการจัดการเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

บทที่ 3 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้าน

สิทธิมนุษยชนด้านการเมืองและการปกครอง

สภาพปัญหา

สิทธิมนุษยชนด้านการเมืองและการปกครอง หมายถึงการที่ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพและมีส่วนร่วมในทางการเมืองและทางการปกครองในฐานะที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย โดยรัฐต้องไม่ขัดขวาง แต่จะต้องสนับสนุนและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนดังกล่าวอย่างเต็มที่ สิทธิมนุษยชนด้านการเมืองและการปกครองได้แก่

1. การรวมกันจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองนั้น แม้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ฉบับ ปัจจุบัน (มาตรา 47) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 จะบัญญัติให้จัดตั้งพรรคการเมืองได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมและเพียงแต่จดแจ้ง การจัดตั้งเท่านั้น แต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 กลับบัญญัติให้พรรคการเมืองที่จดแจ้งแล้วต้องหาสมาชิกให้ได้ครบ 5,000 คน กระจายตามภาคต่างๆ ของประเทศ อีกทั้งการต้องมีสาขาพรรคอย่างน้อยภาคละ หนึ่งสาขา ทำให้เกิดปัญหากระทบต่อเสรีภาพในการรวมกันจัดตั้งเป็นพรรคการเมือง ของประชาชน

2. สิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกจำกัดโดยเหตุที่ บุคคลนั้นไม่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี และการต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรค การเมืองหนึ่ง การสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีมิใช่ปัจจัยชี้วัดการเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่ดี ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลที่มี ความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม แต่ไม่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ส่วนการต้องสังกัด พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งจึงจะสมัครรับเลือกตั้งได้ก็เป็นการจำกัดเสรีภาพ ของประชาชนโดยชัดแจ้ง นอกจากนี้การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นยังไม่มีการแก้ไขปรับ ปรุงกฎหมายให้สอดคล้อง กับการเลือกตั้งในระดับประเทศแต่ประการใด

3. แม้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธจะเป็นเสรีภาพขั้นพื้น ฐานของประชาชนที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองก็ตาม แต่ก็ยังมีกฎหมายหลายฉบับที่จำกัด เสรีภาพในเรื่องดังกล่าว เช่น การชุมนุมในที่สาธารณะหรือการใช้เครื่องขยายเสียงเพื่อ การชุมนุมยังต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของรัฐเสียก่อน ฯลฯ นอกจากนั้น ในทาง ปฏิบัติเมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนในเรื่องต่างๆ และต้องการชุมนุมเพื่อเรียกร้อง สิทธิก็ได้รับการขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมตลอดถึงการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีทัศนคติในเชิงลบต่อการชุมนุมของประชาชน การให้ความอนุเคราะห์และอำนวยความสะดวก จึงไม่เกิดขึ้น

4. สิทธิในการเสนอร่างกฎหมายเพื่อให้รัฐสภาและสภาท้องถิ่นพิจารณาเป็น สิทธิใหม่ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน แม้จะมีการตรากฎหมายในเรื่องนี้ขึ้นแล้วก็ตาม แต่การเสนอร่างกฎหมายของประชาชนก็ยังไม่มีหลักประกันเพียงพอว่าจะได้รับการ พิจารณาจากรัฐสภาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เนื่องจากกฎหมายที่มีรัฐสภากำลังตราขึ้นไม่ได้ กำหนดรายละเอียด ทั้งในเรื่องการจัดลำดับความสำคัญของเรื่องที่เสนอต่อสภา การให้ประชาชนเข้าชี้แจง การเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ ฯ

5. สิทธิในการเข้าชื่อเสนอให้มีการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็น สิทธิที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันรับรองเช่นกัน โดยจะต้องมีการตรารายละเอียดใน กฎหมาย ในขณะที่ยังไม่มีการตรารายละเอียดดังกล่าว มีการตีความว่าการใช้สิทธิดัง กล่าวยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการใช้สิทธิของประชาชน ดังตัว อย่างกรณีการเข้าชื่อกันของประชาชนเพื่อถอดถอนนักการเมืองในกรณีทุจริตยาในกระทรวง สาธารณสุข นอกจากนี้ในร่างกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติยังกำหนดโทษทางอาญาขึ้นเป็นการเฉพาะแยกต่างหากจากประมวล กฎหมายอาญา ทั้งในเรื่องการรับรองชื่อที่เป็นเท็จหรือการกล่าวหาที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งผิดไป จากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการถอดถอน มากขึ้น อีกทั้งความผิดดังกล่าวก็มีโทษตามประมวลกฎหมายอาญาอยู่แล้ว

การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับประเทศใช้กระบวนการที่คล้ายคลึง กับการ (Impeachment) คือมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ป.ป.ช. สอบ สวนและส่งให้วุฒิสภาลงมติซึ่งแตกต่างจากกระบวนการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและ ผู้บริหารท้องถิ่นตามมาตรา 286 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกระบวนการ กระบวนการ ตามมาตรา 286 แม้จะเป็นเรื่องใหม่และเป็นเรื่องที่สนับสนุนสิทธิมนุษยชนทางการ เมืองและการปกครองของประชาชนในท้องถิ่นก็ตาม แต่การดำเนินการตามสิทธิดัง กล่าวเป็นเรื่องที่ยากมาก ไม่เพียงแต่เพราะว่ายังไม่มีกฎหมายในเรื่องนี้เท่านั้น แต่ยังเป็น เพราะว่าการถอดถอนที่จะเกิดขึ้นได้ต้องใช้คะแนนเสียงจำนวนมากของผู้มาลงคะแนนเสียง ซึ่งแทบจะเกิดขึ้น ไม่ได้เลยในท้องถิ่นขนาดใหญ่ระดับเทศบาล องค์การบริหารส่วน จังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร

6. ปัญหาการปกครองตนเองของประชาชนในท้องถิ่นเป็นปัญหาพื้นฐานที่สำคัญ ที่สุดในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้านการเมืองและการปกครอง รัฐไทยเป็นรัฐรวมศูนย์อำนาจ การกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่นอย่างแท้จริงทั้งในเรื่องอำนาจหน้าที่ การเงินการคลังและ การบริหารงานบุคคลจึงยังไม่เกิดขึ้นทั้งในมิติของกฎหมาย นโยบายหรือการดำเนินการ ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทัศนคติที่รวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจ ไม่ไว้วางใจประชาชน ในท้องถิ่น ไม่มั่นใจว่าประชาชนจะปกครองตนเองได้ดี ยังเป็นทัศนคติที่ครอบงำผู้ บริหารประเทศและข้าราชการเกือบทุกระดับในประเทศไทย

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

1. แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องคุณสมบัติของ ส.ส. การบังคับให้ ส.ส. ต้องสังกัดพรรค การให้พรรค ต้องหาสมาชิกเป็นจำนวนมาก การให้ประชาชนในท้องถิ่นจำนวนมากถอดถอนสมาชิก สภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น การไม่กำหนดหลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับการเท ชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน ฯลฯ

2. รีบเร่งจัดทำกฎหมายที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นโดยเร็วเพื่อ ให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิทางการเมืองและทางปกครองได้อย่างเต็มที่ครบวงจร

3. ดำเนินการรวบรวมและจัดทำแผนพัฒนาการเมืองและการปกครองของ ประเทศขึ้นให้เป็นที่ยอมรับของสังคมไทยทุกฝ่าย โดยให้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติให้ความเห็นด้วย แผนพัฒนาการเมืองและการปกครองดังกล่าวอาจ ประกอบด้วย แผนว่าด้วยการคุ้มครองและขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนชาวไทย แผนว่าด้วยโครงสร้าง อำนาจ สถาบันการเมืองการปกครองและสถาบันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กระบวนการเข้าสู่อำนาจและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและแผนว่าด้วยการพัฒนา วัฒนธรรมประชาธิปไตย

4. รณรงค์และเผยแพร่ให้ประชาชนมีความรู้และตระหนักถึงสิทธิและเสรีภาพ ทางการเมืองและการปกครอง รวมตลอดถึงการสนับสนุนให้ประชาชนปกป้องสิทธิ ของตนเองเมื่อ มีการจำกัดสิทธิดังกล่าวโดยกฎหมาย นโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งหรือการดำเนินการใดๆ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

5. ปรับทัศนคติของเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เข้าใจถึงสิทธิและเสรีภาพทางการเมือง และการปกครองของประชาชน และมีทัศนคติที่ดีต่อการใช้สิทธิดังกล่าวของประชาชน ในขณะเดียวกันให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าใจว่าตนเองมีฐานะเป็นประชาชนที่มีสิทธิและ เสรีภาพดังกล่าวด้วยเช่นกันมิใช่สถานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น

6. ปฏิรูประบบการเรียนการสอนโดยบรรจุหลักสูตร "ประชาสังคม" (Civil Society) และ "ธรรมรัฐ" (Good Governance) ไว้ในหลักสูตรการเรียนการ สอนทุกระดับ การจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมเสริมหลักสูตรต้องมุ่งเน้นให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา มีความเข้าใจการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเพิ่มขึ้น

7. ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้องค์กรเอกชน มีสิทธิและเสรีภาพมาก ยิ่งขึ้นในการดำเนินกิจกรรมของตน เพื่อเพิ่มบทบาทของเอกชนในด้านการพัฒนา การเมืองและการปกครองของประเทศแทนที่จะเป็นการดำเนินการของรัฐฝ่ายเดียว

8. ดำเนินการถ่ายโอนภารกิจหน้าที่ของรัฐไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมตลอดถึงงบประมาณและบุคลากร โดยมีแผน ขั้นตอนและระยะเวลาของการถ่ายโอน ที่ชัดเจน

3.1 สิทธิมนุษยชนด้านการศึกษา
3.2 สิทธิมนุษยชนด้านวัฒนธรรม
3.3 สิทธิมนุษยชนด้านอาชีพ
3.4 สิทธิมนุษยชนด้านการสาธารณสุข
3.5 สิทธิมนุษยชนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3.6 สิทธิมนุษยชนด้านที่อยู่อาศัย
3.7 สิทธิมนุษยชนด้านสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่ม
3.8 สิทธิมนุษยชนด้านการได้รับข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
3.9 สิทธิมนุษยชนด้านสิทธิเสรีภาพด้านสื่อสารมวลชน
3.10 สิทธิมนุษยชนด้านการเมืองและการปกครอง
3.11 สิทธิมนุษยชนด้านศาสนา

 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook