บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

กลับห้องสมุด >>

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

เศรษฐศาสตร์กำลังคน

กำลังคนกับตลาดแรงงาน

  1. เนื่องจากกำลังคนก็คือกำลังแรงงาน ฉะนั้น ในการวิเคราะห์กำลังคนกับตลาดแรงงาน จำเป็นต้องเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับอุปทานและอุปสงค์ต่อแรงงานเสียก่อน อุปทานแรงงานนั้น อาจจะพิจารณาได้ทั้งที่อุปทานแรงงานของบุคคลแต่ละคน และอุปทานแรงงานของตลาด ส่วนอุปสงค์ต่อแรงงานสามารถพิจารณาได้ ทั้งที่เป็นอุปสงค์ต่อแรงงานของหน่วยผลิตแต่ละราย ของอุตสาหกรรมและของตลาด
  2. ดุลยภาพของตลาดแรงงานเกิดจากความสมดุล ระหว่างอุปทานแรงงานกับอุปสงค์ต่อแรงงาน ณ จุดสมดุลดังกล่าวจะเกิดอัตราค่าจ้างดุลยภาพ และจำนวนการจ้างงานดุลยภาพขึ้น เมื่อมีปัจจัยใดๆ ที่มีส่วนในการกำหนดอุปทานแรงงาน และอุปสงค์ต่อแรงงานเปลี่ยนแปลงไป ภาวะดุลยภาพจะเปลี่ยนแปลงไป อนึ่ง การวิเคราะห์ดุลยภาพของตลาดแรงงานนั้น อาจทำได้หลายกรณีขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของภาวะการแข่งขัน
  3. การวิเคราะห์กำลังคนในแง่ของตลาดแรงงาน เป็นความพยายามที่จะเชื่อมโยงความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์กำลังคนเข้าไปสู่การวิเคราะห์ตลาดแรงงานโดยถือว่ากำลังคนเป็นส่วนหนึ่ง (Subset) ของตลาดแรงงาน

อุปทานและอุปสงค์ต่อแรงงาน

  1. การตัดสินใจของบุคคลเกี่ยวกับจำนวนเวลา ที่เขาต้องการจะทำงาน ขึ้นอยู่กับอัตราค่าจ้างแท้จริงที่คาดว่าจะได้รับ โดยมุ่งหวังที่จะได้รับความพอใจสูงสุดภายใต้ขีดจำกัดหรือเงื่อนไขที่เขาเผชิญอยู่ ส่วนอุปทานแรงงานของตลาดนั้นเกิดจากการรวมจำนวนเวลา ที่แต่ละบุคคลต้องการจะทำงานในช่วงเวลาหนึ่งๆ ณ อัตราค่าจ้างต่างๆ
  2. โดยทั่วไป อุปสงค์ต่อแรงงานของหน่วยผลิตแต่ละราย จะมีความลาดของเส้นเป็นลบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เมื่ออัตราค่าจ้างลดลงหน่วยผลิตจะจ้าง งานมากขึ้น ในทางกลับกัน เมื่ออัตราค่าจ้างเพิ่มขึ้น หน่วยผลิตจะลดการจ้างงานลง สำหรับอุปสงค์ต่อแรงงานของอุตสาหกรรม จะเป็นการรวมอุปสงค์ต่อแรงงานของหน่วยผลิต ที่อยู่ในอุตสาหกรรมนั้นเข้าด้วยกัน และอุปสงค์ต่อแรงงานของระบบเศรษฐกิจ ก็สามารถหาได้ทำนองเดียวกัน โดยรวมอุปสงค์ต่อแรงงานของแต่ละอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน

อุปทานแรงงาน

  1. การที่เส้นอุปทานแรงงานของบุคคลมีลักษณะโค้งกลับก็เพราะ เมื่ออัตราค่าจ้างแท้จริงที่เพิ่มขึ้นมาถึงระดับหนึ่งแล้ว แม้อัตราค่าจ้างดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นไปอีก แทนที่บุคคลนั้นจะเพิ่มชั่วโมงทำงานในแต่ละวันมากขึ้น เขากลับลดชั่วโมงการทำงานลงแล้วพักผ่อนมากขึ้น โดยเขามีความพอใจที่จะทำเช่นนั้น แสดงว่า ผลของรายได้จากการที่อัตราค่าจ้างแท้จริงสูงขึ้นนั้น มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของบุคคลนี้ มากกว่าผลของการทดแทนกัน
  2. จำเป็นต้องสมมุติว่า แรงงานแต่ละคนในตลาดมีลักษณะเหมือนกัน จึงจะทำการรวมอุปทานแรงงานของแต่ละคนในตลาดแรงงาน ณ อัตราค่าจ้างแท้จริงอัตราต่างๆ ได้ โดยรวมในแนวนอน

อุปสงค์ต่อแรงงาน

ในการวิเคราะห์เส้นอุปสงค์ต่อแรงงานของหน่วยผลิต 1 หน่วยในระยะสั้น โดยสมมติตลาดแรงงานมีการแข่งขันสมบูรณ์แล้ว เราจะต้องรู้เงื่อนไขว่า ปัจจัยประเภททุนจะคงที่ระดับหนึ่ง (สมมติที่ K0) จึงจะสามารถวาดเส้นผลผลิต (Production curve) ณ ระดับการจ้างงานต่างๆได้ จะสามารถหาเส้น MPPLi ณ ระดับการจ้างงานต่างๆได้ด้วย และเมื่อนำราคาสินค้าหน่วยละ P0 บาท มาคูณกับทุกๆค่าของ MPPLi ณ ระดับการจ้างงานต่างๆ ก็จะได้เส้น VMPL โดยเส้น VMPL นี้จะมีค่าความลาดเอียงเป็นลบ นั่นคือ ถ้าอัตราค่าจ้างแท้จริงลดลง ผู้ประกอบการก็ยินดีจะจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น

ในระยะยาว เส้นอุปสงค์ต่อแรงงานของหน่วยผลิตแต่ละราย มีความลาดเอียงน้อยกว่าเส้นอุปสงค์ต่อแรงงาน เพราะในระยะยาวนั้น ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มปัจจัยคงที่ (ในที่นี้คือทุน) ได้

ดุลยภาพของตลาดแรงงาน

  1. การวิเคราะห์ดุลยภาพของตลาดแรงงาน ในภาวะการแข่งขันสมบูรณ์ มีประเด็นที่ควรพิจารณา 3 ประเด็นด้วยกันคือ การกำหนดดุลยภาพของตลาดแรงงาน การเปลี่ยนแปลงในดุลยภาพของตลาดแรงงาน และการปรับตัวเข้าสู่ดุลยภาพของตลาดแรงงานในระยะยาว
  2. นอกจากภาวะแข่งขันสมบูรณ์แล้ว การวิเคราะห์ตลาดแรงงานในเงื่อนไขต่างๆ ต่อไปนี้อาจจะเกิดขึ้นก้ได้ คือ กรณีที่หน่วยผลิตมีอำนาจในการตั้งราคาผลผลิต และมีอำนาจผูกขาดในการขายผลผลิต และ กรณีผู้ประกอบการมีอำนาจในการกำหนดอัตราค่าจ้าง ทั้งนี้เพราะเงื่อนไขเหล่านี้ มีส่วนไม่มากก็น้อยต่อการกำหนดอัตราค่าจ้างตลาด
  3. ถ้าผู้ขายแรงงานสามารถรวมตัวกัน และให้มีสหภาพแรงงานเป็นผู้แทนแรงงานทุกคน ในการเจรจาต่อรองเกี่ยวกับอัตราค่าจ้าง มักพบว่า อัตราค่าจ้างดุลยภาพของตลาดแรงงาน จะสูงกว่าอัตราค่าจ้างดุลภาพที่ไม่มีสหภาพแรงงาน
  4. อาจจำแนกตลาดแรงงานออกได้หลายแบบ ทั้งนี้แล้วแต่ว่าจะใช้เกณฑ์ในการจำแนกอย่างไร นั่นคือ อาจใช้เกณฑ์ระยะเวลา ระดับการแข่งขัน อาชีพ เพศ อายุ หรือสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่วัตถุประสงค์ของการศึกษา

ดุลยภาพของตลาดแรงงานในภาวะการแข่งขันสมบูรณ์

ตลาดแรงงานในประเทศที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันสมบูรณ์ เส้นอุปสงค์ต่อแรงงาน DL0 และเส้นอุปทานต่อแรงงาน SL0 ตัดกันที่ E0 ต่อมาได้ค้นพบเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทำให้ผลิตภาพหน่วยสุดท้ายของแรงงานในตลาดแรงงานเพิ่มสูงขึ้น ณ ทุกๆ ระดับของอัตราค่าจ้าง จะพบว่า ดุลยภาพครั้งแรกเกิดขึ้นที่ E0 เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น ทำให้ผลิตภาพหน่วยสุดท้ายของแรงงานเพิ่มขึ้น เส้นอุปสงค์ต่อแรงงานจะเลื่อนขึ้นไปทางขวาของเส้นเดิม (แต่ไม่ขนานกับเส้นเดิม) แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีก็ตาม แต่ปริมาณความต้องการที่จะขายแรงงานยังคงเท่าเดิม เส้นอุปทานแรงงานจึงคงที่ ณ เส้น SL0 ดุลยภาพใหม่จะเกิดขึ้นที่จุดตัดใหม่ E1 ซึ่งอยู่ทางขวามือ โดยอัตราค่าจ้างดุลยภาพเป็น w1 ระดับการจ้างงานสูงกว่าเดิม คือเปลี่ยนจาก N0 เป็น N1

ตลาดแรงงานภายใต้เงื่อนไขของระดับการแข่งขัน

ตลาดแรงงานที่ผู้ขายแรงงานรวมตัวกัน

การวิเคราะห์ดุลยภาพของตลาดแรงงาน เมื่อมีสหภาพแรงงานเข้ามาเจรจาต่อรองแทนผู้ขายแรงงานในตลาด
(1) มีสหภาพแรงงานโดยผู้ซื้อแรงงาน (หรือนายจ้างผู้ประกอบการ) หลายราย
(2) มีสหภาพแรงงาน โดยผู้ซื้อแรงงานมีเพียงรายเดียว
(3) มีสหภาพแรงงาน โดยกฎหมายกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

 

ลักษณะตลาดแรงงานจำแนกตามประเภทของตลาด

อาจจำแนกลักษณะของตลาดแรงงานตามประเภทของตลาดได้ดังนี้
(1) ใช้ระยะเวลาเป็นเกณฑ์จะได้เป็นตลาดแรงงานในระยะสั้น และระยะยาว
(2) ใช้ระดับการแข่งขันเป็นเกณฑ์ จะได้เป็นตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสมบูรณ์
(3) ใช้อาชีพเป็นเกณฑ์จะได้เป็นกลุ่ม กลุ่มวิศวกร กลุ่มแพทย์ กลุ่มทนายความ
(4) ใช้อายุเป็นเกณฑ์ เช่นตลาดแรงงานเด็ก ตลาดแรงงานผู้ใหญ่
(5) ใช้เพศเป็นเกณฑ์ เช่นตลาดแรงงานชาย ตลาดแรงงานสตรี
(6) ใช้สถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เป็นเกณฑ์ เช่น ตลาดแรงงานในภาคอีสาน

การวิเคราะห์กำลังคนในแง่ของตลาดแรงงาน

  1. กำลังคนทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพ จะมีความสำคัญต่อตลาดแรงงานมาก การเปลี่ยนแปลงในปริมาณและคุณภาพของกำลังคนนั้น จะเป็นไปในลักษณะใดย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ปัจจัยที่สำคัญๆ คือ นโยบายทางด้านประชากร นโยบายการศึกษาและนโยบายสาธารณสุข
  2. ขนาดของกำลังคนที่ทำงานในระบบเศรษฐกิจ อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ทั้งในแง่ของปริมาณ และคุณภาพที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้ สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงนี้อาจระบุได้ดังนี้ การเปลี่ยนแปลงในอุปสงค์ต่อผลผลิต ความไม่สมดุลระหว่างค่าจ้างกับผลิตภาพของแรงงาน ความเสียเปรียบของกำลังคนบางกลุ่ม อายุอายุของกำลังคนในหน่วยผลิต การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ตลอดจนข้อจำกัดทางด้านภูมศาสตร์ที่มีต่อการเคลื่อนย้ายแรงงาน
  3. การวิเคราะห์ลักษณะโครงสร้างของตลาดแรงงาน อาจจะพิจารณาได้จาก 2 ทัศนะคือ โครงสร้างของตลาดแรงงานในทัศนะของภาคเอกชน และโครงสร้างของตลาดแรงงานในทัศนะของภาครัฐบาล

ความสัมพันธ์ระหว่างกำลังคนกับตลาดแรงงาน

กำลังคนมีความสัมพันธ์กับตลาดแรงงาน ทั้งในแง่ปริมาณและในแง่คุณภาพ ส่วนการที่กำลังคนจะเปลี่ยนไปอย่างไร ไม่ว่าจะในแง่ของปริมาณ หรือในแง่คุณภาพนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการด้วยกัน อาทิ นโยบายทางด้านประชากร นโยบายการศึกษา นโยบายสาธารณสุข เป็นต้น

ปัญหากำลังคนกับตลาดแรงงาน

ปัจจัยที่มีส่วนในการกำหนดการเปลี่ยนแปลง ในขนาดของกำลังคนในระบบเศรษฐกิจมีดังนี้
(1) การเปลี่ยนแปลงทางด้านปริมาณอุปสงค์ต่อผลผลิต
(2) ความไม่สมดุลระหว่างค่าจ้างและผลิตภาพของแรงงาน
(3) ความเสียเปรียบของกำลังคนบางกลุ่ม
(4) อายุของกำลังคนในหน่วยผลิต
(5) การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี และ
(6) ข้อจำกัดทางด้านภูมิศาสตร์ที่มีต่อการเคลื่อนย้ายแรงงาน

ผลกระทบของโครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานต่อกำลังคน

  1. เมื่อเปรียบเทียบกับภาคเอกชนแล้ว ภาครัฐบาลมักเป็นผู้ริเริ่มในการลงทุนฝึกอบรมกำลังคนที่ต้องใช้เวลาในการฝึกอบรมยาวนาน และเสียต้นทุนค่าใช้จ่ายสูง
  2. เมื่อเปรียบเทียบกับภาคเกชนแล้ว ภาครัฐควรจะเป็นผู้ริเริ่มลงทุนในการฝึกอบรม เพื่อเพิ่มทักษะใหม่ๆ แก่กำลังคนในอนาคต เป็นการเตรียมกำลังคนรองรับโครงการพัฒนาในอนาคต
  3. ตลาดแรงงานในภาครัฐบาล มักมีปริมาณกำลังคนที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือมีประสิทธิภาพต่ำ เป็นจำนวนมากกว่าโดยเปรียบเทียบกับภาคเอกชน ทั้งนี้เพราะขีดจำกัดบางประการที่ทำให้ปลดแรงงานออกได้ยากกว่าภาคเอกชน
  4. ภาครัฐบาลมีตลาดแรงงานที่ไม่อ่อนไหว ต่อภาวะการณ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปของตลาดแรงงานในระบบเศรษฐกิจ

กำลังคนกับการพัฒนาเศรษฐกิจ
หลักและแนวคิดเกี่ยวกับทุนมนุษย์
การลงทุนในทุนมนุษย์
กำลังคนกับการศึกษา
การฝึกอบรม
การลงทุนในสุขภาพอนามัย
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการเคลื่อนย้ายกำลังคน
กำลังคนกับตลาดแรงงาน
กำลังแรงงานและการเข้าร่วมแรงงาน
ผลิตภาพของแรงงาน
การมีงานทำ
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการวางแผนกำลังคน
เทคนิคการวางแผนกำลังคน
การวางแผนและนโยบายกำลังคนในประเทศไทย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook